
บึ้ม‘บิ๊กซี’ทำลายพื้นที่ปลอดภัย บีอาร์เอ็นเปลี่ยนเป้ากดดันรัฐ
ระเบิดห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น.ของวันที่ 9 พ.ค.มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 50 ราย
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
ระเบิดห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น.ของวันที่ 9 พ.ค.มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 50 ราย ถือเป็นการก่อเหตุต่อเป้าหมายที่เป็นองค์กรธุรกิจและประชาชนในรอบหลายเดือน
ที่น่าตกใจ คือ เป็นการก่อเหตุที่หวังผลให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง
ข้อมูลซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจพบ คือ คนร้ายจุดระเบิดแสวงเครื่องขนาดเล็กที่ซุกซ่อนไว้บริเวณลานจอดรถจักรยานยนต์ด้านหน้าห้าง เสียงดังของระเบิดทำให้ประชาชนที่อยู่ในบริเวณห้างตื่นตระหนก แต่ไม่มีผู้ได้รับอันตราย เจ้าหน้าที่ปิดกั้นพื้นที่ ห้ามประชาชนผ่านเข้าใกล้จุดตรวจทางเข้า-ออกใกล้จุดเกิดเหตุ และอีกไม่กี่นาทีต่อมา ก็เกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในรถกระบะที่จอดอยู่ด้านหน้าอาคารห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ระเบิดลูกที่ 2 นี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
รถยนต์ที่คนร้ายนำมาก่อเหตุนั้นเป็นของประชาชนไทยพุทธในพื้นที่ อ.เมือง จ.ยะลา ภรรยาเจ้าของรถให้การว่าสามีขับรถคันดังกล่าวไปขายผ้าใบตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ไม่สามารถติดต่อได้
ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มองว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความต่อเนื่องของความรุนแรงตั้งแต่เดือน เม.ย.เป็นต้นมา ซึ่งมีการก่อเหตุรุนแรงกว่า 100 ครั้ง จากการที่รัฐไทยเพิกเฉยต่อข้อเสนอของขบวนการบีอาร์เอ็น โคออดิเนต ที่ต้องการเข้าร่วมในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขชายแดนภาคใต้
ทั้งนี้ หลังเหตุการณ์ถล่มจุดตรวจ สถานีตำรวจ และระเบิดทำลายเสาไฟฟ้าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ช่วงปลายเดือน มี.ค.ต่อเนื่องถึงต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา อับดุล การิม คาลิด ซึ่งอ้างตัวเป็นโฆษกของบีอาร์เอ็น เปิดเผยกับสำนักข่าวบีบีซีว่า บีอาร์เอ็นมีความประสงค์ที่จะเจรจาสันติภาพกับรัฐบาลไทย แต่ต้องปรับข้อตกลงกระบวนการพูดคุยให้มีความเท่าเทียมมากขึ้น โดยขบวนการบีอาร์เอ็นออกแถลงการณ์ยื่นข้อเสนอว่าการพูดคุยต้องเกิดจากความต้องการของทั้งสองฝ่าย ผู้ไกล่เกลี่ยต้องมีความน่าเชื่อถือ เป็นกลาง กระบวนการเจรจาต้องได้รับการออกแบบอย่างชัดเจนและได้รับความเห็นชอบจากคู่เจรจาทั้งสองฝ่าย
ในฐานะนักวิชาการที่ติดตามสถานการณ์ชายแดนภาคใต้มากว่า 20 ปี ศรีสมภพ มองว่า ฝ่ายรัฐไทยมีท่าทีนิ่งเฉยต่อข้อเสนอดังกล่าวของบีอาร์เอ็น ดังนั้นจึงเกิดเหตุรุนแรงที่เจ้าหน้าที่รัฐและระบบสาธารณูปโภคตกเป็นเป้าหมายบ่อยครั้งขึ้น แต่ยังไม่มีการก่อเหตุที่ประชาชนซึ่งถือเป็น Solf Target ตกเป็นเป้าหมาย
“มองได้ว่า เมื่อข้อเสนอที่ผ่านมาไม่ได้รับการตอบสนอง จึงต้องเปลี่ยนเป้าหมายจากเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็น Hard Target มาเป็น Solf Target เพื่อกดดันฝ่ายรัฐไทย” ศรีสมภพ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าของกระบวนการพูดคุยสันติสุขนั้น ตัวแทนรัฐไทยได้เสนอประเด็นการกำหนดพื้นที่ปลอดภัยซึ่งจะปลอดการก่อเหตุต่อกลุ่มมาราปาตานี ซึ่งเป็นตัวแทนกลุ่มผู้เห็นต่าง และกลุ่มมาราปาตานีก็มีท่าทีเห็นด้วยในหลักการ แต่ยังไม่มีการตกลงกันในรายละเอียด
“ในการจัดการพื้นที่ปลอดภัยอาจมีการท้าทายมากขึ้น จึงต้องระวัง กระบวนการพูดคุยจะเป็นกลไกสำคัญในการลดความรุนแรงได้ แต่ก็ต้องจัดการอย่างเหมาะสม หากไม่มีการจัดการที่เหมาะสม เชื่อว่าจะมีผลตามมาอย่างแน่นอน”
ศรีสมภพ ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า ในช่วงปลายเดือน พ.ค.นี้จะเข้าสู่การถือศีลอด หรือเดือนรอมฎอน จากสถิติช่วง 13 ปีของเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนภาคใต้ เดือนรอมฎอนจะเป็นช่วงที่มีการก่อเหตุสูง ดังนั้นการเกิดเหตุครั้งนี้ตลอดจนประเด็นในการพูดคุยสันติสุข จึงเป็นสัญญาณให้ทุกฝ่ายต้องระวังความรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอนให้ดี
สอดคล้องกับ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาภาคใต้ ซึ่งเห็นว่า เหตุการณ์ครั้งนี้อาจมีความมุ่งหมายบางอย่างเพิ่มเติม แต่เวลานี้ไม่อยากฟันธง ต้องรอข้อมูลจากพื้นที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ก่อน และมาร่วมกันวิเคราะห์
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มการตรวจตรา ตั้งจุดตรวจดูแลความปลอดภัยสถานที่สำคัญ แหล่งชุมชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้อย่างเข้มงวด โดยหน่วยข่าวแจ้งเตือนให้เฝ้าจับตาบุคคลต้องสงสัย 2-3 คน พร้อมด้วยยานพาหนะเป็นรถยนต์ ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ จะแอบแฝงเข้ามาก่อเหตุ
มาตรการดูแลความปลอดภัยดังกล่าว จะมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในวันนี้ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชาจนถึงช่วงสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นช่วงการเปิดภาคเรียนในพื้นที่
พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ขอแสดงความเสียใจและขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ และได้รับผลกระทบกับเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น การกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเป็นอาชญากรรมที่รุนแรง ป่าเถื่อน โหดเหี้ยม มุ่งหวังต่อชีวิตของประชาชนที่บริสุทธิ์ โดยเฉพาะกระทำในพื้นที่ย่านธุรกิจสำคัญ ซึ่งประสงค์จะทำลายระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ รวมทั้งสร้างความหวาดกลัวเพื่อจำกัดและลิดรอนเสรีภาพของประชาชน ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนเกิดเหตุระเบิดห้างบิ๊กซี ถึงแถลงการณ์ของกลุ่มมาราปาตานีที่สนับสนุนให้มีพื้นที่ปลอดภัยว่า ขณะนี้เป็นเรื่องของการพูดคุย ซึ่งฝ่ายความมั่นคงอำนวยการในเรื่องนี้อยู่ ต้องไม่พยายามให้เรื่องเหล่านี้ไปสู่เวทีนานาชาติ ที่ผ่านมาได้คลี่คลายเรื่องเหล่านี้ได้มากกับทางองค์การความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) และมีคณะทำงานของโอไอซีมาดูการทำงานในพื้นที่ภาคใต้ และพอใจการทำงานของไทย







