posttoday
J-Cruises 3

J-Cruises 3

04 มิถุนายน 2560

หลังฝึกซ้อมการอพยพฉุกเฉินเสร็จสิ้น ก็ใกล้เวลาบ่าย 4 โมงที่เรือออกจากท่า ลูกค้าหลายคนเก็บเสื้อชูชีพเสร็จแล้ว

หลังฝึกซ้อมการอพยพฉุกเฉินเสร็จสิ้น ก็ใกล้เวลาบ่าย 4 โมงที่เรือออกจากท่า ลูกค้าหลายคนเก็บเสื้อชูชีพเสร็จแล้วก็ขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือชั้น 11 เพื่อรอชมช่วงเวลาที่เรือค่อยๆ เคลื่อนออกจากฝั่ง ในขณะที่ผมและทีมงานก็เริ่มสำรวจเรือทีละชั้น เรือ Costa NeoRomantica มีความสูงทั้งสิ้น 14 ชั้น โดย 3 ชั้นแรกจะเป็นส่วนที่พักของลูกเรือ ห้องเก็บของ ห้องเย็นสำหรับเก็บสต๊อกอาหาร และห้องเครื่องยนต์ ชั้นที่เหลือก็จะเป็นส่วนของผู้โดยสาร เราลงไปสำรวจตั้งแต่ชั้น 4 ซึ่งปรากฏว่าชั้นนี้มีแต่ห้องพักล้วนๆ ชั้น 5 เป็นเหมือนล็อบบี้ เพราะมีทั้ง Hospitality Service Desk และ Tour Office อยู่ใน Main Hall จะสอบถามอะไร เปลี่ยนแปลงอะไร หรือจองทัวร์เสริมระหว่างแวะแต่ละท่า มาติดต่อตรงนี้ได้หมด นอกจากนี้ยังมี Credit Card Registration เครื่องลงทะเบียนพ่วงบัตรเครดิต และ Interactive Totems หรือจอมอนิเตอร์สำหรับตรวจสอบข้อมูลประจำวัน หรือสำรองทัวร์และห้องอาหารโดยระบบอัตโนมัติ ไว้บริการด้วย ไหนๆ ก็เจอเครื่องแล้วลองพ่วงบัตรเครดิตกับ Cruise Card ดูเลยดีกว่า ถ้าเทียบระหว่างมือใหม่ไทยกับมือใหม่ญี่ปุ่นนี่เรากินขาดครับ ทีมเราดำเนินการตามข้อมูลที่ปรากฏบนจอจนจบขั้นตอนโดยไม่มีติดขัด ในขณะที่ผู้โดยสารชาวญี่ปุ่นหลายคนทำไม่สำเร็จ อาจเพราะเป็นผู้สูงวัยเลยไม่คุ้นชินกับจอระบบสัมผัสก็ได้ ห้องพักของพวกเราอยู่ที่ชั้น 5 นี้ด้วย ก็เลยสะดวกกับการติดต่อเจ้าหน้าที่

J-Cruises 3

เดินต่อขึ้นไปชั้น 6 และ 7 สองชั้นนี้ก็มีแต่ห้องพัก พอขึ้นไปถึงชั้น 8 บรรยากาศเปลี่ยนไปสิ้นเชิง เพราะเป็นที่ตั้งของกาสิโน มีทั้งตู้สล็อตแมชีนและโต๊ะพนัน ถัดไปเป็น Grand Bar Piazza Italia ที่ใช้จัดการแสดงยามค่ำคืน และด้านในสุดเป็นห้องอาหารหลัก Botticelli Restaurant ที่เสิร์ฟทั้งอาหารเช้า กลางวัน และเย็น อาหารที่เสิร์ฟก็เป็นคอร์ส โดยเฉพาะมื้อค่ำนี่มีเมนูให้เลือกทานมากกว่า 20 รายการกันเลยทีเดียว ส่วนด้านหัวเรือก็จะมีห้องสปา Samsara และห้องออกกำลังกายที่สามารถมองเห็นวิวทะเลได้อย่างเต็มตา ขึ้นไปต่อที่ชั้น 9 ครึ่งชั้นนี่อุทิศให้กับสุภาพสตรี เพราะมีทั้ง Samsara Spa ห้องเสริมสวย Venus ใครไม่อยากสระผมเองมาที่นี่เลย และ Galleria Shops Via Condotti ร้านค้าปลอดภาษีบนเรือ นอกจากนี้ก็ยังมีห้องอาหารขนาดย่อมอีก 2 ห้อง คือ La Fiorentina ที่เน้นสเต๊กเป็นจานหลัก และห้องอาหารอิตาเลียนรสฝีมือแม่ Mama Trattoria หรือจะมานั่งจิบกาแฟที่ Coffee and Chocolate Bar ละเลียดซิการ์ที่ Cigar Lounge ดูโชว์ที่ Vienna Cabaret หรือออกสเต็ปที่ Tango Disco Lounge ก็เลือกกันตามสบาย

J-Cruises 3

ชั้น 10 มีห้องพักอยู่ส่วนหนึ่ง และยังเป็นที่ตั้งของห้องอาหาร Giardino ให้บริการบุฟเฟ่ต์ทั้งเช้า กลางวัน เย็น ไม่ต้องจองหิวเมื่อไหร่มากินได้เลย และบนชั้นนี้ยังมีห้องกิจกรรมสำหรับเด็ก Squok Club คุณพ่อคุณแม่สามารถนำลูกมาฝากไว้ที่ห้องนี้ได้ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอด ชั้น 11 เป็นดาดฟ้าเรือมีห้องพักอยู่ตอนหน้า มีสระน้ำอยู่ตอนกลางและส่วนท้ายเรือ มีห้องอาหารเล็กๆ ชื่อ Grill Capri ไว้บริการอาหารว่างช่วงที่ห้องอาหารหลักปิดบริการ เช่น สายๆ ก่อนเที่ยง บ่ายๆ ก่อนค่ำ และช่วงดึกถึงเช้ามืด แล้วก็ยังมีห้อง Pizzeria Napoli ที่ให้บริการพิซซ่าร้อนๆ อบสดๆ เปิดตั้งแต่หัวค่ำยันเที่ยงคืน ส่วนชั้น 12 ตอนหน้าเป็นห้องพักและตอนหลังเป็นพื้นที่เปิดโล่งที่เชื่อมต่อจากชั้น 11 ด้วยบันได มีลู่วิ่งไว้ออกกำลังกลางแจ้ง ยิ่งในวันที่อากาศดีๆ นี่เหมาะมาก ข้ามชั้น 13 ไป อาจเพราะเป็นเรือฝรั่งเลยไม่ค่อยชอบเลขนี้ ชั้น 14 เป็นชั้นบนสุดที่มีแต่ห้องพักเท่านั้น จริงๆ แต่ละชั้นก็มีชื่อเรียก เช่น London Paris Vienna แต่ผมว่าจำเป็นตัวเลขจะง่ายกว่า

ส่วนร้านอาหารนี่ก็มีข้อควรระวัง คือ บางห้องรวมอยู่ในค่าเรือแล้ว แต่บางห้องต้องจ่ายเงินเพิ่ม สำหรับท่านที่ไม่อยากจ่ายก็สามารถทานอาหารได้ที่ห้อง Botticelli ห้อง Giardino และห้อง Grill Capri แต่ถ้าเบื่อห้องเดิมเพราะทานติดต่อกันหลายวัน ก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศมาลองทานที่ห้อง La Fiorentina ห้อง Mama Trattoria หรือร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่จัดพิเศษตามห้องต่างๆ ได้โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มราวๆ 30 เหรียญสหรัฐ/มื้อ หลังจากสำรวจเรืออย่างว่องไวก็ได้เวลาอาหารค่ำพอดี ปกติอาหารค่ำบนเรือจะแบ่งเป็นรอบ โดยเฉพาะห้องที่บริการอาหารเป็นคอร์ส เพราะต้องใช้เวลาในการเสิร์ฟและกิน ในขณะที่ถ้าเป็นห้องบุฟเฟ่ต์นี่เข้าตอนไหนเมื่อไหร่ก็ได้แล้วแต่สะดวก มื้อแรกของคณะเราได้กินกันที่ห้อง Botticelli รอบแรก 5 โมงครึ่ง ก่อนเวลาห้องเปิดก็มีคนญี่ปุ่นมาต่อคิวกันยาวแล้ว พอห้องเปิดมันควรจะค่อยๆ ไหลเข้าไป แต่ก็ยังกระจุกตัวกันที่หน้าห้องจนผิดปกติ เลยต้องเดินไปดูเสียหน่อยว่าติดขัดอะไร ปรากฏว่าเป็นญี่ปุ่นมุงครับ ปกติเรือลำอื่นๆ จะไม่มีอาหารตัวอย่างที่หน้าห้อง แต่เรือ Costa เค้ามีให้ดูเพื่อจะได้เห็นหน้าตาอาหารว่าเป็นอย่างไร เวลาสั่งจะได้ไม่ผิดพลาด โดยเฉพาะผู้โดยสารที่ไม่คุ้นกับอาหารฝรั่งและอาหารอิตาเลียน เจ้าหน้าที่ที่อยู่หน้าห้องก็ดันมีแบบฟอร์มสั่งอาหารแผ่นเล็กๆ พร้อมดินสอให้ผู้โดยสารเลือกอาหารล่วงหน้า ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องจำเป็นสำหรับทุกคน แต่เข้าใจว่าการสื่อสารอาจจะไม่ทั่วถึง เลยเกิดการมุงดูอาหารกันที่หน้าห้อง ซึ่งคนที่คุ้นเคยกับอาหารฝรั่งหรือใช้ภาษาอังกฤษได้คล่องก็สามารถลัดขั้นตอนนี้ แล้วไปอ่านเมนูหรือถามพนักงานในห้องอาหารก็ได้ เมนูประกอบด้วย Appetizers, Salad, Soup, Pasta & Noodle, Main Courses, Rice, Desserts, Cheese, Fresh Fruit ซึ่งแต่ละ

J-Cruises 3

ประเภทก็ยังมีให้เลือกกินได้มากกว่า 1 อย่าง เช่น จานเส้นก็มีทั้งแบบอิตาเลียนและญี่ปุ่น ยิ่งจานหลักมีให้เลือก 4 อย่างเลย ทั้งปลา เนื้อ หมู และอาหารเจ ซึ่งทุกเมนูจะเปลี่ยนทุกวันไม่ซ้ำกันเลย นอกจากนี้แล้วยังมีเมนู Always Available คืออาหารที่มีให้สั่งได้ทุกวันเป็นเมนูพื้นๆ กินง่ายๆ อย่างเช่น เนื้อปลาแซลมอนย่าง หรืออกไก่ย่าง เป็นต้น บอกเผื่อไว้เลยว่าทุกรายการอาหารที่มีในเมนู ท่านสามารถสั่งได้หมด เช่น ท่านอยากกินอาหารจานหลัก ทั้งปลา เนื้อ หมู และเจ ก็สามารถสั่งมาได้ถ้ากินหมด เป็นสวรรค์ของคนชอบกินจริงๆ เลย

นอกจากนี้ ยังมีเมนูของเด็กที่แยกออกมาต่างหากอีก เพราะเด็กอายุ 4-12 ปี ถ้านอนกับผู้ใหญ่ 2 คนในห้องเดียวกันนี่ไม่ต้องจ่ายค่าเรือ คิดแต่ค่าประกันและค่าภาษีท่าเรือเท่านั้น และถ้าต่ำกว่า 4 ขวบก็ขึ้นฟรีไม่เสียเงินเลย ดังนั้นเมนูจึงแตกต่างจากของผู้ใหญ่ แต่ก็เป็นเมนูที่น่ากิน ไม่ได้ด้อยคุณภาพแต่อย่างใด

J-Cruises 3


ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท