posttoday
อย่าให้คาราคาซัง

อย่าให้คาราคาซัง

04 มิถุนายน 2560

ความขัดแย้งระหว่างผู้ให้บริการรถแท็กซี่ และรถยนต์ส่วนบุคคลซึ่งนำไปใช้รับจ้างขนส่งผู้โดยสารผ่านแอพพลิเคชั่นในชื่ออูเบอร์

ความขัดแย้งระหว่างผู้ให้บริการรถแท็กซี่ และรถยนต์ส่วนบุคคลซึ่งนำไปใช้รับจ้างขนส่งผู้โดยสารผ่านแอพพลิเคชั่นในชื่ออูเบอร์ (UBER) กลายเป็นความขัดแย้งที่ปรากฏเป็นข่าว ให้เห็นบ่อยครั้ง จนน่าคิดว่าเรื่องนี้กำลังเริ่มกลายเป็นปัญหาที่ได้หยั่งรากความไม่ลงรอยกันระหว่างกลุ่มผู้ให้บริการที่กำลังเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ย้อนก่อนหน้านี้ เมื่อต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมานี้เอง ที่ จ.ชลบุรี เกิดเหตุการณ์กลุ่มรถแท็กซี่สังกัดบริษัทแห่งหนึ่งในเมืองพัทยาประมาณ20 คัน จอดดักหน้าดักหลังรถยนต์นิสสัน ซึ่งภายในรถ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติสัญชาติจีน 3 คน ผู้ขับรถนิสสันคันดังกล่าวซึ่งเป็นสุภาพสตรีท่านหนึ่ง ตัดสินใจโทรแจ้งตำรวจให้มาช่วยเหลือ ข่าวระบุว่า กลุ่มแท็กซี่ล้อมรถคันนั้นเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นรถอูเบอร์

ต่อมาเมื่อกลางดึกวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา ผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่อูเบอร์ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยระบุว่าหลังจากถูกกลุ่มแท็กซี่เมืองพัทยาประมาณ 5-6 คัน ปิดล้อมรถยนต์ไล่ผู้โดยสาร ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศให้ลงจากรถ และเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรมายึดใบขับขี่

ล่าสุดที่สถานีขนส่งอาเขตเชียงใหม่ เกิดเหตุแท็กซี่และรถสองแถวรุมล้อมและด่าทอคนขับรถยนต์คนหนึ่ง เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นรถอูเบอร์ที่เข้าไปรับส่งผู้โดยสารภายในสถานี ซึ่งหวิดจะบานปลายทำร้ายร่างกายกัน แต่จบด้วยการไปแจ้งความดำเนินคดีกัน

เหตุการณ์ที่ยกมาคือตัวอย่างที่จัดเจนว่าความขัดแย้งนี้กำลังกลายเป็นเรื่องซ้ำซาก ที่จบลงด้วยการวิวาทที่หวิดเลือดตกยางออก และถึงกับมีการขู่ทำร้ายร่างกาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็แก้ปัญหานี้ได้แค่เรียกคู่ขัดแย้งมาลงบันทึกประจำวัน ปรับความเข้าใจ ยิ่งกว่านั้น ซึ่งไม่ได้มีหลักประกันว่าเรื่องนี้จะจบลง

ความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายนั้นลุกลามขยายผล เพราะต่างมีทั้งเสียงหนุนเสียงค้านเป็นมวลชนเคลื่อนไหวถกเถียง แสดงความเห็น และกระทั่งกลายเป็นการประคารมกันอยู่ในโลกโซเชียลซึ่งมีกลุ่มผู้สนใจเรื่องนี้เพิ่มขึ้นทุกที

ปัญหาเรื่องการบริการถูกนำมาถกเถียงกันในทำนองว่า รถแท็กซี่สาธารณะทั่วไปนั้นทำให้ผู้ใช้บริการต้องเสี่ยงกับเรื่องคุณภาพการให้บริการ มีเรื่องร้องเรียนกรณีการปฏิเสธผู้โดยสารที่เรื้อรังโดยที่หน่วยงานรับผิดชอบเองก็แก้ไม่ได้ ยังไม่รวมถึงปัญหาการร้องเรียนอื่นๆ ที่ต่างสร้างความเอือมระอากับบริการอยู่เนืองๆ

ขณะที่รถอูเบอร์ซึ่งเป็นบริการที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับ แม้จะมีกลุ่มหนุน มองว่าเป็นการบริการที่ดี แต่มีราคาค่าโดยสารที่แพงกว่ารถแท็กซี่ทั่วไป แต่ก็มีผู้โดยสารที่ยอมจ่ายเพื่อแลกกับบริการที่ดีกว่า โดยอูเบอร์ประเทศไทยเองก็พยายามหารือกับกรมการขนส่งทางบกเพื่อหาแนวทางแก้ไขให้บริการของตัวเองถูกกฎหมาย โดยอ้างว่ามีประเทศที่รับรองให้มีบริการของอูเบอร์ได้แล้วอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ซึ่งในประเทศที่อนุญาตอย่างถูกกฎหมายนั้น ดำเนินการเป็นรูปแบบการออกใบขับขี่ประเภทใหม่เฉพาะออกมา เป็นระบบร่วมเดินทาง เพื่อรับรองการขับขี่

อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวดูเหมือนว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังนิ่งเฉยไม่ยอมแก้ไข ทั้งที่เรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนหรือต้องรอให้ขยายไปสู่การละเลงเลือดกันก่อน

ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องลงมาแก้ปัญหาความขัดแย้งของผู้ให้บริการทั้งสองประเภทให้เกิดความชัดเจน อย่าให้คาราคาซัง ก่อนที่จะลุกลามบานปลายไปยิ่งกว่านี้

ที่สำคัญ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินคดีอย่างจริงจังกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะแท็กซี่ที่แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวใช้กำลังปิดล้อม ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่เหมาะสม ทั้งที่มีวิธีการในการแก้ไขปัญหา เช่น หากเห็นว่ามีผู้กระทำผิดกฎหมายควรจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ ไม่ใช่รวมตัวกันใช้กำลังปิดล้อม เพราะจะทำให้ภาพลักษณ์ประเทศมีแต่ความป่าเถื่อน

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย