
อาชีพใหม่ของหญิงไทย
กรุงเทพมหานครได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่มีถนนเชื่อมต่อถึงกันมากที่สุด ในช่วงเวลาเร่งด่วนในแต่ละวัน “กองทัพรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง”
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์ [email protected]
กรุงเทพมหานครได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่มีถนนเชื่อมต่อถึงกันมากที่สุด ในช่วงเวลาเร่งด่วนในแต่ละวัน “กองทัพรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง” คือสิ่งเดียวที่ทำให้สิ่งต่างๆ รอบตัวสามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ และนิตยสารข่าวเอเชียน นิกเกอิ รีวิว กำลังเสนออีกมุมหนึ่งของวินมอเตอร์ไซค์เหล่านี้ที่กำลังมี “พลขับหญิง” เข้ามามากขึ้น แม้ว่าจะเป็นอาชีพที่เสี่ยงไม่น้อยก็ตาม
กนกวรรณ แสงเนียน วัย 40 ปี คือหนึ่งในผู้หญิงหลายคนที่หันไปขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และต้องทำงานถึงวันละ 9 ชั่วโมง รับส่งผู้คนจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอ่อนนุชซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางกรุงเทพฯ ไปยังจุดหมายที่ผู้โดยสารต้องการ
“ฉันมีเพื่อนบ้านหลายคนที่ทำงานขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างในวินนี้ เลยตัดสินใจขอให้พวกเขาช่วยพาไปพบหัวหน้าวินเพื่อลองคุยขอเข้าทำงาน” กนกวรรณ กล่าว
หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับงานในโรงงานอุตสาหกรรมมาหลายปี กนกวรรณตัดสินใจย้ายเข้ากรุงเทพฯ จากบ้านเกิดที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เพื่อหาช่องทางทำกินใหม่เนื่องจากปัญหาความยากจนในท้องถิ่น กนกวรรณ เปิดเผยว่า อาชีพนี้ทำให้มีอิสระในการทำงาน และสามารถเลือกได้ว่าจะเริ่มทำงานในเวลาใด ประกอบกับเป็นอาชีพที่ทำรายได้ดี จนสามารถจ่ายค่าเรียนเทควันโดให้ลูกได้ ซึ่งมีราคาสูงพอสมควรสำหรับคนมีรายได้น้อย
“ในช่วงแรกของการขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ผู้ชายบางคนในวินพยายามเข้ามาก่อกวน แต่เมื่อพิสูจน์ให้เห็นได้แล้วว่าเป็นคนขับรถที่ดี การก่อกวนเหล่านั้นก็หมดไป ยิ่งไปกว่านั้นผู้ชายบางคนพยายามกีดกันไม่ให้ฉันทำงาน เพราะกลัวที่จะต้องแข่งขัน” กนกวรรณ กล่าวเสริม
เคลาดิโอ โซปรานเซตติ นักมานุษยวิทยาชาวอิตาลี ลงพื้นที่เพื่อสัมภาษณ์ผู้ประกอบอาชีพขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างหลายร้อยคนซึ่งรู้จักกันในนาม “พี่วิน” ให้ความเห็นว่า ความมีอิสระคือเหตุผลหลักที่คนส่วนมากเลือกประกอบอาชีพนี้ คนไทยในปัจจุบันเลือกทำงานที่มีอิสระสูง และเสื้อวินสีส้มอันเป็นเอกลักษณ์กลายเป็นที่ต้องการของใครหลายคน เมื่อคิดถึงอิสระที่จะได้รับในระหว่างการทำงาน อย่างไรก็ดี ผู้หญิงยังต้องต่อสู้อย่างหนักหากต้องการประกอบอาชีพนี้
ขณะที่ เคียวโกะ คุซาคาเบะ ศาสตราจารย์ของสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) ซึ่งกำลังวิจัยเรื่องเศรษฐกิจในยุคโลกาภิวัตน์ ให้ความเห็นว่า สาเหตุที่ผู้ชายพยายามทำให้เพื่อนร่วมงานเพศหญิงต้องประสบกับความลำบากในช่วงแรกของการทำงาน เกิดจากพวกเขาเกรงว่าจะสูญเสียสถานะทางสังคมให้กับผู้หญิงที่เข้ามาทำอาชีพเดียวกัน และสามารถทำงานได้ดีพอๆ กับตน







