
เตือนระวังมิจฉาชีพ อ้างธกส.ล้วงข้อมูล
คลังเตือนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. โทรไปขอข้อมูลลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย
โพสต์ทูเดย์ - คลังเตือนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. โทรไปขอข้อมูลลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย
นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏในข่าวว่ามีบุคคลแอบอ้างเป็นพนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โทรศัพท์ไปหาประชาชนเพื่อสอบถามเลขบัตรประจำตัวประชาชนและวันเดือนปีเกิด โดยอ้างว่าการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยของบุคคลนั้นยังไม่สมบูรณ์ กระทรวงการคลังขอเรียนชี้แจงว่า ธ.ก.ส.ไม่มีนโยบายให้พนักงานดำเนินการในลักษณะเช่นนี้แต่อย่างใด
ทั้งนี้ จากการประสานกับ ธ.ก.ส.พบว่า ธนาคารไม่มีนโยบายให้พนักงานดำเนินการดังกล่าว จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังการให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลอื่น เพราะอาจเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพกระทำการที่ไม่ชอบตามกฎหมาย โดยใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้
นอกจากนี้ รัฐบาลโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะมีการจ้างงานนักศึกษาลงสำรวจทั่วประเทศตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2560 ที่เห็นชอบให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) จัดทำโครงการสำรวจข้อมูลผู้มีรายได้น้อย เพื่อให้ทราบถึงสภาพความเป็นอยู่ของผู้มีรายได้น้อย
สำหรับการจ้างนักศึกษาในจังหวัดต่างๆ ครั้งนี้ จะเป็นการว่าจ้างนักศึกษาทั้งในระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาที่อยู่ในจังหวัดภูมิลำเนาของตัวเอง หรือในจังหวัดใกล้เคียง หรือจังหวัดที่สถานศึกษาของตัวเองตั้งอยู่ เพื่อทำการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลทั่วประเทศในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. 2560 และนักศึกษาที่จะลงพื้นที่นั้นจะต้องมีบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่สำรวจที่ สสช.ออกให้
ดังนั้น การแอบอ้างเป็นพนักงาน ธ.ก.ส.เพื่อกระทำการดังกล่าวในช่วงนี้ จึงไม่ใช่นโยบายของรัฐบาลแต่อย่างใด จึงขอให้ประชาชนที่ลงทะเบียนในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ระมัดระวังการให้ข้อมูลส่วนบุคคล และติดตามข่าวสารจากกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิดต่อไป ทั้งนี้ หากพบการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าว ให้รีบแจ้งตำรวจและหน่วยงานที่ถูกแอบอ้างทันที เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีต่อไป
ก่อนหน้านี้ ครม.ได้อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณ 971 ล้านบาท เพื่อนำไปทำโครงการสำรวจข้อมูลผู้มีรายได้น้อย ด้วยการจ้างนักเรียน นักศึกษา ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 7 หมื่นคน ในจังหวัดต่างๆ ในภูมิลำเนาตัวเอง ยกเว้น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลของประชาชนที่มีรายได้น้อยว่ามีความต้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาลด้านอะไรบ้าง เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดสวัสดิการการช่วยเหลือจากรัฐได้ตรงจุด







