
รัฐต้องเร่งลงทุน ดันยอดสินเชื่อโต
ในภาวะที่เศรษฐกิจฟื้นตัวไม่เต็มที่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้การปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ขยายตัวได้ไม่มากเป็นเงาตามตัวไปด้วย จากรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในปี 2559 ยอดปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ขยายตัวเพียง 2% เติบโตต่ำสุดในรอบ 7 ปี นับจากปี 2552 ที่โต 1.8% โดยในปี 2558 สินเชื่อธนาคารพาณิชย์ขยายตัวได้ 4.3%การหดตัวของสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ปี 2559 ที่ขยายตัว 2% ยังต่ำกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจที่ปี 2559 ขยายตัวได้ 3.2% ซึ่งถือว่าเป็นการหดตัวของสินเชื่อที่รุนแรง เพราะปกติสินเชื่อธนาคารพาณิชย์จะขยายตัวระดับไม่ต่ำกว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สินเชื่อที่ขยายตัวได้น้อยมากจากความระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะการปล่อยกู้ลูกค้ารายย่อย ที่มีการปล่อยได้ยากขึ้นเพราะไม่ให้อยากให้มีปัญหาหนี้เสีย ขณะที่ภาวการณ์ปล่อยสินเชื่อในช่วงครึ่งปีแรก 2560 ต้องถือว่ายังไม่สดใสมากนัก ยังอยู่ในภาวะที่ทรงตัว การขยายตัวยังเห็นไม่ชัดในหลายธนาคาร แต่ครึ่งปีหลังธนาคารพาณิชย์ต่างคาดว่าสินเชื่อจะขยายตัวได้เพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวชัดเจนที่สำคัญการเดินหน้าลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐจะมีการเบิกจ่ายที่ชัดเจ
การหดตัวของสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ปี 2559 ที่ขยายตัว 2% ยังต่ำกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจที่ปี 2559 ขยายตัวได้ 3.2% ซึ่งถือว่าเป็นการหดตัวของสินเชื่อที่รุนแรง เพราะปกติสินเชื่อธนาคารพาณิชย์จะขยายตัวระดับไม่ต่ำกว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
สินเชื่อที่ขยายตัวได้น้อยมากจากความระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะการปล่อยกู้ลูกค้ารายย่อย ที่มีการปล่อยได้ยากขึ้นเพราะไม่ให้อยากให้มีปัญหาหนี้เสีย ขณะที่ภาวการณ์ปล่อยสินเชื่อในช่วงครึ่งปีแรก 2560 ต้องถือว่ายังไม่สดใสมากนัก ยังอยู่ในภาวะที่ทรงตัว การขยายตัวยังเห็นไม่ชัดในหลายธนาคาร แต่ครึ่งปีหลังธนาคารพาณิชย์ต่างคาดว่าสินเชื่อจะขยายตัวได้เพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวชัดเจน
ที่สำคัญการเดินหน้าลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐจะมีการเบิกจ่ายที่ชัดเจนมากขึ้น ทำให้การปล่อยสินเชื่อให้กับภาครัฐและผู้ประกอบการก่อสร้างขยายตัวได้มาก และเป็นตัวสำคัญที่จะทำให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์กลับมาขยายตัวได้ปกติหรือระดับสูงอีกครั้ง
สุวัฒน์ เตชะวัฒนวรรณา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ออกมาระบุว่า ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นมา เห็นการขอสินเชื่อรายใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะสินเชื่อในกลุ่มธุรกิจก่อสร้างที่เชื่อมโยงกับโครงการลงทุนภาครัฐ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และยังเห็นการขอวงเงินสินเชื่อที่ใหญ่ขึ้นมาก นอกจากนี้ยังมีความต้องการสินเชื่อในกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตขึ้นอีกด้วย
รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ประเมินว่า ลูกค้ารายใหญ่จะมีการเบิกจ่ายสินเชื่อเพื่อการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลัง ผลักดันสินเชื่อของธนาคารขยายตัวได้ตามเป้า 4-6% หรืออาจสูงกว่าเป้าได้ เพราะมีรายใหญ่ขอสินเชื่อต่อเนื่องตามโครงการของภาครัฐที่มีหลายแสนล้านบาท
ขณะที่ กิตติพันธ์ อนุตรโสตถิ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ก็มีความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า แนวโน้มสินเชื่อรายใหญ่เติบโตดีจากอานิสงส์ของโครงการลงทุนภาครัฐที่มีความชัดเจน ส่วนการลงทุนภาคเอกชนความต้องการสินเชื่อยังน้อยอยู่ โดยธนาคารตั้งเป้าหมายสินเชื่อเติบโต 5-10% เป็นเป้าสินเชื่อรายใหญ่เติบโตราว 10% เทียบกับปี 2559
จากการประเมินของธนาคารพาณิชย์ จะเห็นได้ว่าสินเชื่อพ้นจากจุดที่ขยายตัวต่ำสุดมาแล้ว และแนวโน้มจะเติบโตได้สูง สอดคล้องกับตัวเลขการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐบาล ที่กรมบัญชีกลางออกมาเปิดเผยว่า ในช่วง 7 เดือนแรกปีงบประมาณ 2560 (ต.ค. 2559-เม.ย. 2560) เบิกจ่ายงบลงทุนได้ 2.12 แสนล้านบาท ของวงเงินงบลงทุน 4.6 แสนล้านบาท หรือ 45.82% และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.73% และงบลงทุนทั้งหมดมีการก่อหนี้รายจ่ายลงทุนแล้ว 3.57 แสนล้านบาท หรือ 76.98%
อย่างไรก็ตาม การเบิกจ่ายงบลงทุนบางส่วนยังมีปัญหาล่าช้า โดยเฉพาะงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ข้อมูลสิ้นสุดเดือน มี.ค. 2560 พบว่าเบิกจ่ายได้แล้ว 6.3 หมื่นล้านบาท จากวงเงินงบลงทุนทั้งปี 3.42 แสนล้านบาท ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคกับการขยายตัวสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ถึงแม้ว่าคลังจะตั้งเป้าเบิกจ่ายไว้สูงถึง 95% โดยไตรมาส 3 ของปีงบประมาณ การเบิกจ่ายจะเริ่มมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น แต่ก็คงทำได้ถึงเป้าหมายได้ยาก และหากดูอดีตที่ผ่านมา การเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจจะอยู่ที่ประมาณ 70% ของงบทั้งหมดเท่านั้น
แม้ว่า ชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) จะออกมาแสดงความมั่นใจ เป้าหมายการเบิกจ่ายยังคงต้องใช้ความพยายามอีกมาก โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการตามปีปฏิทิน ที่มีงบลงทุนกว่า 1.9 แสนล้านบาท มากกว่ารัฐวิสาหกิจตามปีงบประมาณที่มีงบลงทุน 1.5 แสนล้านบาท โดยที่ผ่านมารัฐวิสาหกิจตามปีปฏิทิน เช่น ปตท. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพิ่งเริ่มเบิกจ่ายไปได้แค่ 3 เดือนเท่านั้น ยังเหลือเวลาการเบิกจ่ายอีก 9 เดือน
แต่ทั้งนี้ การขยายตัวของสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการปล่อยกู้รายใหญ่อย่างเดียว การปล่อยกู้รายย่อยก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน การลดดอกเบี้ยเงินกู้รายย่อยของธนาคารพาณิชย์ตามคำขอของ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง แม้ว่าจะทำให้ธนาคารพาณิชย์กำไรลดไปบ้าง แต่ก็น่าจะทำให้ยอดสินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้น ทำให้สุดท้ายอาจจะไม่เข้าเนื้อกำไรเลยก็ได้
นอกจากนี้ ธปท.ยังประเมินภาพรวมสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ปี 2560 จะขยายตัวได้ 4-6% โดยน่าจะโตได้ดีขึ้นในครึ่งปีหลัง ที่คาดว่าการลงทุนภาคเอกชนจะดีขึ้นตามการลงทุนภาครัฐ โดยไตรมาสแรก ปี 2560 สินเชื่อแบงก์ขยายตัวได้ 2.8% เพิ่มขึ้นจาก 2% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ขยายตัว 3.9% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ติดลบ 1% และสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีโต 2.2% เพิ่มจาก 1.8%
ทั้งหมดจะเห็นได้ว่าการขยายตัวสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์จะเริ่มกลับมาสดใสเบ่งบานอีกครั้งจากโครงการขนาดใหญ่ภาครัฐที่มีจำนวนมาก เฉพาะโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งในช่วง 7 ปี ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2559 ก็มีจำนวนสูงถึง 2 ล้านล้านบาท ทำให้รัฐบาลต้องทำงบประมาณขาดดุลสูงเพื่อนำเงินไปลงทุน โดยในปีงบประมาณ 2560 มีการกู้ชดเชยขาดดุล 5.5 แสนล้านบาท และปีงบประมาณ 2561 จะกู้ชดเชยขาดดุลอีก 4.5 แสนล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการกู้จากธนาคารพาณิชย์ รวมกับการปล่อยกู้ผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อยที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนภาครัฐ ซึ่งจะทำให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ขยายตัวได้มาก ทำกำไรได้สูงไม่แพ้ปีที่ผ่านมา







