
ภารกิจส่งเสริมกิจการท่าอากาศยาน
ปี 2558 ไทยถูกประกาศจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) ว่ามีปัญหามาตรฐานความปลอดภัยด้านการบิน
ปี 2558 ไทยถูกประกาศจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) ว่ามีปัญหามาตรฐานความปลอดภัยด้านการบิน (ติดธงแดง) ทำให้กระทรวงคมนาคมต้องลุกขึ้นมาปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ของกรมการบินพลเรือนเดิม แยกหน่วยงานกำกับดูแลและหน่วยงานที่ให้ใบอนุญาตออกจากกัน
กรมท่าอากาศยาน จึงถูกจัดตั้งขึ้น โดยมีอำนาจหน้าที่ในการพัฒนาโครงข่ายการบิน ส่งเสริมกิจการท่าอากาศยาน รวมถึงการบริหารท่าอากาศยานทั้ง 28 แห่ง ซึ่งเคยอยู่ภายใต้การบริหารดูแลของกรมการบินพลเรือน มี จุฬา สุขมานพ เป็นอธิบดีกรมท่าอากาศยานคนแรก จากนั้นคณะรัฐมนตรีมีมติให้ ดรุณ แสงฉาย รองปลัดกระทรวงคมนาคม มารับตำแหน่งอธิบดีกรมท่าอากาศยานคนที่ 2 และเริ่มแผนขับเคลื่อนกิจการของกรมท่าอากาศยาน
ดรุณ หัวเรือใหญ่ของกรมท่าอากาศยานได้กดปุ่มเดินหน้าแผนพัฒนาการบินจนในที่สุดได้คลอดแผนแม่บทระยะ 10 ปี วงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาท โดยจะเน้นแผนระยะแรกก่อนในช่วง 5 ปีแรก (2560-2564) วงเงิน 2.4 หมื่นล้านบาท เพื่อเพิ่มปริมาณรองรับผู้โดยสารให้ถึง 30 ล้านคน ภายในปี 2568 และเพิ่มจำนวนเป็น 58 ล้านคน ภายในปี 2578 หลังจากในปีที่ผ่านมาภาพรวมผู้โดยสารขยายตัวมากถึง 35% โดยเน้นที่สนามบินหลัก อาทิ สนามบินกระบี่ สนามบินขอนแก่น สนามบินนครศรีธรรมราช และสนามบินตรัง ร่วมกับการพัฒนาสนามบินเพื่อเปิดประตูอาเซียน และสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างสนามบินแม่สอดและสนามบินเบตง
ส่วนด้านการเตรียมพร้อมมาตรฐานความปลอดภัยการบินนั้น กรมท่าอากาศยานได้เตรียมยกระดับระบบบริการภายในสนามบิน 28 แห่งทั่วประเทศ โดยการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้แบบระบบขนถ่ายสัมภาระแบบ
In-line Screening เป็นหนึ่งในมาตรฐานความปลอดภัยขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารและลดปัญหาความแออัดของอาคารผู้โดยสาร เนื่องจากผู้โดยสารสามารถไปยังเคาน์เตอร์ตรวจบัตรโดยสารของสายการบินเพื่อเข้าสู่กระบวนการผู้โดยสารขาออกได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาตรวจสัมภาระก่อนเข้าสู่ท่าอากาศยาน คาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2561







