
‘Social Impact’ โยงSE&บจ.
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มีพันธกิจที่ดำเนินงานส่วนภาคสังคมอย่างต่อเนื่องและต้องการให้ทุกภาคส่วนเติบโตอย่างยั่งยืน
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มีพันธกิจที่ดำเนินงานส่วนภาคสังคมอย่างต่อเนื่องและต้องการให้ทุกภาคส่วนเติบโตอย่างยั่งยืน
เมื่อ 23 ก.ค. 2559 ตลท.ได้เปิดตัวเว็บไซต์ www.setsocialimpact.com ไว้เป็นแพลตฟอร์มให้เชื่อมโยงของผู้ที่สนใจเรื่อง “ธุรกิจเพื่อสังคม” หรือ SE หรือผู้ทำ SE อยู่แล้วมาพบปะแลกเปลี่ยน หรือหาแนวร่วมมาเจอกัน รวมถึงฝั่งของบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ด้วย
“นพเก้า สุจริตกุล” ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาเพื่อสังคม ตลท. กล่าวว่า Social Impact คือการเชื่อมโยงฝั่งของการเงินกับฝั่งสังคม จนสามารถมาช่วยกันพัฒนาสังคมได้อย่างยั่งยืนด้วยกัน โดยที่ไม่ได้ทำฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่มากเกินไป แต่จะเน้นการใช้กลไกของตลาดทุนให้เกิดประโยชน์
Social Impact ส่วนหนึ่ง คือ การนำกลยุทธ์ออนไลน์ทูออฟไลน์ที่ให้ บจ.กับ SE มาเจอกันเพราะ SE ถือเป็นนวัตกรรมทางสังคมอย่างหนึ่งที่อยู่ในโลกปัจจุบันที่มีกระบวนการแก้ไขปัญหาอยู่แล้ว แต่แพลตฟอร์มนี้จะเป็นตัวสื่อสารหลักและกระตุ้นโครงการให้เดินหน้าและขยายผลในวงกว้างต่อไปเรื่อยๆ
ปีที่ผ่านมามีการจัดงานแฟร์ Social Impact ที่จากนี้ไปจะจัดขึ้นเหมือนแฟร์ประจำปี SE ทั้งหมดมาแนะนำ และผู้สนใจมาร่วมงานเพื่อแลกเปลี่ยนหรือเกิดกระบวนต่อยอดที่มากกว่านั้นหลังจากจบงาน โดยมี ตลท.เป็นตัวกลาง
นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมด้วยคอนเซ็ปต์เรื่อง “ข้าวกู้โลก” โดยรวม SE ที่ทำข้าวมารวมตัวกันขายข้าว และสิ่งที่ตามมาคือมีคำสั่งซื้อข้าวตามมาเพื่อส่งไปยังประเทศฝรั่งเศส 120 ตัน มูลค่าการขายทั้งหมด 3 ล้านบาท และมีการส่งมอบของทั้งหมดเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งได้ SE มาช่วยส่งคำสั่งซื้อข้าว 3 ราย คือ แม่ฟ้าหลวง สยามออร์แกนิค และโฟล์คไรซ์
อีกทั้งยังมีอีกหลายบริษัทและหน่วยงานที่ได้สั่งข้าวจาก SE ต่างๆ ไว้เป็นของขวัญปีใหม่ ซึ่งทำให้เห็นผลว่า พวกเขาได้เจอกันมากขึ้น ระหว่างผู้ต้องการซื้อสินค้า หรือ บจ.กับผู้ประกอบการ SE ซึ่งมองว่าอนาคตอาจเห็น บจ.มีแนวคิดที่อยากพัฒนาจากที่เคยทำเป็นความรับผิดชอบต่อสังคม (ซีเอสอาร์) และเปลี่ยนมาลุยทางด้าน SE มากขึ้นก็เป็นได้
ทุกวันนี้ในฝั่งของ บจ.ที่มีความสนใจและมีกระบวนการช่วยและรับผิดชอบทางสังคมที่ทำกันอยู่ อีกทั้งสนใจเรื่อง SE และอยู่ในแพลตฟอร์ม ตลท.อยู่ 60 แห่ง จากจุดเริ่มต้นที่มี 20 แห่ง ขณะที่ฝั่ง SE จุดเริ่มต้นมี 20 ราย จนถึงขณะนี้มีทั้งหมด 51 ราย ที่สามารถนำสินค้าและบริการมานำเสนอได้ ในที่นี้ก็ยังรวมถึงมูลนิธิ 5-6 แห่งด้วย ที่เริ่มมีการพัฒนาโมเดลธุรกิจให้มีรายได้จากทางอื่นเสมือนเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคมมากขึ้น แต่ยังคงเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรเช่นเดิม เพียงแต่มีโมเดลในการดำเนินงานร่วมกันเพื่อให้มีช่องทางอื่นมากขึ้น นอกเหนือไปจากที่จะรอเพียงการบริจาคเข้ามูลนิธิอย่างเดียว
นอกจากนั้น ยังทำให้เกิดการรวมกันของผู้ที่สนใจเรื่อง SE และอยากเป็นผู้ประกอบการเพื่อเรียนรู้การทำ SE หรือมีกระบวนการคิด หรือมีกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง รวมถึงบุคคลที่เริ่มตั้งเป็น SE แล้ว แต่ยังขาดกระบวนการที่จะพัฒนาให้ดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ และมีรายได้จากธุรกิจที่ทำเพื่อสังคมได้ โดยมีการจัดเป็นเวิร์กช็อปและนำมาแลกเปลี่ยนเรื่องราวระหว่างกัน ตรงนี้ได้พันธมิตรจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่เข้ามาช่วยอธิบาย และทำให้ผู้อบรมได้เข้ามาเรียนรู้เรื่องการทำ SE อย่างจริงจัง
ทั้งนี้ ยังมีการทำกิจกรรมแมชชิ่งเดย์ที่ให้ บจ.กับ SE ที่อยุ่บนแพลตฟอร์มมาเจอกันโดยให้มีการพบและแลกเปลี่ยนกันแบบตัวต่อตัว (วันออนวัน) กันเลย เพราะ บจ.ก็สนใจว่ามี SE ที่ทำอะไรบ้าง จากการที่ได้รู้จักกัน อาจมีจุดเริ่มต้นด้วยการตกลงหรือซื้อของกัน
เช่น จากเดิมที่จะซื้อผ้าจากห้างสรรพสินค้าไปให้ลูกค้า ก็เปลี่ยนไปซื้อผ้าที่เกิดจากการผลิตของผู้ด้อยโอกาสที่เป็นออทิสติกที่มี SE เป็นตัวกลางที่นำเอาผ้าที่เด็กออทิสติกทอนั้นมาออกแบบให้สวยที่สุด เพื่อไปเป็นของขวัญให้ลูกค้า แต่จากนั้น SE กับ บจ.จะมีการไปต่อยอดหรือร่วมลงทุนอะไรเพิ่มก็แล้วc9jว่าจะมีการตกลงหรือเจรจากัน
ตลท.จะช่วยติดตามให้คำแนะนำกับ SE ว่ามีกำลังการผลิตที่เพียงพอ มีการส่งของที่ถูกต้อง หรือ SE ขอให้ ตลท.ช่วยดูเรื่องสัญญาให้ เพราะไม่ถนัดในการไปติดต่อกับบริษัทขนาดใหญ่มาก่อน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นประโยชน์ให้กับทั้งสองฝ่ายมากที่สุด เพราะเมื่อมาบนแพลตฟอร์มนี้ก็เริ่มมีทยอยการสอบถามข้อมูลระหว่างกัน โดยให้ ตลท.เป็นตัวกลาง
สำหรับกิจกรรมล่าสุดคือ การให้ผู้บริหาร บจ.ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)ระดับกรรมการผู้จัดการหรือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 5 แห่ง มาร่วมฟังโมเดลธุรกิจของ SE ว่าสามารถเป็นไปได้หรือไม่ โดยพี่ๆ ผู้บริหารจะใช้ประสบการณ์ที่ล้มลุกคลุกคลานและประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ ได้มายิงคำถามในการประกอบธุรกิจที่แม้จะเป็นธุรกิจเพื่อสังคมแต่ก็ต้องมีโมเดลธุรกิจ มีการลงบัญชีเพื่อช่วยแนะนำและมองโอกาสความเป็นไปได้มากน้อยขนาดหน และสิ่งที่ควรนำไปปรับแก้ไข หรือมีจุดอ่อนอะไรบ้าง
“ที่ให้ผู้บริหาร เอ็ม เอ ไอ มาเป็นโค้ชให้เพราะเขามีประสบการณ์ที่ดี พี่ๆ เขาเคยเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กมา มีการล้มเจ็บมาเยอะ อีกทั้งผู้บริหารเองก็อยากเรียนรู้ SE และที่สำคัญกลุ่มผู้บริหารนี้ต่างมีจิตอาสาที่มาช่วยเหลืออย่างเต็มที่อยู่แล้ว โดยบางคนใจดีถึงขั้นให้คอนเนกชั่นกับน้องๆ ไปติดต่อก็มี”
นอกจากนั้น สิ่งที่เห็นได้อีกอย่างคือ ผู้บริหารจะได้ความคิดสร้างสรรค์ ได้เรียนรู้มุมมองของผู้ประกอบการ SE ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีอายุไม่เกิน 40 ปี ที่มีแนวคิดที่ดี จนหลายคนทำให้งงว่า สุดยอด สามารถคิดขึ้นมาได้อย่างไร ซึ่งสรุปแล้วทำให้แต่ละคนต่างมาเติมเต็มให้กัน อีกคนเติมมุมมองใหม่ในโลกปัจจุบัน อีกคนเติมแนวทางการธุรกิจที่ทำขึ้นมาเพื่อสังคม และมาร่วมกับแชร์วิธีการที่จะทำให้ธุรกิจอยู่รอดอย่างยั่งยืนเป็นอย่างไร
“นพเก้า” ทิ้งท้ายว่า หลายกรณีที่ผู้บริหารได้แนะนำและพูดตรงๆ กับ SE อย่างชัดเจน ซึ่งผู้ประกอบการก็ต้องนำไปแก้ไขโมเดลธุรกิจที่เกิดขึ้น โดยถือว่าส่วนใหญ่ SE 5 รายที่มาต้องเพิ่มมุมมองในการทำโมเดลธุรกิจให้ครบรอบด้าน
ขณะที่ส่วนใหญ่มีความคิดที่ดีและมีความคิดที่สร้างสรรค์มาก มีความเป็นนวัตกรรมที่ดี ออกแบบดีไซน์ที่ทันสมัยและตรงกับความต้องการของผู้บริโภค แต่มีบางอย่างของกระบวนการในการดำเนินงานอาจจะต้องปรับเปลี่ยนไปบ้าง เช่น ปัญหาหรือต้นทุนของวัตถุดิบที่นำมาใช้ ข้อจำกัดการทำการตลาด การหาช่องทางในการจำหน่ายที่กระจาย จนบางที่สิ่งที่ทำให้เป็นต้นทุนในการดำเนินการทั้งหมด จนอาจทำให้ผู้ประกอบการมีรายได้ที่เข้ามาและอยู่รอดในระยะยาวได้ยาก ซึ่งให้เจ้าหน้าที่ติดตามและช่วยเหลือให้คำแนะนำ
อย่างไรก็ดี ปีนี้เว็บไซต์กำลังอยู่ระหว่างการปรับโฉมให้มีเนื้อหามากขึ้น โดยจะมีแผนที่ที่บอก บจ.ที่ทำโครงการเพื่อสังคม และสมาชิก SE ที่อยู่ในแพลตฟอร์ม ซึ่งอยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลย้อนหลัง 1 ปี เพราะจะทำให้คนที่เข้ามาเห็นภาพได้ชัดเจน รวมทั้งจะเป็นประโยชน์ตรงที่ต่างได้เรียนรู้ว่าพื้นที่ตรงไหนของประเทศที่ยังขาดคนทำเรื่องนี้อยู่ รวมทั้งสามารถที่จะเชื่อมโยงกันได้ง่ายมากขึ้นหาก SE สาขาหรือโรงงาน บจ.อยู่ในบริเวณที่ใกล้เคียงกัน







