
ชะลอเรือดำน้ำ
โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ Yuan Class S26T จากสาธารณรัฐประชาชนจีนที่เสนอโปรโมชั่น ซื้อ 2 แถม 1
โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ Yuan Class S26T จากสาธารณรัฐประชาชนจีนที่เสนอโปรโมชั่น ซื้อ 2 แถม 1 ในราคา 3.6 หมื่นล้านบาท ของกองทัพเรือที่จะมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในเร็วๆ นี้นั้นได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์แสดงความไม่เห็นด้วยเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ เนื่องจากมีการมองว่าสภาวะเศรษฐกิจในประเทศยังย่ำแย่อยู่ ซึ่งควรจะนำเงินงบประมาณไปใช้ในส่วนอื่นที่จำเป็นมากกว่าก่อน เช่น การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งหลาย เพื่อรองรับการลงทุนทั้งจากภายในและต่างประเทศ อาทิ การลงทุน ได้แก่ ระบบไฟฟ้า ระบบประปาโครงข่าย การสื่อสาร ระบบถนน รถไฟ ท่าเรือน้ำลึก สนามบิน และนิคมอุตสาหกรรม
ที่สำคัญประเทศยังมีปัญหาการขาดงบประมาณในด้านสาธารณสุข การศึกษา อยู่เป็นจำนวนมาก จึงมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลนำเงินงบประมาณดังกล่าวไปใช้ในการสร้างความกินดีอยู่ดีของประชาชนก่อน เพราะการใช้งบประมาณซื้อยุทโธปกรณ์ในช่วงนี้ไม่ได้ตอบสนองปัญหาของประเทศแต่อย่างใด และไม่เหมาะกับเงื่อนไขของประเทศ เพราะประเทศไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นมิตรกับมหาอำนาจทุกประเทศ จึงไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่จะซื้อเรือดำน้ำในตอนนี้
ขณะเดียวกัน ยังมีข้อท้วงติงเรื่องท้องทะเลไทยไม่เหมาะกับการปฏิบัติการของเรือดำน้ำ เพราะร่องน้ำตื้น สามารถถูกตรวจจับได้ง่ายจึงควรจะศึกษาเรื่องนี้ให้ครบถ้วนรอบด้านก่อน
ทว่า ทางกองทัพเรือได้ยืนยันความจำเป็นในการจัดซื้อว่า เพื่อการป้องกันและปราบปรามมิติด้านความมั่นคง และมิติของการพิทักษ์ผลประโยชน์ทรัพยากรทางทะเลที่มีมูลค่ากว่า 24 ล้านล้านบาท พร้อมการันตีถึงข้อกังวลเรื่องเรือดำน้ำไม่สามารถใช้งานในน้ำตื้นได้ว่าไม่มีปัญหาใช้งานได้ตามปกติ เพราะได้ศึกษามาครบถ้วนแล้ว
ในขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกมายืนยันถึงการมีเรือดำน้ำไว้ว่า ไม่ได้เอาไว้จะไปรบกับใคร แต่มีไว้ให้ประเทศอื่นๆ ได้เกรงใจ เป็นการแสดงศักยภาพ และไม่ได้จะใช้วันนี้ แต่อาจจะได้ใช้ในวันข้างหน้าเพราะเหตุการณ์ต่างๆ ในอนาคตอาจเกิดขึ้นได้ พร้อมกับแสดงความเชื่อมั่นถึงความโปร่งใสในการจัดซื้อว่า สถานการณ์แบบนี้ไม่มีใครเข้ามาเพื่อกอบโกย
อย่างไรก็ตาม เพื่อความเหมาะสมและเป็นผลดีต่อประเทศ ทางที่ดีรัฐบาลควรชะลอโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำไปก่อน เพราะถ้ายังเดินหน้าอนุมัติโครงการนี้ให้สำเร็จในรัฐบาลชุดนี้ โดยไม่สนใจเสียงท้วงติง จะทำให้เกิดข้อครหาตามมามากมาย และอาจทำให้รัฐบาลต้องเสื่อมความนิยมลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ความจริงในการที่มีอาวุธที่ทันสมัยไว้เพื่อปกป้องประเทศในยามเกิดศึกสงครามนั้น คงไม่มีใครขัดขวาง แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันประเทศไม่ได้อยู่ในสถานะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดสงคราม เพราะประเทศไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้าน มีการแสวงหาความร่วมมือแข่งขันทางการค้า การลงทุน ตลอดเวลา จึงยังไม่จำเป็นที่จะต้องนำเงินงบประมาณไปจัดซื้อเรือดำน้ำดังกล่าว แต่ควรนำไปดำเนินการในส่วนอื่นที่มีความจำเป็นก่อน
ฉะนั้น รัฐบาลควรรอให้ประเทศไทยมีสถานะทางเศรษฐกิจดีกว่านี้ และมีเงินงบประมาณเพียงพอ ถึงตอนนั้นจะซื้อเรือดำน้ำที่มีศักยภาพที่ดีมากกว่าปัจจุบันก็ไม่มีใครคัดค้าน







