
ดีลโอเปกยังเสี่ยงเหลว หวั่นสหรัฐทุ่มผลิตเพิ่ม
โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์“ซาอุดิอาระเบีย” ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ จากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปก) จับมือกับผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่นอกสมาชิกโอเปกอย่าง “รัสเซีย” เพื่อขยายข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปอีก 9 เดือน จนถึงเดือน มี.ค. 2018 จากเดิมที่ใกล้จะครบกำหนดในเดือน มิ.ย. 2017 ส่งผลให้ราคาน้ำมันกลับมาพุ่งสูงขึ้น 13% เมื่อนับในรอบ 7 วันที่ผ่านมา แตะจุดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย.อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงเต็มไปด้วยความกังวลว่า มาตรการขยายระยะเวลาดังกล่าวจะไม่สามารถทำให้ราคาน้ำมันกลับมาพุ่งแรงเกิน 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ตามที่ซาอุดิอาระเบียต้องการได้ทั้งนี้ กลุ่มโอเปกและนอกโอเปกตกลงกันจะลดการผลิตน้ำมันนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. 2017 เพื่อผลักดันราคาน้ำมันให้ปรับเพิ่มขึ้นไปมากกว่าระดับเมื่อเดือน ก.ย. 2016 ที่ 45 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลทว่า การลดเพดานการผลิตในรอบ 4 เดือนกว่ามานี้ สามารถพาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (ดับเบิ้ลยูทีไอ) ไต่ระดับขึ้นไปได้เพียง 54 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และเบรนต์ที่ 57 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เมื่อเดือน ก.พ. จากนั้น และราคาปรับลดลงมาเรื่อยๆ จนอยู่ที่ระด
โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์
“ซาอุดิอาระเบีย” ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ จากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปก) จับมือกับผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่นอกสมาชิกโอเปกอย่าง “รัสเซีย” เพื่อขยายข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปอีก 9 เดือน จนถึงเดือน มี.ค. 2018 จากเดิมที่ใกล้จะครบกำหนดในเดือน มิ.ย. 2017 ส่งผลให้ราคาน้ำมันกลับมาพุ่งสูงขึ้น 13% เมื่อนับในรอบ 7 วันที่ผ่านมา แตะจุดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย.
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงเต็มไปด้วยความกังวลว่า มาตรการขยายระยะเวลาดังกล่าวจะไม่สามารถทำให้ราคาน้ำมันกลับมาพุ่งแรงเกิน 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ตามที่ซาอุดิอาระเบียต้องการได้
ทั้งนี้ กลุ่มโอเปกและนอกโอเปกตกลงกันจะลดการผลิตน้ำมันนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. 2017 เพื่อผลักดันราคาน้ำมันให้ปรับเพิ่มขึ้นไปมากกว่าระดับเมื่อเดือน ก.ย. 2016 ที่ 45 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
ทว่า การลดเพดานการผลิตในรอบ 4 เดือนกว่ามานี้ สามารถพาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (ดับเบิ้ลยูทีไอ) ไต่ระดับขึ้นไปได้เพียง 54 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และเบรนต์ที่ 57 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เมื่อเดือน ก.พ. จากนั้น และราคาปรับลดลงมาเรื่อยๆ จนอยู่ที่ระดับ 45 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เมื่อปลายเดือน เม.ย.
วาณิชธนกิจจากสหรัฐผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมันอย่างโกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่าแม้การขยายการปรับลดการผลิตของซาอุดิอาระเบียและรัสเซีย จะช่วยให้ราคาน้ำมันอาจปรับขึ้นไปถึง 57 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ได้ในไตรมาส 3 ที่จะถึงนี้ แต่ราคาน้ำมันในระยะยาวจะยังคงอยู่ที่ระดับ 45-55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เท่านั้น
โกลด์แมน แซคส์ ระบุอีกด้วยว่า ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในปัจจุบันที่ปรับขึ้นรับข้อตกลงระหว่างซาอุดิอาระเบียและรัสเซีย เป็นไปในอัตราที่น้อยกว่าการประกาศในลักษณะเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว
นอกจากนี้ วาณิชธนกิจชื่อดังของสหรัฐยังคงกังวลต่อการผลิตในกลุ่มผู้ผลิตโอเปกเองที่ไม่สอดคล้องไปในทิศทางตามนโยบายปรับลดการผลิต เช่น ลิเบียที่กลับมาผลิตได้มากกว่า 8 แสนบาร์เรล/วัน ในปัจจุบัน จากราว 4 บาร์เรล/วัน เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับไนจีเรียที่มีแนวโน้มผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นหลังเผชิญความไม่สงบภายในประเทศ
ไม่เพียงแต่การผลิตภายในกลุ่มโอเปกเท่านั้นที่โกลด์แมน แซคส์ และตลาดต่างจับตาอย่างใกล้ชิด แต่การผลิตน้ำมันของสหรัฐก็กลายเป็นที่จับตามองเช่นกัน ไม่เว้นแม้แต่กลุ่มโอเปก
ก่อนหน้านี้ โอเปกออกรายงานประจำเดือนระบุว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันยังคงล้นตลาดโลก เนื่องจากการผลิตในสหรัฐ ที่ยังคงผลิตน้ำมันเพิ่มแม้จะราคาถูกลง เป็นการขัดขวางเป้าหมายราคาน้ำมันที่กลุ่มโอเปกต้องการที่ 50-60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล พร้อมกันนี้โอเปกเรียกร้องให้กลุ่มผู้ผลิตทุกฝ่ายต่างหันมาร่วมมือกันลดการผลิตน้ำมันลง เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นจะเป็นผลประโยชน์กับทุกฝ่ายและเศรษฐกิจโลก
สำหรับผู้ผลิตสหรัฐที่โอเปกกล่าวโทษนั้น นับตั้งแต่โอเปกและผู้ผลิตนอกโอเปกจับมือกันจะลดการผลิตนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงกลางปีนี้ การลงทุนในอุตสาหกรรมเชลออยล์ก็กลับมาปรับขึ้นราว 50% ตลอดช่วงปี 2017 ที่ผ่านมา และยังเพิ่มแท่นขุดเจาะให้กลับมาทำงานอีก 34% อยู่ที่มากกว่า 700 แท่น จากเดิมที่ 525 แท่น ในสิ้นปี 2016
การผลิตน้ำมันเชลออยล์ของสหรัฐยังมีแนวโน้มจะกลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก โดยสำนักงานข้อมูลพลังงานสหรัฐ (อีไอเอ) คาดการณ์ว่าการผลิตจะเพิ่มขึ้น 1.22 แสนบาร์เรล/วัน ในเดือน มิ.ย.ที่จะถึงนี้ เป็น 5.4 ล้านบาร์เรล/วันเพิ่มขึ้นจากเดือน ม.ค. ที่ราว 4.7 ล้านบาร์เรล/วัน
การผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องดังกล่าว ส่งผลให้การผลิตโดยรวมน้ำมันทุกชนิดจะอยู่ที่ 9.2 ล้านบาร์เรล/วันในปีนี้ และมีแนวโน้มจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงจุดสูงสุดทำลายสถิติเดิมของปี 1970 ในปี 2018 ที่ 9.7 ล้านบาร์เรล/วัน
ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ(ไออีเอ) ระบุว่า แม้การปรับสมดุลตลาด หรือการที่ผลผลิตที่ลดลงขณะแรงซื้อเพิ่มขึ้น จะดำเนินต่อไปในอัตราที่เร็วกว่าที่คาด แต่การผลิตเพิ่มในสหรัฐ รวมถึงบราซิลและคาซัคสถาน จะทำให้ผลผลิตโดยรวมของกลุ่มนอกโอเปกเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6 แสนบาร์เรล/วัน ในปี 2017 นี้ ขณะที่ไออีเอยังคงคาดการณ์ดีมานด์เอาไว้เท่าเดิม เนื่องจากการชะลอการบริโภคในหลายประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ทั้งสหรัฐและเยอรมนี
อย่างไรก็ตาม ซาอุดิอาระเบีย ประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโอเปก ก็ยังคงต้องการน้ำมันที่ 50-60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลอยู่ ตามที่คาลิด อัล-ฟาลีห์ รัฐมนตรีพลังงานซาอุดิ อาระเบีย ให้สัญญาจะทำทุกวิถีทางเพื่อลดปริมาณน้ำมันคงคลังในปัจจุบัน ซึ่งไออีเอ ประเมินว่าปรับตัวเพิ่มขึ้น 24.1 ล้านบาร์เรล/วัน ในประเทศพัฒนาแล้วเมื่อช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา
ขณะที่รัสเซียต้องการราคาน้ำมันสูงเพื่อประคองเศรษฐกิจที่ประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำมาหลายปี ซาอุดิอาระเบียต้องการให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจตามแผนของ “ซาอุดิ วิชั่น 2030” ซึ่งจะลดการพึ่งพาการขับเคลื่อนด้วยการค้าน้ำมัน
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) คาดการณ์เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาว่า เศรษฐกิจซาอุดิอาระเบียจะขยายตัวอยู่ที่ 1.3% ในปี 2018 ลดลงจาก 2.3% ที่คาดการณ์ไว้ในเดือน ม.ค. เนื่องจากการลดการผลิตน้ำมันและยังปรับลดการใช้จ่ายงบประมาณไปในคราวเดียวกัน ขณะที่ของปีนี้ไอเอ็มเอฟคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวเพียง 0.4% เท่านั้น เมื่อเทียบกับการขยายตัวทั้งปี 2016 ที่ผ่านมาที่ 1.4%
หลังการเปิดเผยรายงานดังกล่าวของไอเอ็มเอฟได้ไม่กี่วัน สมเด็จพระราชาธิบดี ซัลมาน บิน อับดุลอาซิสอัล ซาอุด แห่งซาอุดิอาระเบีย ออกพระราชกฤษฎีกาประกาศให้ฟื้นระบบเบี้ยเลี้ยงให้กับรัฐมนตรี ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกองทัพในทุกเหล่าซึ่งรวมถึงการให้โบนัสและค่าตอบแทนพิเศษ
การปรับลดงบประมาณรายจ่ายของซาอุดิอาระเบียยังรวมไปถึงการขึ้นราคาพลังงาน ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค และยังสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนซาอุดิอาระเบีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า นักวาดการ์ตูนชาวซาอุดิอาระเบียเคยแสดงความไม่พอใจนี้ผ่านผลงาน ซึ่งเผยแพร่ทางทวิตเตอร์ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 7 หมื่นคน ระบุว่า ซาอุดิ วิชั่น 2030 เป็นการพาซาอุดิอาระเบียไปสู่ความยากจน
“การประกาศปรับลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลเมื่อปีที่แล้ว เป็นมาตรการรัดเข็มขัดที่ช่วยลดการขาดดุลงบประมาณของรัฐ แต่กลับปล่อยให้ประชาชนต้องเป็นผู้แบกรับภาระแทน” จอห์น สฟาเกียนากิส ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ กัลฟ์ รีเสิร์ช เซ็นเตอร์ กล่าวกับบลูมเบิร์ก และระบุว่า หากยกเลิกภาระดังกล่าวต่อประชาชนลงบางส่วน ก็จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้
รองมกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิล ซัลมาน ประธานสภาพัฒนาเศรษฐกิจของซาอุดิอาระเบียทรงพิจารณางบประมาณในช่วงไตรมาสแรกของปี 2017 และพบว่าทำผลงานได้ดีกว่าคาดจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยขาดดุลเพียง 2.6 หมื่นล้านริยาล (ราว 2.39 แสนล้านบาท) เมื่อเทียบกับที่คาดการณ์ไว้ในทีแรกที่ 5 หมื่นล้าน
ริยาล (ราว 4.6 แสนล้านบาท)
เพราะฉะนั้น ซาอุดิอาระเบียจึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อประคองราคาน้ำมันให้อยู่ที่ราว 50-60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เพื่อทำตามเป้าหมายเปลี่ยนผ่านประเทศ พร้อมกับการประคองงบประมาณและเศรษฐกิจของประเทศควบคู่ไปด้วย แม้แนวโน้มราคาน้ำมันขึ้นเหนือไปกว่าเป้าหมายของซาอุดิอาระเบียจะริบหรี่ก็ตาม
“การส่งสัญญาณของซาอุดิอาระเบียและรัสเซียจะช่วยให้ราคาน้ำมันปรับขึ้น แต่ผมยังไม่มั่นใจว่าจะช่วยทำให้ราคาน้ำมันขึ้นไปทำสถิติได้หรือไม่ เพราะผู้ผลิตในสหรัฐมีแนวโน้มจะเพิ่มการผลิตอีก ซึ่งจะเป็นอุปสรรคขวางราคาน้ำมันขาขึ้น”ฮงซองกิ นักวิเคราะห์โภคภัณฑ์ของซัมซุง ฟิวเจอร์ส อิงค์ จากกรุงโซลเปิดเผยกับบลูมเบิร์ก







