
เบื้องหลัง"สุพล"ม้ามืดนั่งเลขาฯ "เพื่อไทย"ซื้อใจห้ามย้ายพรรค
ตำแหน่งเลขาธิการพรรคคนใหม่ของเพื่อไทยมีความน่าสนใจมาก เพราะมีคำถามว่า ทำไม สุพล ฟองงาม ส.ส.อุบลราชธานี ถึงได้เก้าอี้ตัวนี้แบบเรียกว่าม้ามืดพอสมควร....
ตำแหน่งเลขาธิการพรรคคนใหม่ของเพื่อไทยมีความน่าสนใจมาก เพราะมีคำถามว่า ทำไม สุพล ฟองงาม ส.ส.อุบลราชธานี ถึงได้เก้าอี้ตัวนี้แบบเรียกว่าม้ามืดพอสมควร....
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
ผ่านไปแล้วสำหรับการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยชุดใหม่และเป็นไปตามคาดเมื่อ "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์" ได้กลับเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค เพราะ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตรมว.มหาดไทยได้ตัดสินใจถอนตัวไม่รับตำแหน่งนี้
อย่างไรก็ตาม หากมองข้ามเรื่องตำแหน่งหัวหน้าพรรคไป ปรากฏว่าตัวเลขาธิการพรรคคนใหม่กลับมามีความน่าสนใจมากกว่าเพราะมีคำถามว่า “ทำไม สุพล ฟองงาม ส.ส.อุบลราชธานี ถึงได้เก้าอี้ตัวนี้แบบเรียกว่าม้ามืดพอสมควร” โดยเดิมทีตำแหน่งนี้มีผู้ท้าชิงอยู่หลายคนไม่ว่าจะเป็น สันติ พร้อมพัฒน์ ส.ส.สัดส่วน, ฐิติมา ฉายแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา เป็นต้น แต่สุดท้ายคนทีคว้าตำแหน่งนี้ไปครอง คือ สุพล ฟองงาม ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการทาบทามแบบสายฟ้าแลบโดยที่เจ้าตัวรู้ตัวก่อนเข้าประชุมไม่นานนัก
แรกเริ่มเดิมทีแล้วเมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมาก่อนการประชุมพรรคจะเริ่มขึ้น นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ประสานมายังนายสันติเพื่อขอให้รับตำแหน่งดังกล่าว แต่เจ้าตัวมีท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ ทำให้นางเยาวภา โทรศัพท์ไปทาบทามนายสุพล ฟองงาม แทน ซึ่งนายสุพล ก็ได้ตอบตกลง โดยได้รับแรงสนับสนุนอีกด้านจาก นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล อดีตรมว.คมนาคม ทำให้การขึ้นสู่ตำแหน่งแม่บ้านพรรคของนายสุพลเป็นไปอย่างราบรื่น
เหตุผลหลักที่นายสุพล ได้รับเลือกในครั้งนี้ มาจากความต้องการของส.ส.อีสานส่วนหนึ่งที่ต้องการให้ตำแหน่งเลขาธิการพรรคเป็นโควตาของภาคอีสานในฐานะที่เป็นภาคที่ส.ส.มากที่สุดในพรรค และเพื่อให้นายสุพลทำหน้าที่คอยประสานงานส.ส.อีสานภายในพรรคด้วยเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งตัวเลือก ณ ตอนนี้ไม่มีใครดีไปกว่านายสุพลที่มีพร้อมทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิและผ่านการเป็นรัฐมนตรีมาหลายสมัย อาทิ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี และ รมช.มหาดไทย
แม้ว่าจะมีเสียงทัดทานว่านายสุพลอาจจะมีเยื่อใยกับนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยอยู่ในฐานะที่นายสุพลเคยร่วมทำงานการเมืองกับกลุ่มนายเนวินในนาม ‘เพื่อนเนวิน’ สมัยเป็นส.ส.พรรคพลังประชาชน แต่สิ่งหนึ่งที่นายสุพลได้พิสูจน์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แก่สมาชิกแล้ว คือ เมื่อครั้งที่เกิดการเปลี่ยนขั้วการเมืองหลังจากคดียุบพรรคนายสุพลได้ตัดสินใจอยู่กับพรรคเพื่อไทยต่อไปไม่ได้ตามนายเนวินไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยด้วย และเมื่อมาบวกกับการได้ไฟเขียวจากสายตรงพ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้นายสุพล ไร้ข้อกังขาไปในที่สุด
ขณะเดียวกัน การผลักดันให้นายสุพล ขึ้นตำแหน่งใหญ่อย่างเลขาธิการพรรค ยังเป็นการวางแผนซื้อใจนายสุพล อีกทางหนึ่งเพราะเมื่อมองไปในพื้นที่ทางการเมืองของนายสุพลแล้วนายสุพลเป็นเพียงคนเดียวที่เป็นฝ่ายค้านในจ.อุบลราชธานี
โดยจะต้องทำการแข่งขันสูงมากกับกลุ่มของวิฑูรย์ นามบุตร จากพรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่มนายสิทธิชัย โค้วสุรัตน์ แกนนำพรรคเพื่อแผ่นดินที่หมายมั่นปั้นมือว่าจะขอกลับมายิ่งใหญ่ในพื้นที่นี้อีกครั้งโดยมีแรงสนับสนุนจากพินิจ จารุสมบัติ และ ปรีชา เลาหะพงศ์ชนะ เช่นเดียวกับ พรรคภูมิใจไทยที่ต้องการจะขยายอาณาจักรของตัวเองในอีสานให้มากขึ้นจากเดิมที่สามารถเรืองอำนาจได้แค่พื้นที่อีสานใต้เท่านั้น
สถานการณ์แบบนี้ทำให้การมอบตำแหน่งเลขาธิการพรรคให้นายสุพลของพ.ต.ท.ทักษิณ ก็เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้นายสุพล ถูกทาบทามจากพรรคการเมืองอื่นโดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย เพราะเดิมนายสุพลเองก็เคยร่วมทำงากับนายเนวินสมัยพรรคพลังประชาชนมาก่อน และที่สำคัญการให้นายสุพลเป็นเลขาธิการพรรคในครั้งนี้ยังเป็นการันตีในระดับหนึ่งแล้วว่าหากพรรคเพื่อไทยได้กลับมาเป็นรัฐบาลนายสุพลได้เป็นรัฐมนตรีอย่างแน่นอน
“ตอนนั้นเราอยู่ในพรรคพลังประชาชนก็เป็นเพียงทำงานร่วมกันและขอปฎิเสธไม่ได้อยู่ กับกลุ่มเพื่อนเนวิน ส่วนความสัมพันธ์นั้น ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องมีความสัมพันธ์” เป็นท่าทีที่หนักแน่นจากนายสุพลถึงการตัดความสัมพันธ์กับนายเนวินภายหลังรับตำแหน่งเลขาธิการพรรค
เพราะฉะนั้น จะเห็นได้ว่าการปรับโครงสร้างของพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้ด้านหนึ่งจะเป็นการปรับตัวของพรรคเพื่อรองรับการเลือกตั้งแล้วยังเป็นการวางแผนป้องกันไม่ให้พรรคต้องกับโรคเลือดไหลอีกด้วย







