
สูงวัย...ใจดี (เกินไป) ระวังโดนหลอก
ผู้สูงอายุมักเป็นเหยื่อของคนโกง และสมัยนี้คนโกงมีกลยุทธ์หลากหลายรูปแบบ เข้ามาได้หลากหลาย ช่องทาง
ผู้สูงอายุมักเป็นเหยื่อของคนโกง และสมัยนี้คนโกงมีกลยุทธ์หลากหลายรูปแบบ เข้ามาได้หลากหลาย ช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นโกงกันซึ่งๆ หน้า หรือโทรศัพท์มาหลอกลวง แม้ว่าช่วงนี้จะไม่ได้มีข่าวว่าผู้สูงอายุถูกมิจฉาชีพหลอกลวง แต่เชื่อได้เลยว่ามิจฉาชีพยังไม่หมดไปง่ายๆ และกลุ่มเป้าหมายหลักยังเป็น “ผู้สูงอายุ”
ในเว็บไซต์ vcharkarn.com ให้ข้อมูลไว้ว่า 80% ของเหยื่อมิจฉาชีพในสหรัฐอเมริกาจะเป็นคนที่มีอายุมากกว่า 65 ปี
คณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหพันธรัฐ (FTC) และสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) พบว่าสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุหลงเชื่อกลลวงของเหล่ามิจฉาชีพได้ง่าย เนื่องจากผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะมีความคิดในแง่ดี ไม่ค่อยคิดว่าจะมีคนมาหลอกลวงตน
เพราะความไว้ใจและการมองโลกในแง่ดีเกินไป จึงกลายเป็นโดนหลอก
ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แนะนำ “วิธีป้องกันการถูกหลอก” จากเหล่ามิจฉาชีพทางการเงินในรูปแบบต่างๆ ไว้ดังนี้
1.ต้องตั้งสติให้ดี
ถ้าได้รับโทรศัพท์จากคนไม่รู้จัก ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานของรัฐ หรือสถาบันการเงิน หรือแม้แต่การพูดคุยกันซึ่งหน้า ต้องตั้งสติให้ดี ค่อยๆ คิดทบทวนว่าเรื่องที่เขาบอกมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน
2.ไม่โลภอยากได้
ผู้สูงอายุมักมีเงินก้อน มีเงินเก็บ จึงมีมิจฉาชีพมาหลอกลวงให้ร่วมลงทุน โดยบอกว่าจะให้ผลตอบแทนสูง ซึ่งหลายคนเห็นตัวเลขผลตอบแทนแล้วตาโต เกิดความโลภขึ้นมา และความโลภก็มักจะทำให้ขาดการยั้งคิด ลืมคิดไปว่าการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงในเวลาสั้นๆ หรือของที่มีราคาถูกผิดปกติไม่มีอยู่จริง
3.ไม่ไว้ใจใครง่ายๆ
แม้จะอ้างว่าโทรศัพท์มาจากหน่วยงานราชการหรือสถาบันการเงิน ก็ห้ามไว้ใจให้ข้อมูลส่วนตัว เพราะหน่วยงานราชการและสถาบันการเงินไม่มีนโยบายสอบถามข้อมูลส่วนตัวผ่านทางโทรศัพท์ รวมทั้งไม่มีนโยบายให้ประชาชนโอนเงินผ่านทางโทรศัพท์ให้กับสถาบันการเงินหรือหน่วยงานของรัฐ
4.กล้าปฏิเสธ
ต่อให้เป็นคนรู้จัก คนที่ไว้ใจมาชักชวนให้ลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเกินจริง หรือทำธุรกิจที่น่าจะเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ ก็ต้องรู้จักปฏิเสธบ้าง เพราะคนชวนอาจจะไม่ได้ตั้งใจหลอก แต่ตัวเขาถูกหลอกมาอีกทอดหนึ่ง
5.ตรวจสอบก่อนตัดสินใจ
มิจฉาชีพมักพูดทำให้เราคล้อยตามได้ง่าย แถมยังเร่งให้ต้องตัดสินใจในทันที แต่ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรลงไป ต้องตรวจสอบไปที่หน่วยงานราชการหรือสถาบันการเงินที่ถูกอ้างถึงเสียก่อนว่าจริงเท็จอย่างไร โดยติดต่อไปที่ศูนย์บริการลูกค้า (คอลเซ็นเตอร์) หรือสายด่วนบริการประชาชน เช่น สายด่วน ศคง. หมายเลข 1213
6.ไม่ทำตามคำบอก
มิจฉาชีพส่วนใหญ่จะพยายามหว่านล้อมให้ผู้สูงอายุไปทำรายการที่ตู้เอทีเอ็ม โดยจะคอยบอกขั้นตอนและวิธีการ (ส่วนใหญ่จะเริ่มจากให้เปลี่ยนเมนูเป็นภาษาอังกฤษ) และท้ายสุดกลายเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีมิจฉาชีพโดยที่เราไม่รู้ตัว
7.ติดตามข่าวสารอยู่เสมอ
มิจฉาชีพพวกนี้มักจะหามุขใหม่ๆ มาใช้หลอกลวงคนใจดีอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นเราต้องติดตามข่าวสารการเตือนภัยอยู่เสมอ เพื่อให้รู้เท่าทันกลลวงในรูปแบบต่างๆ และไม่ทำให้ตกเป็นเหยื่อกลโกง
นอกจากจะต้องระวังมิจฉาชีพแล้ว ผู้สูงอายุก็ต้องระวัง “จิตใจ” ของตัวเอง เพราะบางทีความใจดีของเราเองกลับเป็นอันตรายต่อเงินในกระเป๋าของเราได้เหมือนกัน โดยเฉพาะความใจดีกับ ลูกหลาน ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนฝูง ไม่ว่าจะเป็นการควักเงินก้อนใหญ่ซื้อของขวัญให้ลูกหลาน ให้ไปลงทุน หรือให้หยิบยืมไปใช้จ่าย
ความใจดีของผู้สูงอายุอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ถ้ามีเงินออมเหลือกินเหลือใช้ ให้ไปแล้วไม่เดือดร้อน เพราะต้องไม่ลืมว่าเงินก้อนนั้นคือเงินก้อนที่เก็บหอมรอมริบมาตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรใจดีเกินไป หรือใจอ่อนกับใครง่ายๆ
เพราะความใจดีอาจจะทำให้เศร้าใจในภายหลัง







