posttoday
ช่วยผู้สูงอายุ

ช่วยผู้สูงอายุ

16 เมษายน 2560

รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ความสำคัญกับปัญหาสังคมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะปัญหาประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ คณะรัฐมนตรีได้มีมาตรการแพ็กเกจเพื่อผู้สูงอายุออกมา และบางมาตรการก็เริ่มจะมีผลบังคับใช้แล้ว

การวางโครงสร้างระบบเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุนั้น ส่วนใหญ่ยังคงเน้นไปในเรื่องของการหาวิธีทำให้ผู้สูงอายุมีเงินใช้เมื่อถึงวัยเกษียณแล้ว ซึ่งมีทั้งมาตรการจะขยายอายุของคนเกษียณออกไป การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่บริษัทห้างร้านที่จ้างผู้สูงอายุทำงาน ให้หักเป็นค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า รวมทั้งกำลังพิจารณาที่จะขึ้นเบี้ยยังชีพคนชราที่แจกอยู่เดือนละ 600-1,000 บาท เป็น 1,200-1,500 บาท เพื่อให้เหมาะสมกับการครองชีพในปัจจุบัน

การขึ้นเบี้ยยังชีพที่รัฐบาลจะทำให้นี้ กระทรวงการคลังไม่ได้คิดที่จะตั้งเงินงบประมาณแผ่นดินมาจ่ายให้โดยตรง แต่มีนโยบายอยากให้ผู้สูงอายุที่มีฐานะดีอยู่แล้วและยอมเสียสละเบี้ยยังชีพคนชราอีกส่วนหนึ่งจัดตั้งเป็นกองทุนผู้สูงอายุ

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังคิดที่จะระดมเงินทุนจากแหล่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือกองทุนสนับสนุนการกีฬา นำเงินจากภาษีบาปต่างๆ มาสมทบในกองทุนให้กองทุนมีขนาดใหญ่ขึ้นอีกด้วย

การเพิ่มเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุเป็นแนวทางที่สมควรดำเนินการอย่างยิ่ง เพราะในความเป็นจริงของชีวิตเบี้ยยังชีพเดือนละ 600 บาท นับว่าเป็นเงินไม่มาก อาจจะไม่พออยู่พอกินในบางพื้นที่ ที่มีค่าครองชีพสูง ในเรื่องนี้รัฐไม่ควรจะคิดเปรียบเทียบแต่อัตราเงินเฟ้อ เพราะตัวเลขเงินเฟ้ออาจจะไม่สูงเกินเป้าหมาย แต่ค่าครองชีพซึ่งเป็นรายจ่ายจริงสูงกว่ามาก

อย่างไรก็ดี หากรัฐบาลเห็นว่าการช่วยเหลือคนชราเป็นเรื่องสำคัญก็ควรจะจัดสรรเงินงบประมาณมาจ่ายให้โดยตรง ดีกว่าจะส่งเงินสมทบเข้าไปกองทุนผู้สูงอายุแล้วจัดสรรออกมา ควรจะแยกจากกองทุนผู้สูงอายุที่มีอยู่แล้ว หรืออาจจะตั้งกองทุนใหม่ขึ้นมาดำเนินการ

ปัจจุบันประเทศไทยมีกองทุนผู้สูงอายุอยู่แล้ว ตั้งขึ้นภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 กองทุนนี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายเกี่ยวกับการคุ้มครอง การส่งเสริม และการสนับสนุนผู้สูงอายุ ให้มีศักยภาพ ความมั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมขององค์กรที่ดำเนินงานเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสนับสนุนผู้สูงอายุให้มีความเข้มแข็ง

แต่ปัจจุบันกองทุนนี้แทบไม่เป็นที่รู้จักของผู้สูงอายุและแต่ละปีก็มีการไปใช้ประโยชน์จากกองทุนนี้ไม่มาก ในระยะเวลา 10 ปี ที่มีการตั้งกองทุนมา มีการสนับสนุนโครงการ 1,314 โครงการ เป็นเงิน 122 ล้านบาท ให้เงินกู้ยืมเพื่อประกอบอาชีพรายบุคคล 55,246 คน เป็นเงิน 1,475 ล้านบาท ให้เงินประกอบอาชีพรายกลุ่ม 74 กลุ่ม เป็นเงิน 6.7 ล้านบาท นับว่าน้อยมาก หากเทียบกับจำนวนผู้สูงอายุปัจจุบันที่มีอยู่ถึง 10 ล้านคน

กองทุนผู้สูงอายุนั้นมีประโยชน์ แต่ควรจะเพิ่มบทบาทให้มากขึ้นในการช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ยังมีศักยภาพที่จะประกอบอาชีพหรือประกอบกิจการใดๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม กองทุนควรจะประชาสัมพันธ์ถึงบทบาทต่อเศรษฐกิจและสังคมให้สูงขึ้น

รัฐบาลต้องไม่ลืมว่าผู้สูงอายุมีหลากหลายกลุ่ม มีตั้งแต่รากหญ้าไปจนถึงกลุ่มคนรวย ซึ่งมีความต้องการไม่เหมือนกัน แต่คนกลุ่มรากหญ้าต้องการรับความช่วยเหลือจากรัฐมากกว่า จึงควรจะต้องจัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสมเพื่อให้ผู้สูงอายุของไทยอยู่ได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค