
"มือปืนป๊อปคอร์น"เฮ ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง ชี้ไร้พยาน
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ยกฟ้อง มือปืนป็อปคอร์นยิงปะทะปี57 เหตุไม่มีพยานหลักฐานยืนยัน แต่ให้ขังไว้ระหว่างรอฎีกา
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ยกฟ้อง มือปืนป็อปคอร์นยิงปะทะปี57 เหตุไม่มีพยานหลักฐานยืนยัน แต่ให้ขังไว้ระหว่างรอฎีกา
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 มิ.ย. ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 4 ได้ยื่นฟ้อง นายวิวัฒน์หรือท็อป ยอดประสิทธิ์ อายุ 27 ปี เป็นจำเลยคดีหมายเลขดำ อ.1626/2557 เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.57 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาอื่นจากกรณี เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2557 จำเลยกับพวก ได้ใช้อาวุธปืน ไปที่แยกหลักสี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ประกาศให้เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จำเลยใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในอาคารศูนย์การค้าไอที สแควร์ ทำให้ นายอะแกว แซ่ลิ้ว เสียชีวิต ส่วน น.ส.สมบุญ สักทอง นายนครินทร์ อุตสาหะ และนายพยนต์ คงปรางค์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยจำเลยปฏิเสธ
โดยคดีนี้ ศาลชั้นต้น พิพากษาให้ให้จำคุกตลอดชีวิต ฐานฆ่าผู้อื่นซึ่งเป็นบทหนักสุดและฐานมีอาวุธปืนและพกพาอาวุธปืน จำคุก 6 ปี แต่คำรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 รวมจำคุกนายวิวัฒน์ จำเลยไว้ 37 ปี 4 เดือน จำเลยยื่นอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่า หลังเกิดเหตุ ตำรวจติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุยิงใส่ผู้ชุมนุม ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และชายแต่งกายด้วยชุดดำสวมหมวกไหมพรม จากนั้น นำภาพมาเปรียบเทียบ กับจำเลย หลักฐานดังกล่าว จึงไม่อาจยืนยันได้ว่า ภาพจากกล้องวงจรปิด และตัวจำเลยนั้น เป็นคนๆ เดียวกัน เห็นว่าโจทก์ มีเพียงภาพจากสื่อมวลชน ไม่มีพยานบุคคลมายืนยัน มีเพียงคำให้การของจำเลยที่ให้การรับสารภาพ ซึ่งมีพิรุธเคลือบแคลงสงสัย ยกประโยชน์แห่งความสงสัย ให้จำเลย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์ ไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยไว้ ระหว่างฎีกา
ภาพประกอบข่าว







