
เปิดเผยดีกว่าปิดบัง
สถานการณ์โจมตีโลกไซเบอร์ครั้งใหญ่ของกลุ่มแฮ็กเกอร์สายดำ ที่ปล่อยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ชื่อ วอนนาคราย ผ่านทางช่องโหว่ระบบปฏิบัติการ Windows ชื่อ SMBv1 Protocal ซึ่งสามารถแพร่กระจายผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์ในสำนักงานที่เชื่อมต่อเครือข่ายเดียวกันอย่างรวดเร็ว จากการตรวจสอบพบว่ามัลแวร์ดังกล่าวจะทำการเข้ารหัสไฟล์งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ทำให้ไม่สามารถใช้งานไฟล์ได้ และเรียกร้องเงินค่าไถ่เพื่อแลกกับรหัสปลดล็อกไฟล์ โดยการโจมตีครั้งนี้ถือเป็นการโจมตีที่ใหญ่ที่สุดและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ในต่างประเทศพบการโจมตีบริษัทเอกชนและหน่วยงานราชการในหลายประเทศจนสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจและการปฏิบัติงาน สำหรับในประเทศไทยพบการแพร่กระจายดังกล่าวแล้วในหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนนางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) ในฐานะผู้รับผิดชอบศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ไทยเซิร์ต) ซึ่งเก็บรวบรวมและต่อต้านภัยคุกคามไซเบอร์ ระบุว่าจนถึงขณะนี้ ระบบมอนิเตอร์ตรวจสอบพบว่ามีคอมพิวเตอร์ 200 เครื่องถูกคุกคามโดยมัลแวร์ วอนนาคราย โดยไทยเซิร์ตได้แนะนำการแก้ไข และดำ
สถานการณ์โจมตีโลกไซเบอร์ครั้งใหญ่ของกลุ่มแฮ็กเกอร์สายดำ ที่ปล่อยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ชื่อ วอนนาคราย ผ่านทางช่องโหว่ระบบปฏิบัติการ Windows ชื่อ SMBv1 Protocal ซึ่งสามารถแพร่กระจายผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์ในสำนักงานที่เชื่อมต่อเครือข่ายเดียวกันอย่างรวดเร็ว
จากการตรวจสอบพบว่ามัลแวร์ดังกล่าวจะทำการเข้ารหัสไฟล์งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ทำให้ไม่สามารถใช้งานไฟล์ได้ และเรียกร้องเงินค่าไถ่เพื่อแลกกับรหัสปลดล็อกไฟล์ โดยการโจมตีครั้งนี้ถือเป็นการโจมตีที่ใหญ่ที่สุดและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ในต่างประเทศพบการโจมตีบริษัทเอกชนและหน่วยงานราชการในหลายประเทศจนสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจและการปฏิบัติงาน สำหรับในประเทศไทยพบการแพร่กระจายดังกล่าวแล้วในหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน
นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) ในฐานะผู้รับผิดชอบศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ไทยเซิร์ต) ซึ่งเก็บรวบรวมและต่อต้านภัยคุกคามไซเบอร์ ระบุว่าจนถึงขณะนี้ ระบบมอนิเตอร์ตรวจสอบพบว่ามีคอมพิวเตอร์ 200 เครื่องถูกคุกคามโดยมัลแวร์ วอนนาคราย โดยไทยเซิร์ตได้แนะนำการแก้ไข และดำเนินการแก้ไขไปเรียบร้อยแล้ว
สถานการณ์ดังกล่าวยังไม่น่าวางใจว่าจะยุติลงง่ายๆ เพราะทางกลุ่มแฮ็กเกอร์ก็อัพเดทมัลแวร์วายร้ายเวอร์ชั่นใหม่ให้มีอานุภาพรุนแรงยิ่งขึ้น สำหรับความเสียหายที่จะได้รับจากการติดไวรัสชนิดนี้ หากในระดับบุคคลธรรมดาก็สามารถที่จะล้างเครื่อง และลงโปรแกรมใหม่ แต่จะต้องแลกกับการเสียเวลาที่จะต้องคีย์ข้อมูล จัดเก็บข้อมูลใหม่ หากไม่ได้มีการจัดเก็บข้อมูลสำรองไว้
หากมัลแวร์นี้โจมตีเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลการแก้ไขก็ง่าย แต่หากโจมตีในระดับองค์กร ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ก็เสียหายทั้งนั้น แต่ในระดับความรุนแรงที่แตกต่างกัน
จากการเปิดเผยข้อมูลของหน่วยงานรัฐในขณะนี้เกิดความสับสนมากว่าเอกชนไทยและองค์กรรัฐถูกไวรัสชนิดนี้โจมตีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ยืนยันว่ายังไม่มีความเสียหายในประเทศไทย แต่ทางไทยเซิร์ตก็ออกมาระบุว่าพบการคุกคามของมัลแวร์นี้ต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยแล้ว
ขณะนี้ผู้ที่น่าเป็นห่วงจะถูกโจมตีจากมัลแวร์เรียกค่าไถ่ไม่ใช่องค์กรเอกชน แต่กลายเป็นองค์กรของรัฐ เพราะเป็นหน่วยงานที่ใช้คอมพิวเตอร์และโปรแกรมที่ล้าสมัย ตกรุ่น เนื่องจากปัญหาการจัดซื้อ โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ มีปัญหาอย่างมาก ทั้งด้านความรู้และความเชี่ยวชาญของบุคลากร และเครื่องคอมพิวเตอร์ประจำ อบต.และ อบจ.ก็ไม่ได้เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของใคร จึงไม่มีใครรู้สึกเป็นเจ้าของต้องเข้าไปดูแลเป็นพิเศษ นอกจากการรับทราบคำเตือนจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
ปัจจุบันประเทศไทยได้กระจายการปกครองออกไปส่วนท้องถิ่นมากขึ้น ใช้ท้องถิ่นเก็บรวบรวมข้อมูลส่งมายังส่วนกลาง เมื่อเกิดความเสียหายของข้อมูลย่อมกระทบกับการปฏิบัติงานและการจัดทำนโยบายของรัฐทั้งสิ้น ดังนั้นหากพบความเสียหายรัฐไม่ควรปิดบัง แต่ควรแจ้งเพื่อให้เกิดการตื่นตัวในการป้องกัน เรื่องนี้เป็นปัญหาของชาติซึ่งสำคัญมากกว่ารักษาหน้าตาของรัฐบาล







