
เมืองพัทยาจ่อรื้อบ้านเช่ารุกคลองสาธารณะทิ้ง
พัทยา-เมืองพัทยาเตรียมสั่งรื้อถอนบ้านเช่าปลูกร้างรุกคลองสาธารณะพร้อมประสานเคหะแห่งชาติเตรียมบ้านเอื้ออาทรเพื่ออยู่อาศัย
พัทยา-เมืองพัทยาเตรียมสั่งรื้อถอนบ้านเช่าปลูกร้างรุกคลองสาธารณะพร้อมประสานเคหะแห่งชาติเตรียมบ้านเอื้ออาทรเพื่ออยู่อาศัย
เมื่อวันที่6ก.ค.60 ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายวิเชียร พงษ์พานิช รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาสภาพพื้นที่ภายในคลองนกยาง บริเวณหลังชุมชนวัดช่องลม หลังตรวจพบว่ามีการปลูกสิ่งปลูกสร้างอาคาร ที่พักอาศัยรุกล้ำบริเวณแนวลำคลองสาธารณะต้อตอสำคัญของปัญหาน้ำท่วมขัง และมลพิษในลำคลองจากการปล่อยน้ำเน่าเสียและสิ่งปฏิกูลแหล่งป่าโกงกางแห่งสุดท้ายของพื้นที่ ซึ่งจากผลการสำรวจพบว่าปัจจุบันแนวคลองนกยางมีผู้บุกรุกคลองสาธารณะกินพื้นที่ 22 ไร่ 2 งาน 888 ตารางวามีอาคารบุกรุกจำนวน 150 หลัง แบ่งเป็นบ้านพักอาศัย-ร้านค้าจำนวน 130 หลัง และห้องเช่า 20 หลังมีผู้แสดงเอกสารสิทธิ์ 1 ราย
นายวิเชียร กล่าวว่าในเร็ววันนี้เมืองพัทยาจะอาศัยอำนาจที่มีอยู่และกฎหมายพิเศษตามาตรา 44เสนอที่อยู่อาศัยใหม่ให้กับกลุ่มชุมชนเหล่านี้ ด้วยหวังพัฒนาแนวคลองให้มีความกว้างขวางและมีระบบนิเวศน์ที่ดีขึ้น โดยจะมีการประสานไปยังสำนักงานการคะแห่งชาติ เพื่อจัดสรรพื้นที่ของบ้านเอื้ออาทร นาเกลือ ให้ชุมชนเหล่านี้ย้ายไปที่พักอาศัย โดยปัจจุบันสำนักพัฒนาสังคมเมืองพัทยา ได้ดำเนินการติดต่อจับจองไว้แล้วจำนวน 50 ห้อง ซึ่งล่าสุดก็มีผู้มาติดต่อขอจับจองไปแล้วจำนวน 26 รายแต่คงต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการอยู่บ้าง อย่างไรก็ตามเบื้องต้นสิ่งที่จะเร่งรัดดำเนิน การคือการออกคำสั่งประกาศและแจ้งให้มีการรื้อถอนก่อนในส่วนของห้องเช่าจำนวน 20 ราย ที่มีการนำที่สาธารณะประโยชน์ไปใช้ในการหารายได้ซึ่งถือเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ซึ่งขณะนี้กรณีดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนของการอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาในระดับจังหวัดชลบุรี ที่จะมีผลสรุปในเร็ววันนี้
ขณะที่ นายนิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร อดีตนายกเมืองพัทยา ในฐานะประธานคณะกรรมการวัดช่องลม กล่าวถึงกรณีที่มีการระบุว่าทางวัดได้ทำการก่อสร้างกำแพงที่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งในการปิดกั้นทางระบายน้ำจากคลองลงสู่ทะเลนั้น กรณีนี้ได้ชี้แจงว่าเมื่อปี พ.ศ.2549 ทางวัดช่องลมมีการรังวัดเพื่อขอออกโฉนดที่ดินและมีบางส่วนในที่ดินของวัดที่มีแนวแปลงติดทะเล อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในภาพรวมทางวัดก็จะให้ความร่วมมือในการที่จะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกเพื่อเปิดทางน้ำจากคลองลงสู่ทะเลต่อไป
ส่วน ตัวแทนจากสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา ชี้แจงว่าเพื่อการบรรเทาความเสียหายให้แก่ประชาชนในกรณีปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำ ก็ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งปลูกสร้างที่เหล่านี้สามารถยื่นเอกสารหรือหลักฐานแสดงการครอบครองหรือการได้รับอนุญาตปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดนั้นได้ ทั้งนี้เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาว่าเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่อย่าง ไร โดยมีกำหนดระยะเวลาให้ยื่นเอกสารและแจ้งอย่างเป็นทางการได้ภายในวันที่ 1 กันยายน 2560 นี้เพื่อ ให้ผู้ที่ดำเนินการอย่างถูกต้องในกำหนดระยะเวลาที่กำหนดจะได้รับยกเว้นโทษทางกฎหมาย







