posttoday
ความผันผวนยังไม่จบ เอกชนสหรัฐกอดเงินสดต่อ

ความผันผวนยังไม่จบ เอกชนสหรัฐกอดเงินสดต่อ

02 พฤษภาคม 2560

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธตัวเลขทางเศรษฐกิจสหรัฐในช่วงไตรมาสแรกของปี 2017 นี้ อาจจะออกมาไม่ได้ดังใจหวังของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เพิ่งทำงานมาครบ 100 วันแรกมากนัก หลังผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัวได้เพียง 0.7% หรือนับเป็นการขยายตัวช่วงไตรมาสแรกที่ต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2014ทั้งที่ทุกฝ่ายเชื่อว่าเศรษฐกิจอเมริกันเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นอย่างแท้จริงแล้ว จนทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สามารถขึ้นดอกเบี้ยได้เมื่อเดือน ธ.ค. 2016 และ มี.ค. 2017 ไปหมาดๆ แต่ตัวเลขจีดีพีไตรมาสแรกกำลังสะท้อนให้เห็นว่าการฟื้นตัวไม่ได้เร็วจริงอย่างที่ตั้งใจไว้ โดยมีส่วนสำคัญมาจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ขยายตัวเพียงเล็กน้อย และการลงทุนของภาคธุรกิจในสินค้าคงคลังที่ลดลงอย่างไรก็ดี ภาพดังกล่าวกลับขัดแย้งกันกับภาคธุรกิจขนาดใหญ่ เมื่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐช่วงไตรมาสแรกปีนี้ กำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มที่สุดในรอบหลายปี โดยเฉพาะบริษัทที่มีการทำธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่บริษัทในกลุ่มค้าปลีก ไอทีไปจนถึงพลังงานบริษัทอี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่เบอร์ 1 ในสหรัฐอย่าง “อเมซอน” รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกอย่างเ

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

ตัวเลขทางเศรษฐกิจสหรัฐในช่วงไตรมาสแรกของปี 2017 นี้ อาจจะออกมาไม่ได้ดังใจหวังของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เพิ่งทำงานมาครบ 100 วันแรกมากนัก หลังผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัวได้เพียง 0.7% หรือนับเป็นการขยายตัวช่วงไตรมาสแรกที่ต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2014

ทั้งที่ทุกฝ่ายเชื่อว่าเศรษฐกิจอเมริกันเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นอย่างแท้จริงแล้ว จนทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สามารถขึ้นดอกเบี้ยได้เมื่อเดือน ธ.ค. 2016 และ มี.ค. 2017 ไปหมาดๆ แต่ตัวเลขจีดีพีไตรมาสแรกกำลังสะท้อนให้เห็นว่าการฟื้นตัวไม่ได้เร็วจริงอย่างที่ตั้งใจไว้ โดยมีส่วนสำคัญมาจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ขยายตัวเพียงเล็กน้อย และการลงทุนของภาคธุรกิจในสินค้าคงคลังที่ลดลง

อย่างไรก็ดี ภาพดังกล่าวกลับขัดแย้งกันกับภาคธุรกิจขนาดใหญ่ เมื่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐช่วงไตรมาสแรกปีนี้ กำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มที่สุดในรอบหลายปี โดยเฉพาะบริษัทที่มีการทำธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่บริษัทในกลุ่มค้าปลีก ไอทีไปจนถึงพลังงาน

บริษัทอี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่เบอร์ 1 ในสหรัฐอย่าง “อเมซอน” รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกอย่างเหนือความคาดหมาย โดยมีกำไรสุทธิพุ่งขึ้น 41% และเป็นการเพิ่มขึ้นไตรมาสที่ 8 ติดต่อกันไปอยู่ที่ 724 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วน อัลฟาเบต ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ “กูเกิล” ทำกำไรเพิ่มขึ้น 29% ไปอยู่ที่ 5,430 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ “แอปเปิ้ล อิงค์” ซึ่งกำลังจะประกาศผลในวันนี้ ก็คาดว่าจะมีผลประกอบการที่ดีเช่นกัน

ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องไปกับรายงานว่า บริษัทจดทะเบียนที่เน้นทำธุรกิจในต่างประเทศ กำลังมีผลงานเติบโตขึ้นอย่างมากในไตรมาสแรกนี้ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับธุรกิจที่จำกัดเฉพาะในประเทศ

ซีเอ็นบีซีรายงานอ้างข้อมูลของบริษัทระบบวิจัยข้อมูลแฟกท์เซ็ต ว่า ปัจจุบันบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มดัชนีเอสแอนด์พี 500 กำลังทยอยรายงานผลประกอบการกันไปแล้วราว 60% และพบว่า บจ.ในกลุ่มนี้กำลังมีผลประกอบการไตรมาสแรกเติบโตโดยเฉลี่ยถึง 19.9% หรือมีผลงานดีขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับบริษัทที่มุ่งทำธุรกิจในประเทศเป็นหลัก

ขณะที่งานวิจัยของบริษัท แคปิตอล อีโคโนมิก ระบุว่า ปัจจุบันมีบริษัทข้ามชาติอเมริกันที่สร้างรายได้ในต่างประเทศอยู่ถึง 2.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วนถึงราว 14% ของจีดีพีสหรัฐ และยังไม่มีความแน่ชัดว่าจำนวนเงินมหาศาลเช่นนี้จะถูกส่งกลับมาประเทศเพื่อลงทุนภายในหมุนเวียนเศรษฐกิจและจ้างงานอย่างที่รัฐบาลทรัมป์ตั้งความหวังเอาไว้หรือไม่

เฉพาะบริษัท แอปเปิ้ล อิงค์ ผู้ผลิตไอโฟนและไอแพดนั้น ก็มีรายงานจากวอลสตรีทเจอร์นัล ก่อนหน้านี้ว่า มีการกอดกระแสเงินสดเอาไว้มากถึงกว่า 2.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เข้าไปแล้ว ซึ่งมากกว่ามูลค่าการตลาดของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างวอลมาร์ท หรือพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล ทั้งบริษัทเสียอีก

ทิศทางดังกล่าวกำลังบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลกมีการฟื้นตัวดีขึ้นจริง ซึ่งสะท้อนผ่านบริษัทเอกชนที่ทำธุรกิจระหว่างประเทศ เพียงแต่ภาคเอกชนเหล่านี้ยังเลือกที่จะกอดเงินสดเก็บไว้มากกว่านำไปลงทุน เนื่องจากความไม่ชัดเจนในนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลในช่วง 100 วันแรกที่ผ่านมา และยังไม่แน่ว่าภาคเอกชนจะกลับมาลงทุนเพิ่มขึ้นหรือไม่ในอนาคตอันใกล้นี้

เพราะแม้ว่า สตีเวน มนุชิน รัฐมนตรีคลังของรัฐบาลทรัมป์ จะประกาศมาตรการปฏิรูปภาษีที่ทุกฝ่ายรอคอยออกมาแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทว่าส่วนใหญ่กลับเน้นที่การลดภาษีนิติบุคคลและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามากกว่า และแทบจะไม่มีรายละเอียดเพียงพอของการดึงดูดธุรกิจอเมริกันในต่างแดนให้กลับมาลงทุนในบ้าน

ที่สำคัญก็คือ รายละเอียดดังกล่าวยังเป็นแผนการคร่าวๆ ของรัฐบาลเท่านั้น ที่ยังไม่มีอะไรรับประกันว่าจะผ่านการพิจารณาของสภาคองเกรสหรือไม่ เพราะยังติดเงื่อนไขรายละเอียดบางข้อ เช่น การก่อหนี้ผูกพันระยะยาว และการไม่มีแผนชดเชยการขาดดุลงบประมาณมหาศาลที่รัฐบาลต้องแบกรับภาระแทน ทำให้อาจติดขัดในกระบวนการโหวตของ สส. หรือ สว. สายอนุรักษนิยมของรีพับลิกันเอง

ปัญหาเรื่องการผ่านกฎหมายที่ทรัมป์ถูกขวางทั้งจากพรรคเดโมแครตและจากพรรครีพับลิกันเอง ทำให้ยังเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชน ว่าจะนำเงินสดและกำไรมหาศาลที่เริ่มฟื้นตัวได้ดี กลับมาลงทุนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยอีกครั้งหรือไม่

หากยังไม่มีความชัดเจนมากพอ ภาคเศรษฐกิจจริงของสหรัฐก็คงยังฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปต่อ และปล่อยให้คนรวยกอดเงินสดจากตลาดหุ้นต่อไปอีกระยะเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน