
กมธ.พิจารณากฎหมายพรรคการเมืองแล้ว15มาตราแขวนไว้3มาตรา
คณะกรรมาธิการ สนช.พิจารณา กฎหมายพรรคการเมืองแล้ว 15 มาตรา ให้แขวนไว้ 3 มาตรา ส่งที่ประชุมสนช.พิจารณา15 มิ.ย.
คณะกรรมาธิการ สนช.พิจารณา กฎหมายพรรคการเมืองแล้ว 15 มาตรา ให้แขวนไว้ 3 มาตรา ส่งที่ประชุมสนช.พิจารณา15 มิ.ย.
นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงผลการประชุมคณะกมธ.วิสามัญฯว่า ที่ประชุมได้ตกลงกันแล้วว่าจะมีการประชุมวันละ3 ครั้งต่อสัปดาห์ ได้แก่ วันจันทร์ วันอังคาร และวันพุธ ซึ่งล่าสุดคณะกมธ.วิสามัญฯได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้วจำนวน 15 มาตรา โดยมีการรอการพิจารณาหรือแขวนไว้จำนวน 3 มาตราได้แก่
1.ที่ประชุมกำหนดให้ตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปยกร่างคำนิยามความหมายของพรรคการเมือง เนื่องจากที่ประชุมเห็นว่าในร่างพ.ร.บ.พรรคการเมืองฉบับเดิมไม่เคยมีการกำหนดนิยามดังกล่าวมาก่อน ดังนั้น หากมีการกำหนดนิยามพรรคการเมืองจะทำให้ร่างพ.ร.บ.พรรคการเมืองมีความสมบูรณ์มากขึ้น
2.เรื่องทุนประเดิมการจัดตั้งพรรคการเมืองที่ในร่างกฎหมายกำหนดให้ต้องมีอย่างน้อย 1 ล้านบาท ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าทำไมต้องมีการกำหนดทุนประเดิม จึงขอให้รอการพิจารณาไว้ก่อน
3.มาตรา 15 ซึ่งหลายประเด็น อาทิ การกำหนดมาตรฐานจริยธรรม โดยที่ประชุมเห็นว่าควรมีการกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของกรรมการบริหารพรรคการเมือง โดยยึดโยงกับมาตรฐานจริยธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระและ สส. สว. รวมไปถึงคณะรัฐมนตรีตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เพราะกรรมการบริหารพรรคการเมืองถือเป็นส่วนสำคัญของการเข้ามาสู่ตำแหน่งทางการเมืองที่สูงขึ้น จึงควรมีจริยธรรมและบทลงโทษที่เข้มงวดกว่าสมาชิกพรรคการเมืองและบุคคลทั่วไป
นายวัลลภ กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังไม่สรุปว่าจะกำหนดให้สมาชิกพรรคจ่ายเงินค่าบำรุงพรรคปีละ 100 บาทและกำหนดให้จ่ายค่าสมาชิกแบบตลอดชีพไม่น้อยกว่า 2,000 บาทหรือไม่ เนื่องจากที่ประชุมมีความคิดเห็นแตกออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเห็นว่าไม่ควรจะเก็บ แต่อีกส่วนเห็นว่าจำนวนเงิน 100 บาทไม่ได้เป็นเงินจำนวนมากแต่อย่างใด เช่นเดียวกับ ในเรื่องการคัดเลือกสมาชิกพรรคเพื่อเข้าสมัครเป็นสส. การคัดเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งทางการเมือง และการจัดทำบัญชีพรรคการเมือง ซึ่งร่างพ.ร.บ.กำหนดให้พรรคการเมืองต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมนั้นที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปเพราะเห็นว่ามีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาต่อไป
โฆษกคณะกมธ.วิสามัญฯ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมวางกรอบการทำงานไว้ว่าร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองที่มี 142 มาตรา จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จพร้อมกับร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อนนำไปหารือกับสมาชิกสนช.ในการสัมมนานอกสถานที่ของสนช.ที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 20-21 พ.ค.ที่จ.จันทบุรี เพื่อที่คณะกมธ.วิสามัญฯจะได้ตอบข้อสงสัยของสมาชิกสนช.ในบางประเด็นได้ จากนั้นที่ประชุมสนช.จะพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต.ในวาระที่ 2 และ 3 วันที่ 8 มิ.ย. ส่วนร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองจะพิจารณาวาระที่ 2และ3 ในที่ประชุมสนช.วันที่ 15 มิ.ย. อย่างไรก็ตาม ในประเด็นที่คณะกมธ.วิสามัญฯพิจารณาผ่านไปแล้ว หากสมาชิกสนช.ยังมีข้อสงสัยก็สามารถนำกลับมาพิจารณาใหม่ได้ แต่ยืนยันจะไม่มีการแก้ไขเนื้อหาเพื่อเซทซีโรพรรคการเมืองอย่างแน่นอน







