
ห้องเรียนที่ไม่มีถูก-ผิด
ใครบางคนบอกว่า คนจำนวนไม่น้อยในสังคมไทยมักชินกับการเดินตามกรอบที่ถูกกำหนดมาให้
โดย...ณศักต์ อัจจิมาธร
ใครบางคนบอกว่า คนจำนวนไม่น้อยในสังคมไทยมักชินกับการเดินตามกรอบที่ถูกกำหนดมาให้ กรอบที่บอกว่าสิ่งนี้ถูก สิ่งนี้ผิด ทั้งที่ในบางสิ่งเมื่อเวลาผ่านไปมันก็ให้ผลที่ไม่เหมือนกับกรอบที่เคยถูกกำหนดไว้โดยใครบางคนในอดีต
ใครบางคนบอกว่า เมื่อถูกจำกัดด้วยกรอบ หลายคนจึงยินดีที่จะเดินตามกรอบที่ถูกกำหนดมาโดยไม่ลังเล โดยไม่เฉลียวใจว่า บางครั้งการคิดนอกกรอบอาจให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการเดินตามกรอบเดิมๆ ที่สำคัญใหญ่ไม่ทำ
น่าสนใจว่าทำไมคนจำนวนไม่น้อยในสังคมจึงเป็นแบบนั้น คำตอบที่น่าจะถูกต้องส่วนหนึ่งก็คือ การศึกษาบ้านเราสอนคนให้เป็นแบบนั้น
คนจำนวนไม่น้อยผ่านระบบการศึกษาที่เน้นการใช้วิธีท่องจำ เพื่อให้สามารถทำข้อสอบได้ถูกต้อง เพราะนั่นเป็นประตูเบิกทางไปยังอนาคตทางการศึกษาที่ดี ได้เรียนสถาบันมีชื่อเสียง จบมาแล้วทำงานได้เงินเดือนสูง
“เรียนพิเศษ ท่องหนังสือ ติวข้อสอบ” จึงเป็นกิจกรรมคู่กายของเด็กไทยมายาวนาน และยิ่งในยุคปัจจุบันที่การแข่งขันสูงขึ้น กิจกรรมที่กล่าวมาข้างต้นก็ดูจะเข้มข้นขึ้นจนน่ากลัว เด็กหลายคนถูกจัดตารางเวลาให้อัดข้อมูลในหนังสือเรียนเข้าสู่สมองเป็นเวลายาวนานในแต่ละวัน เพื่อหวังให้เด็กๆ สามารถสอบชนะคู่แข่งคนอื่นๆ ในสนามสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนดัง
เมื่อเร็วๆ นี้ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ผ่านมามีการจัดกิจกรรมจำลองห้องเรียนแบบฟินแลนด์ และเปิดให้เด็กไทยเข้าไปมีส่วนร่วมโดยมีครูชาวฟินแลนด์เป็นผู้สอน รวมทั้งมีผู้ปกครองและครูของไทยมาร่วมสังเกตการณ์
หัวใจของการเรียนการสอนแบบฟินแลนด์ก็คือการสอนแบบไม่มีถูกและผิด และการจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนรู้สึกสนุกแทนที่จะรู้สึกเครียด ครูผู้สอนจะเปิดกว้างให้นักเรียนมีอิสระทางความคิดเกี่ยวกับบทเรียนต่างๆ ได้อย่างเต็มที่
“โรงเรียนควรเป็นสถานที่เตรียมพร้อมสำหรับเด็กในการใช้ชีวิต ไม่ใช่การเตรียมนักเรียนไปเพื่อการสอบ ครูไม่ได้สอนนักเรียนเพื่อไปทำคะแนนสอบ แต่สอนให้เขาใช้ชีวิตให้ได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้เราจำเป็นต้องเข้าใจโลกว่าพัฒนาตลอดเวลา ฉะนั้นการเรียนการสอนก็ต้องมีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าปัจจุบันฟินแลนด์จะเป็นประเทศที่จัดการศึกษาได้ดีที่สุดในโลกแล้วก็ตาม” ครูชาวฟินแลนด์ให้คำตอบเมื่อถูกถามว่า อะไรคือสิ่งสำคัญในการจัดการเรียนการสอนแบบฟินแลนด์
สิ่งสำคัญอีกประการคือ ฟินแลนด์มีชั่วโมงเรียนในห้องเรียนและมีการบ้านน้อย เมื่อโรงเรียนเลิกก็คือเลิก เด็กๆ สามารถไปทำกิจกรรมส่วนตัวต่างๆ ได้อย่างอิสระ
ที่น่าสนใจคือ ฟินแลนด์สนับสนุนให้เด็กๆ รักการอ่าน เริ่มตั้งแต่ครอบครัวชาวฟินแลนด์ที่มักจะอ่านหนังสือนิทานก่อนนอนให้บุตรหลานฟังตั้งแต่เล็ก เมื่อโตมาก็จะสนับสนุนให้อ่านหนังสือประเภทต่างๆ ตามความสนใจ เนื่องจากเชื่อว่าการอ่านช่วยพัฒนาการเรียนรู้ และฟินแลนด์ไม่เชื่อในปริมาณการอ่าน แต่เชื่อในคุณภาพการอ่าน เพราะเมื่อเด็กอ่านสิ่งที่พวกเขาสนใจ คุณภาพที่ได้จากการอ่านนั้นก็จะเกิดขึ้น
นอกจากนี้ ฟินแลนด์ยังสร้างห้องสมุดสาธารณะที่ทันสมัยและอัดแน่นไปด้วยหนังสือสารพัดเพื่อรองรับเด็กๆ ของพวกเขา โดยทุกคนสามารถเข้าใช้บริการห้องสมุดได้อย่างเต็มที่
ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่ประกาศบังคับใช้เมื่อต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ได้บัญญัติถึงการปฏิรูปการศึกษาเอาไว้อย่างชัดเจนข้อหนึ่งว่า “ต้องมีการปรับปรุงจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัด และปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวโดยสอดคล้องกันทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่”
นี่คือความหวังสำคัญที่จะได้เห็นการปฏิรูปพลิกโฉมการจัดการศึกษาของไทยที่จะช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตในอนาคตได้ตามความต้องการของตัวเอง ไม่ใช่แค่การถูกตีกรอบจำกัดอยู่แค่การสอบ และคำตอบถูกผิด
ชมคลิปห้องเรียนแบบฟินแลนด์ได้ที่ http://newsclear.posttoday.com/video/1200







