
เฉิงตู V.S. กรุงโซล ความเหมือนที่แตกต่าง
อาทิตย์นี้เชกาได้เริ่มต้นเดินทางอีกครั้ง คราวนี้นานกว่าครึ่งเดือนเนื่องจากต้องไปทั้งจีนและเกาหลี...
โดย...ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย [email protected]
อาทิตย์นี้เชกาได้เริ่มต้นเดินทางอีกครั้ง คราวนี้นานกว่าครึ่งเดือนเนื่องจากต้องไปทั้งจีนและเกาหลี... 3 วันที่ผ่านมาใน “เมืองเฉิงตู” ให้บรรยากาศคล้ายกับอยู่ในเกาหลีมากทั้งตึกรามบ้านช่องถนนหนทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเดินอยู่ในแหล่งช็อปปิ้ง “ไท่กู๋หลี่” ณ ใจกลางเมืองเฉิงตู ถ้าไม่เห็นป้ายบอกทางเป็นอักษรจีนคงนึกว่ากำลังอยู่แถวๆ “มยองดง” ในกรุงโซลเป็นแน่
ร้านค้าแบรนด์เนมหรู มารวมกันอยู่ใน “ไท่กู๋หลี่” ราวกับจงใจให้คนชอบสินค้าแบรนด์เนมดิ้นตายลงตรงนั้น ส่วนหนุ่มสาวจีนก็แต่งตัวกันอย่างสุดฤทธิ์ มีอิสรเสรีบริโภคสินค้าทุนนิยมจน “เชกา” ลืมไปเลยว่าที่นี่เป็นประเทศสังคมนิยม หลักฐานพิสูจน์ความเหลือเฟือในการบริโภคตอกย้ำอีกครั้งเมื่อเข้าไปชมโชว์รูมรถยนต์ไฟฟ้า “เทสล่า” ที่มีราคาตั้งแต่ 4-5 ล้านบาท ไม่ใช่ถูกๆ แต่ราคาที่นี่ถูกกว่าตลาดเกรย์ในไทยเยอะอยู่นะคะ... เศรษฐีในจีนมีเยอะจริงทำให้มียอดจำหน่ายแล้วถึง 3,000 คัน ทำเอาท่านพี่เศรษฐีเมืองไทยที่ไปด้วยกันอยากจะสั่งซื้อแล้วให้คนขับกลับลงมาทางเส้นทาง R3A เลยค่ะ แต่เกรงว่าจะมาตายกลางทางเพราะไม่มีไฟฟ้าเติมเท่านั้นเอง!
งานที่มาจีนในครั้งนี้มีหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือการสำรวจความต้องการในการบริโภคสินค้าสมุนไพรไทย จะได้กลับมาคัดสินค้าแปรรูปจากสมุนไพรตัวเด็ดๆ ของเราไปขายแข่งกับหมอเฉินที่คนไทยนิยมไปเสียเงินให้เขานัก อีกเรื่องที่อยากพูดถึง คือ งาน Chengdu Innovation and Entrepreneurship Fair ...งานนี้มีสินค้านวัตกรรมจีนที่อยู่ในระหว่างการพัฒนามากมาย หลายตัวยังไม่ได้ตั้งราคาด้วยซ้ำ แต่เขาก็งัดออกมาให้ชมกันเพราะมี Buyer มากันหลายประเทศเผื่อจะได้จับคู่ทำสัญญาซื้อขายและพัฒนาไปตามทิศทางของลูกค้าเสียเลย... เดินชมมาทั้งวันนึกว่าจะรอดพ้นแล้ว สุดท้ายต้องพ่ายแพ้ต่อนาฬิกาสุขภาพยี่ห้อจีนแท้ ที่มีราคาแค่ 750 บาท ที่บอกได้ว่าทุกวันนี้ออกกำลังกายไม่เพียงพอ นอนก็น้อยเกินไป หัวใจก็เต้นช้า แถมนอนหลับไม่สนิทอีก ... ใส่มา 2 วันแล้วนาฬิกายังไม่ตายก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วค่ะ ถ้าหากไม่ได้เห็น Smart Watch ราคาแสนแพงที่พี่เศรษฐีใช้ก่อนละก็ คงจะไม่ได้ซื้อหรอกค่ะ...
รัฐบาลจีนให้ความสำคัญต่อ Business Start Up อย่างมาก มาคราวนี้ได้ไปดูศูนย์ฝึกอบรมการทำ e-Commerce ขายสินค้าออนไลน์ที่ Alibaba ของ แจ็ค หม่า สนับสนุนร่วมกับมหาวิทยาลัยเฉิงตู และบริษัทขายสินค้าเกษตรออนไลน์ใหญ่ของจีนที่ ชื่อว่า Great Union ด้วย ...ดูท่าว่าผู้ประกอบการขายสินค้าออนไลน์ผ่านอาลีบาบา คงจะมีอัตราการล้มหายตายจากสูงเป็นแน่ เฮียหม่าจึงได้เร่งรีบทำโครงการสร้างผู้ประกอบการ 1 ล้านรายใน 100 เมืองป้อนเข้าสู่วงการ... 1 ล้านรายที่ว่ารวมผู้ประกอบการคนไทยด้วยนะคะ อาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่นำทีมไปท่านกำลังเร่งเปิดโครงการพาผู้สนใจไปเรียนการทำ e-Commerce “บุกตลาดจีน สู้ตลาดโลกกับอาลีบาบา” ที่เฉิงตูในเร็ววันนี้ เป็นความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเฉิงตูและหลังอบรมเสร็จจะช่วยดำเนินการให้เปิดบัญชีออนไลน์ในจีนให้เสร็จสรรพเลยด้วย มิเช่นนั้น ไม่สามารถแข่งสู้กับผู้ประกอบการจีนได้หรอกค่ะ (สนใจสอบถามมาทางอีเมลได้ค่ะ)
จากเฉิงตูข้ามฟากมาเกาหลี บินแค่ 3ชั่วโมงกว่าๆ ใช้เวลาไม่นานแต่เนื่องจากเป็นเที่ยวบินกลางคืนมาถึงอินชอนเวลาตีห้า ทำให้แทบจะไม่ได้นอนเลย การเดินทางแลกเปลี่ยนกันระหว่างเฉินตู-เกาหลี ไม่ได้มากเท่ากับเมืองทางชายฝั่งตะวันออก เช่น จี่หนาน เซี่ยงไฮ้ ที่อยู่ใกล้เกาหลีมากกว่า ทำให้มีเที่ยวบินน้อยและเที่ยวบินกลางวันก็มีเป็นบางวันเท่านั้น
“เชกา” ลงเครื่องมาพร้อมกับอาการท้องเสียค่ะ ทั้งๆ ที่เคยเชื่อว่ามาตลอดว่าตัวเองถนัดในเรื่องการชิมอาหารก็ตาม (ดูน้ำหนักก็รู้) แต่อาหารเสฉวนในเฉิงตูซึ่งเป็นเมืองแห่ง Gastronomy ของ UNESCO (คือ เป็นแหล่งกำเนิดวัฒนธรรมด้านอาหารการกินเลิศรสที่หลากหลาย) นั้น มีรสเผ็ดร้อนมาก โดยเฉพาะ “หมาล่า” ที่เรารู้จักกันดีกับการใช้น้ำมันจำนวนมากในการปรุงอาหารทำให้เกิดการระคายเคืองได้ ผู้ไม่คุ้นเคยควรต้องระวังอย่างยิ่ง ... โชคดีที่บ้านเพื่อนที่จะไปพักนั้นอยู่ห่างจากสนามบินแค่ 45 นาที จึงทำให้อดกลั้นไปถึงได้โดยสวัสดิภาพ ไม่ต้องเกิดเรื่องอับอายขายหน้าประเทศชาติ
เวลานี้ แม้ว่าเกาหลีจะได้ประธานาธิบดีคนใหม่แล้วก็ตาม แต่คนเกาหลีก็ยังคงกังวลกับท่าทีคุกคามของเกาหลีเหนือ ขนาดเพื่อนสาวที่รักชาติมากตายเป็นตายไม่หนี ยังคิดที่จะพาลูกๆ ย้ายไปอยู่ปูซาน อย่างน้อยให้ไกลจากชายแดนไว้หน่อย...ทว่า ถึงไปอยู่ปูซานก็ไม่ได้ปลอดภัยสักเท่าไรค่ะ เพราะหากจรวดจากฐานเกาหลีเหนือผ่านพ้นปืนต่อต้านจรวดไปได้ ก็จะสามารถไปถึงปูซานได้ในชั่วเวลาต้มน้ำแกงเดือด...อย่างไรก็ตาม คนเกาหลีส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าเกาหลีเหนือจะกล้าก่อสงครามอีกครั้งในเวลานี้ค่ะ
จะว่าไปแล้ว คนเกาหลีต้องอดทนสู้กับปัญหาในสภาพแวดล้อมมากมายจริงๆ เช่น ช่วงฤดูกาลนี้ของทุกๆ ปีจะเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เรียกว่า “ฮวางซา - &o4889;&*9324;” หรือฝุ่นทรายเหลือง ซึ่งเป็นมวลฝุ่นทรายที่ลอยตามลมจากทะเลทรายโกบีของจีนพัดเข้าเกาหลี ราวกับเทพเจ้าจีนแกล้งเป่าฝุ่นเข้ามาซะงั้น ทำให้ท้องฟ้าขมุกขมัว และเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจอย่างมาก ว่ากันว่า ในสมัยโบราณไม่ได้มีฮวางซามากขนาดนี้ แต่เมื่อจีนและเกาหลีเริ่มทำอุตสาหกรรมมากขึ้น ต้นไม้ในป่าถูกตัดเอาพื้นที่ทำโรงงานอุตสาหกรรม ฝุ่นทรายเลยปลิวตามลมได้มากขึ้น...เมื่อคนแกล้งธรรมชาติ ธรรมชาติเลยแกล้งคนกลับจนได้ค่ะ







