
ประเด็นร้อน
ประเด็นร้อน วันที่ 15 ก.ย. ความน่าสนใจอยู่ที่การประชุมร่วมรัฐสภา คือ สภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภา ที่จะมีวาระร้อน คือร่างกรอบเจรจาความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน คือรถไฟความเร็วสูง ที่วิ่งจากจีนผ่านไทยไปมาเลเซีย ซึ่งภูมิใจไทยที่ดูแลกระทรวงคมนาคม ยังมีความข้องใจในแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นแกนนำรัฐบาล จึงต้องดูว่า สส.พรรคภูมิใจไทย จะให้ความร่วมมือประชุมรัฐสภาหรือไม่
1.การประชุมร่วมรัฐสภาจะเริ่ม 09.30 น. เพื่อพิจารณากรอบการเจรจาระหว่างประเทศ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 190 กรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทยชิลี ไทยออสเตรเลีย
ที่ต้องจับตา คือ มีเรื่องที่เสนอใหม่ 1 เรื่อง คือ ร่างกรอบการเจรจาความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน มี 5 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯหนองคาย กรุงเทพฯระยอง กรุงเทพฯสุดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย กรุงเทพฯอุบลราชธานี และกรุงเทพฯเชียงใหม่ ทั้งการดำเนินการ การจัดหาพื้นที่ การใช้เทคโนโลยีและการถ่ายทอดเทคโนโลยี ที่ต้องติดตาม คือ จะเกิดปัญหาองค์ประชุมสภาล่มเหมือนที่ผ่านๆ มาหรือไม่ โดยเฉพาะปัญหาอาจมาจากพรรคร่วมรัฐบาล คือ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงคมนาคม ที่ต้องการมีบทบาทในเรื่องนี้
หากผ่านร่างการพิจารณาของสภาแล้วคาดว่าปลายปี 2554 จะได้เห็นการก่อสร้าง ซึ่งงบประมาณในส่วนแรกอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเป็นการร่วมทุนกันระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน
2.เรื่องร้อนลำดับต่อมาอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย หลังมีข่าวฉาวต่อเนื่อง ล่าสุด นายวิเชียร ชิดชนกนารถ ผู้อำนวยการส่วนบริหารและพัฒนาเทคโนโลยีการทะเบียน สำนักบริหารการทะเบียน (สน.บท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดขอบข่ายงาน (ทีโออาร์) โครงการเช่าคอมพิวเตอร์ 3,490 ล้านบาท ของมหาดไทย ออกมาเปิดเผยว่า ทางกรมการปกครองได้ลงนามเช่าคอมพิวเตอร์กับบริษัท คอนโทรล ดาต้า (ประเทศไทย) แล้ว ทั้งที่โครงการยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบของหลายหน่วยงาน ทั้ง สตง. และดีเอสไอ ต้องจับตาท่าทีฝ่ายค้านว่าจะตรวจสอบเรื่องฉาวนี้อย่างไร
3.ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษกจะพิจารณากรณีที่นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหรือ พธม.ได้ยื่น คำร้องต่อศาลเพื่อขอคัดค้านการออกหมายจับแนวร่วม พธม. 45 คน ในคดีก่อการร้ายกรณีปิดสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิที่ยังไม่ได้เข้ารายงานตัว ผลจะออกมาอย่างไร ทั้งนี้ทนายพันธมิตรฯ ยืนยันว่า ข้อหาก่อการร้ายนั้นเลื่อนลอยห่างไกลจากความเป็นจริง แต่ถ้าศาลมีคำสั่งอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา ทนายความก็เตรียมยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อไป
4.การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสาธิต ปิตุเตชะ สส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน จะพิจารณาเรื่องเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นหลายครั้งใน กทม. โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะส่ง พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) มาชี้แจง นอกจากนี้ กมธ.จะมีการประชุมปัญหาการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ท.อาจิณ โชติวงษ์ เลขานุการคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) มาชี้แจงกับ กมธ.ด้วย
นอกจากนี้ ต้องติดตามว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ที่กรรมาธิการเชิญมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุลอบวางระเบิดตามสถานที่ต่างๆ นั้นจะมาหรือไม่ หลังจากที่นายสาธิตระบุว่า เหตุที่นายจตุพรปฏิเสธไม่มาให้ข้อมูล คงเป็นเพราะไม่รู้จริง หากนายจตุพรมา น่าจะทำให้สีสันการเมืองวันที่ 15 ก.ย. เข้มข้นขึ้น
5.ยังต้องจับตาค่าเงินบาทจะเป็นอย่างไร หลังวันที่ 14 ก.ย. มีข่าวลือท่วมตลาดหลักทรัพย์ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะนำมาตรการสกัดเงินทุนไหลเข้ามาใช้ ทำให้เงินบาทปิดตลาดที่ 30.77/81 อ่อนค่าทันที หลังมีข่าวลือ ธปท.จะออกมาตรการคุมค่าเงิน
6.ปิดท้ายด้วยทิศทางตลาดหุ้นวันที่ 15 ก.ย. คาดว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในทิศทางลบต่อไป หลังเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ปิดตลาดลดลงถึง 15.65 จุด หรือ 1.67% อยู่ที่ 921.39 มูลค่าการซื้อขาย 39,671.90 ล้านบาท โดยมีแรงเทขายในช่วงบ่ายออกมาอย่างหนักทั่วกระดาน จากความวิตกข่าวลือ ธปท.จะออกมาตรการควบคุมค่าเงินเช่นเดียวกัน ทำให้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,809.32 ล้านบาท







