
เอสเอ็มที ลุยนวัตกรรม บุกตลาดอาเซียน
โดย...ปิยนุช ผิวเหลืองการมุ่งสู่เป้าหมายการเป็น “ศูนย์กลางด้านการแพทย์ในภูมิภาค” ของประเทศ ไทย การผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ได้เอง ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศที่มีต้นทุนต่ำลงพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมการแพทย์ในประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการในประเทศสูงขึ้นเรื่อยๆ เป็นโอกาสให้กับภาคเอกชนสนใจตลาดอุปกรณ์การแพทย์มากขึ้นพร้อมพงศ์ ไชยกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายงานการจัดการวัตถุดิบ) บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็ก ทรอนิกส์ (ประเทศไทย) หรือ เอสเอ็มที ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนขยายการผลิตในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นนอกเหนือจากอุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ กลุ่มอุปกรณ์การแพทย์ กลุ่มสินค้าคอนซูเมอร์โปรดักต์ หรือสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มสินค้าพลังงาน เช่น แผงโซลาร์ ซึ่งเป็น 3 กลุ่มที่มีการเติบโตต่อเนื่องและยังเป็นกลุ่มสินค้าในอนาคตด้วยนอกจากนี้ ยังเพิ่มการผลิตในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ หรือวัสดุด้านอิเล็กทรอนิกส์กลุ่มไฟเบอร์ออปติกหรือเส้นใยแก้วนำแสงและกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ เน้นการผลิตที่เพิ่มมูลค่าใช้ทักษะสูง โดยเกือบ 100% เป็นการผลิตส
โดย...ปิยนุช ผิวเหลือง
การมุ่งสู่เป้าหมายการเป็น “ศูนย์กลางด้านการแพทย์ในภูมิภาค” ของประเทศ ไทย การผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ได้เอง ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศที่มีต้นทุนต่ำลงพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมการแพทย์ในประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการในประเทศสูงขึ้นเรื่อยๆ เป็นโอกาสให้กับภาคเอกชนสนใจตลาดอุปกรณ์การแพทย์มากขึ้น
พร้อมพงศ์ ไชยกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายงานการจัดการวัตถุดิบ) บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็ก ทรอนิกส์ (ประเทศไทย) หรือ เอสเอ็มที ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนขยายการผลิตในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นนอกเหนือจากอุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ กลุ่มอุปกรณ์การแพทย์ กลุ่มสินค้าคอนซูเมอร์โปรดักต์ หรือสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มสินค้าพลังงาน เช่น แผงโซลาร์ ซึ่งเป็น 3 กลุ่มที่มีการเติบโตต่อเนื่องและยังเป็นกลุ่มสินค้าในอนาคตด้วย
นอกจากนี้ ยังเพิ่มการผลิตในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ หรือวัสดุด้านอิเล็กทรอนิกส์กลุ่มไฟเบอร์ออปติกหรือเส้นใยแก้วนำแสงและกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ เน้นการผลิตที่เพิ่มมูลค่าใช้ทักษะสูง โดยเกือบ 100% เป็นการผลิตสินค้าให้กับบริษัทต่างชาติ ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าสำคัญใน 5 ประเทศหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ญี่ปุ่น อิสราเอล และสิงคโปร์
ขณะที่ในปีนี้บริษัทมีแผนเริ่มต้นผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ของตัวเองนำร่องด้วยผลิตภัณฑ์แผ่นดามกระดูก และหมุดยึดสำหรับสัตว์เล็กซึ่งยังไม่มีการผลิตในประเทศ โดยร่วมมือกับทีมอาจารย์สัตวแพทย์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์คิดค้นนวัตกรรมชิ้นนี้ขึ้น ซึ่งจะวางขายได้ภายในปีนี้ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในประเทศไทยที่นิยมเลี้ยงสัตว์ขนาดเล็ก
“นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมดังกล่าวยังได้ผลิตเพื่อรองรับตลาดเอเชียและอาเซียน ซึ่งพบว่าฮ่องกงและสิงคโปร์ที่อยู่อาศัยของคนมีขนาดเล็กที่ดินราคาสูง การเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่จำกัดจึงเป็นสัตว์ขนาดเล็ก และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในการรักษาสัตว์เล็กยังไม่มีเอกชนเข้าไปทำตลาดมากนัก สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ จึงเป็นธุรกิจรายแรกๆ ที่จับกลุ่มอุปกรณ์การแพทย์ของสัตว์เลี้ยง”
ขณะที่การทำตลาดในประเทศจะวางขายภายในปีนี้เจาะกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลรัฐ และคลินิกทั่วประเทศ ส่วนในต่างประเทศจะวางขายภายใน 2 ปีหลังจากทำตลาดในประเทศในฮ่องกงและสิงคโปร์ พร้อมวางแผนขยายสินค้าไปยังกลุ่มซีแอลเอ็มวี คาดหลังจากนี้กลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ขนาดเล็กในประเทศเพื่อนบ้านจะสูงขึ้น
นอกเหนือจากแผ่นดามกระดูกและหมุดยึดสำหรับสัตว์เล็ก บริษัทยังวางแผนต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นโดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ด้วยต้องการผลักดันงานวิจัยไทยสู่ธุรกิจเชิงพาณิชย์นำร่องในกลุ่มอุปกรณ์การแพทย์ ด้วยเห็นศักยภาพของประเทศไทยและเป็นกลุ่มสินค้าที่มีการเติบโตต่อเนื่อง แม้ว่าเศรษฐกิจจะซบเซาและในปีนี้ยังร่วมมือกับบริษัทจากสหรัฐผลิตอุปกรณ์ด้านพลังงานวางแผนเป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยและขยายไปยังอาเซียน เช่น การติดตั้งแผงโซลาร์ในโรงงาน ใช้พลังงานแสงอาทิตย์เปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งจะนำร่องติดตั้งในโรงงานของเอสเอ็มทีทั้งหมด
พร้อมพงศ์ กล่าวว่า การนำสินค้านวัตกรรมบุกตลาดอาเซียนนั้นมีความท้าทายด้านกฎระเบียบและกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งยังเป็นผู้ใช้เฉพาะกลุ่มรวมถึงความรู้ของผู้พัฒนานวัตกรรม ซึ่งต้องใช้เวลาแต่ทั้งนี้มีโอกาสเติบโตสูงในระยะเวลาหลังจากนี้ ซึ่งข้อดีสำหรับกลุ่มอุปกรณ์การแพทย์จากกำแพงภาษีในการนำเข้าของกลุ่มประเทศอาเซียนไม่สูง ขณะที่ข้อจำกัดในประเทศของกลุ่มอุตสาหกรรมอุปกรณ์การแพทย์ คือ การแข่งขัน กับบริษัทต่างชาติ จากอัตราภาษีการนำเข้าสินค้าต่ำ แต่ทั้งนี้รัฐสนับสนุนธุรกิจที่มีนวัตกรรมผ่านหลายโครงการ หากเอกชนพัฒนาการผลิตเครื่องมือการแพทย์ที่เพียงพอต่อการใช้งานในประเทศ และมีประสิทธิภาพระดับสากล การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศจะลดลงโดยอัตโนมัติ
สำหรับในปี 2559 เอสเอ็มทีมีอัตราเติบโต 98% มีรายได้รวมมูลค่า 3,500 ล้านบาท มีกำไรเพิ่ม 293 ล้านบาท หลังจากที่บริษัทได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในปี 2554 เผชิญกับสภาวะขาดทุน ซึ่งในปีที่ผ่านมาเป็นการฟื้นตัว อย่างเห็นได้ชัดและในปีนี้ตั้งเป้ามีกำไรเติบโตขึ้น 15-20%







