posttoday
ว่าที่ผู้สมัครพท.โคราชต้านกม.นิรโทษกรรม

ว่าที่ผู้สมัครพท.โคราชต้านกม.นิรโทษกรรม

16 กันยายน 2553

ว่าที่ผู้สมัครเพื่อไทย โคราช ไม่เห็นด้วย กม.นิรโทษกรรม อัดพรรคภูมิใจไทยนำข้ออ้างปรองดองมาใช้เป็นเครื่องมือเรียกคะแนนเสียงจากประชาชน เพื่อหวังผลการเลือกตั้ง

ว่าที่ผู้สมัครเพื่อไทย โคราช ไม่เห็นด้วย กม.นิรโทษกรรม อัดพรรคภูมิใจไทยนำข้ออ้างปรองดองมาใช้เป็นเครื่องมือเรียกคะแนนเสียงจากประชาชน เพื่อหวังผลการเลือกตั้ง

นายสมโภชน์  ประสาทไทย ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้เทนราษฎร จ.นครราชสีมา เขต 1 พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความเห็นกรณีที่ทางพรรคภูมิใจไทย พยายามที่จะเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม ให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย  , กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) รวมถึงทุกภาคส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การชุมนุมในช่วงที่ผ่านมา ว่า  ในส่วนตัวมองว่า การเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมของพรรคภูมิใจไทยนั้น เป็นเพียงการนำเสนอเพื่อเรียกความเชื่อถือและหวังผลประโยชน์ทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น 

ทั้งนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความปรองดองอย่างที่ทางพรรคภูมิใจไทยกล่าวอ้าง เนื่องจากที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยเป็นผู้ที่คอยทำร้ายกลุ่ม นปช.มาโดยตลอด  และคงเกรงว่าจะไม่ได้รับการตอบสนองที่ดีจากมวลชน นปช.ในช่วงที่จะมีการเลือกตั้งครั้งหน้า จึงพยายามที่จะหาสิ่งตอบแทนมาชดเชยในส่วนนี้ เพื่อเรียกคะแนนเสียง  เท่านั้น เช่นเดียวกับกรณีของกลุ่มพันธมิตรก็น่าจะหวังผลในทำนองเดียวกัน 

นายสมโภชน์ กล่าวอีกว่า การชุมนุมของกลุ่ม นปช.ในช่วงที่ผ่านมา เป็นการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยตามระบอบรัฐธรรมนูญที่มีสิทธิเสรีภาพให้กระทำได้ และไม่ถือว่าเป็นความผิด แต่ที่ผ่านมาฝ่ายตรงข้ามพยายามที่จะสร้างหลักฐานอันเป็นเท็จเพื่อใส่ร้าย กลุ่มนปช.มาโดยตลอด  เพื่อให้กลุ่ม นปช.ถูกตราหน้าว่าเป็นคนที่สร้างความรุนแรงให้เกิดขึ้น ทั้งที่จริงแล้ว เป็นการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น 

ดังนั้นหากมีการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมได้สำเร็จจริง กลุ่ม นปช.ก็จะถูกมองว่าเป็นผู้ที่กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา ไม่มีโอกาสได้แก้ต่างต่อสาธารณชน  ซึ่งทางที่ดีที่สุด ควรที่จะปล่อยให้กระบวนการยุติธรรม คือศาลเป็นผู้พิจารณาตัดสิน โดยยึดถือข้อมูลความจริงที่เกิดขึ้นเป็นสำคัญ  นอกจากนี้ หากปล่อยให้เกิดกฎหมายนิรโทษกรรมครั้งนี้ขึ้นมาได้ จะเป็นการแสดงให้เห็นว่าสังคมไทยยังคงมีการเหลื่อมล้ำของสังคม  

"ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าความขัดแย้งในสังคมได้ลุกลามไปยังกลุ่มคนหลากหลายกลุ่มทั่วประเทศฉะนั้นการปรองดอง ไม่ใช่ว่าจะต้องปรองดองเฉพาะวกลุ่มมวลชน นปช. หรือ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เท่านั้น  แต่ความที่จะจัดบรรทัดฐานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันในทุกกลุ่มของสังคม  เพื่อที่จะได้เดินหน้าไปได้ด้วยกันภายใต้หลักการที่กำหนดไว้ร่วมกัน"นายสมโภชน์ กล่าว 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ