
เจาะแฟ้มครม.
เกาะติดครม.รับมือหัวรุนแรงป่วน 19 ก.ย. คลังชงกม.คุมทวงหนี้ มหาดไทยขอเกือบ 200 ล้าน เช่ารถแจกทุกกรม
เกาะติดครม.รับมือหัวรุนแรงป่วน 19 ก.ย. คลังชงกม.คุมทวงหนี้ มหาดไทยขอเกือบ 200 ล้าน เช่ารถแจกทุกกรม
แม้แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยังกังวลต่อการเคลื่อนไหวกลุ่มคนเสื้อแดงเตรียมจัดกิจกรรมวันที่ 19 ก.ย. ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 4 ปีรัฐประหาร เนื่องจากเกรงว่าจะมีกลุ่มหัวรุนแรงฉวยโอกาสก่อเหตุความไม่สงบ แล้วประชาชนตำดำๆจะอยู่สุขสบายกันได้อย่างไร จึงต้องติดตามว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงจะรายงานแผนการรับมือสถานการณ์ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) หรือไม่อย่างไร
ปัญหาเรื้อรังของชาติ เป็นเรื่องที่ครม.ต้องตามแก้ไขต่อไป โดยเฉพาะความไม่สงบสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จากเหตุการณ์กลุ่มก่อความไม่สงบสังหารครูใต้ กระทรวงศึกษาธิการ จะเสนอมาตรการให้ความช่วยเหลือบุคคลากรครูภาครัฐในพื้นทื่เสี่ยง โดยมีการปูนบำเหน็จ ความดีความชอบให้กับเพื่อนครูที่เสียชีวิต ในพื้นที่เสี่ยงภัย 7ขั้น ปรับเบี้ยเสี่ยงภัยจาก 2,500 เป็น 3,500 บาท
ส่วนปัญหาความเดือดร้อนจากเหตุการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัด มีบัญชานายกฯ ให้สำนักนายกฯรายงานผลการปฏิบัติงานการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ เนื่องจากขณะนี้เกิดความสับสนของประชาชนในพื้นที่ว่าเป็นเงินก้อนเดียวกับการประกันสินค้าเกษตรฯ ดังนั้นในที่ประชุมครม.จะมีการออกกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนเรื่องนี้
วาระเพื่อพิจารณา กระทรวงการคลังเอาใจลูกหนี้ไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบเกินไป เสนอร่างพ.ร.บ.การติดตามทวงถามหนี้อย่างเป็นธรรม สาระสำคัญ 1.กำหนดเรื่องการควบคุมเจ้าหนี้ กำหนดวิธีปฏิบัติติดต่อกับลูกหนี้ และข้อห้ามในการติดตามทวงถามหนี้ พร้อมกันนี้กระทรวงการคลัง เสนอมาตรการเพื่อสนับสนุนกองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้ สาธารณะและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศ และเสนอแผนพัฒนาสถาบันการเงินเฉพาะกิจด้วย
เสนอร่างระเบียบว่าด้วยลูกจ้างประจำของส่วนราชการ และร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องยกเว้นภาษีสรรพสามิต (ยก เว้นการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตแบตเตอรี่ที่ใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบใน การผลิตสิ่งของอื่นเพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร) ส่วนวาระเพื่อทราบ รายงานผลการเจรจาความตกลงจัดตั้งหน่วยงานค้ำประกันเครดิต และการลงทุนของภูมิภาคอาเซียน บวกสาม และการดำเนินการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2553
กระทรวงมหาดไทย ขออนุมัติโครงการเช่ารถยนต์ส่วนกลางมาใช้ในราชการ และขออนุมัติผูกพันงบประมาณ 2554-2556 รวมทั้งสิ้น 280 คัน เป็นเงิน 191,754,000 บาท ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยให้เหตุผลว่า รถยนต์ของทางราชการที่ใช้อยู่ปัจจุบันทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รถต่างมีสภาพชำรุดทรุดโทรมไปตามอายุการใช้งานตั้งแต่ 5-19 ปี ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ
กระทรวงมหาดไทยจะขอความเห็นชอบการกู้เงินของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อชดเชยรายได้จากการดำเนินการตามาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนที่รัฐบาลได้ขยายเวลาออกไปอีก 3 เดือน ระยะที่ 3(1 ม.ค.-31 มี.ค.2553) ภายในกรอบวงเงิน 3,420 ล้านบาท ส่วนภาระหนี้ของ กฟภ.ที่กู้เพื่อชดเชยรายได้จากมาตรการลดค่าครองชีพ 21,220 ล้านบาท
กระทรวงพาณิชย์ เสนอ ร่างพ.ร.บ.จดทะเบียนเครื่องจักร และ ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับการบันทึกภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ พ.ศ. ขณะที่กระทรวงแรงงาน เสนอร่างพ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. สำหรับกระทรวงสาธารณสุขเสนอร่างนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญ พันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่ 1
สำหรับวาระการแต่งตั้ง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ เสนอแต่งตั้งนายกิตติพงษ์ ณ ระนอง เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ และกระทรวงสาธารณสุขเสนอแต่งตั้งนายบุญชัย นวมงคลวัฒนา เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ แต่งตั้งนางวิภาจรีย์ พุทธมิลินประทีป เป็นที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ และนายสมชาย พฤฒิ กัลป์ ข้าราชการตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ สำนักเลขาธิการครม.







