
รัฐธรรมนูญใหม่ หนุนเงินไหลเข้า
การเตรียมประกาศใช้รัฐธรรมนูญถือเป็นปัจจัยบวกในการสนับสนุนการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ขณะที่บางส่วนเกรงว่าในช่วงรอยต่อระหว่างการเลือกตั้งใหม่ อาจจะทำให้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศรอดูผลการเลือกตั้งก่อนว่า รัฐบาลใหม่จะสานนโยบายเศรษฐกิจสำคัญของรัฐบาลนี้หรือไม่ ก่อนตัดสินใจลงทุนเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง 3 เดือนแรก กว่า 7,580 ล้านบาท มีหลายปัจจัยบวกสนับสนุน ตั้งแต่ค่าเงินบาทที่มีเสถียรภาพ กำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่เติบโตต่อเนื่อง ราคาน้ำมันไม่ได้ผันผวนเหมือนปีที่ผ่านมา และปัจจุบันก็ยังเคลื่อนไหวในระดับสูง รวมทั้งการที่จะประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่วันที่ 6 เม.ย.นี้ แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังเดินไปตามโรดแมปที่รัฐบาลวางไว้ทั้งนี้ ข้อมูลจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 อีก 6,298.56 ล้านบาท จากวันก่อนหน้าซื้อ 1.35 หมื่นล้านบาท สูงสุดในรอบ 3 เดือนด้าน ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ความชัดเจนของรัฐธร
การเตรียมประกาศใช้รัฐธรรมนูญถือเป็นปัจจัยบวกในการสนับสนุนการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ขณะที่บางส่วนเกรงว่าในช่วงรอยต่อระหว่างการเลือกตั้งใหม่ อาจจะทำให้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศรอดูผลการเลือกตั้งก่อนว่า รัฐบาลใหม่จะสานนโยบายเศรษฐกิจสำคัญของรัฐบาลนี้หรือไม่ ก่อนตัดสินใจลงทุน
เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง 3 เดือนแรก กว่า 7,580 ล้านบาท มีหลายปัจจัยบวกสนับสนุน ตั้งแต่ค่าเงินบาทที่มีเสถียรภาพ กำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่เติบโตต่อเนื่อง ราคาน้ำมันไม่ได้ผันผวนเหมือนปีที่ผ่านมา และปัจจุบันก็ยังเคลื่อนไหวในระดับสูง รวมทั้งการที่จะประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่วันที่ 6 เม.ย.นี้ แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังเดินไปตามโรดแมปที่รัฐบาลวางไว้
ทั้งนี้ ข้อมูลจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 อีก 6,298.56 ล้านบาท จากวันก่อนหน้าซื้อ 1.35 หมื่นล้านบาท สูงสุดในรอบ 3 เดือน
ด้าน ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ความชัดเจนของรัฐธรรมนูญ พร้อมกับการเดินหน้าตามโรดแมปของรัฐบาลเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งถือเป็นสัญญาณบวกที่ดีมากในการสร้างความมั่นใจต่อภาคธุรกิจและภาคการลงทุน ซึ่งการเลือกตั้งยังเป็นกลไกหนึ่งในการกระตุ้นตลาดได้ โดยเฉพาะตลาดรถยนต์ที่เป็นสินค้าที่ต้องการความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อ จึงเชื่อว่าจะส่งผลดีอย่างแน่นอนตั้งแต่ปีนี้
ส่วน เชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า จากนี้ไปกรอบระยะเวลาการเลือกตั้งชัดเจนขึ้น แต่การตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชนยังต้องนำสถานการณ์อื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศมาประกอบ โดยเฉพาะคำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐที่ให้ตรวจสอบหาสาเหตุที่ 16 ประเทศ รวมทั้งไทยได้ดุลทางการค้าจากสหรัฐ ถือเป็นความไม่แน่นอนหนึ่ง เพราะการต่อรองต้องใช้เวลา หากรัฐบาลชุดนี้รับข้อเสนอมาดำเนินเป็นนโยบาย แต่รัฐบาลชุดหน้าอาจจะไม่เอาด้วยจะทำอย่างไร
นอกจากนี้ ในส่วนของการลงทุนจากต่างประเทศนั้น นักลงทุนอยากได้ความมั่นใจจากรัฐบาลใหม่ว่าจะสานต่อนโยบายที่รัฐบาลชุดนี้ทำไว้ ไม่ว่าระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) มาตรการส่งเสริมการลงทุน นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งกว่าจะรู้ก็ต่อเมื่อได้รัฐบาลใหม่แล้ว ระหว่างนี้นักลงทุนจึงอาจจะต้องรอดูผลการเลือกตั้งก่อน และให้รัฐบาลใหม่ยืนยันว่า จะสานต่อนโยบายเศรษฐกิจสำคัญๆ เหล่านั้น
“ผมคิดว่ารัฐบาลใหม่ไม่น่าจะเปลี่ยนนโยบาย แต่สำหรับนักลงทุนต้องการคำมั่นสัญญาจากรัฐบาลใหม่ก่อนว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงนโยบาย เพราะเขาต้องการความต่อเนื่อง ต้องการความสบายใจว่าเมื่อตัดสินใจลงทุนแล้ว หลังการเลือกตั้งจะไม่มีอะรเปลี่ยนแปลง โครงการที่ลงทุนไปยังคงได้รับการส่งเสริมเหมือนเดิมทุกอย่าง” เชาว์ กล่าว







