
Mindset ตอบโจทย์ การเป็นคนไทยยุค 4.0
บทความครั้งนี้จะนำเสนอเนื้อหาที่ต่อจากบทความครั้งที่แล้วที่ผมได้นำเสนอเรื่องเตรียมพร้อมตัวเอง ในยุคอะไรๆ ก็ 4.0
โดย... ธรรมนูญ มิตรเทวิน ที่ปรึกษาอาวุโส บริษัท เดอะไนล์
บทความครั้งนี้จะนำเสนอเนื้อหาที่ต่อจากบทความครั้งที่แล้วที่ผมได้นำเสนอเรื่องเตรียมพร้อมตัวเอง ในยุคอะไรๆ ก็ 4.0 ที่กำลังเข้ามาสู่สังคมไทย ภายใต้การสื่อสารของภาครัฐในชื่อว่า ไทยแลนด์ 4.0
และมีมุมมองว่านี่เป็นความท้าทายอย่างมากเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากภายนอก ซึ่งเข้ามาบังคับตัวเราให้ต้องเปลี่ยนแปลงตาม ซึ่งต้องมีการ “ปรับหรือเปลี่ยน Mindset” ให้ได้เพื่อจะได้ส่งผลถึง “การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม” ต่อไป
ผมได้มีการเกริ่นไปแล้วตามหลักจิตวิทยาว่า Mindset หมายถึง กรอบความคิดที่มีลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละคน ซึ่งเกิดมาจากประสบการณ์ที่ผ่านมาตลอดทั้งชีวิต โดยจะส่งผลให้คนเราตัดสินใจและแสดงพฤติกรรมต่อเรื่องต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละคน
ตัวที่สำคัญคือ “ประสบการณ์ที่ผ่านมา” ซึ่งจากจุดนี้เองทำให้สามารถเริ่มที่จะมีการคิดค้นหาวิธีการปรับหรือเปลี่ยน Mindset ได้
นั่นคือการทำให้คนเราได้พบประสบการณ์ที่ต่างไปจากเดิม ผ่านสภาพแวดล้อมและกิจกรรมหลายๆ อย่าง และถ้าต้องการสร้าง Mindset แบบใดให้เกิดขึ้นก็ต้องหา “สภาพแวดล้อมและกิจกรรม” ที่เหมาะสม
วันนี้ผมจึงขอมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อ เกี่ยวกับ Mindset ว่าแบบใดที่ต้องการและพฤติกรรมอะไรที่ต้องแสดงเพื่อตอบโจทย์การเป็นคนไทยในยุคอะไรๆ ก็ 4.0 นี้
ถ้าหากอิงตามหลักจิตวิทยาที่มีการศึกษาและวิจัยกันมานั่นคือ คนเราต้องมี “Growth Mindset” นั่นเอง
Carol Dweck ซึ่งเป็นนักวิจัยและพัฒนาจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้นำเสนอกรอบความคิดที่ว่า ความเฉลียวฉลาดและความสามารถของคนเราพัฒนาและปรับเปลี่ยนได้ผ่านการเผชิญกับอุปสรรค
โดยต้องพร้อมที่จะรับและไม่กลัวความล้มเหลวเพราะมันคือโอกาสการเรียนรู้ เพราะ Mindset แบบนี้จะช่วยตอบโจทย์ที่เป็นความคาดหวังเกี่ยวกับเรื่องประเทศไทย และคนไทย 4.0
นั่นคือ ทำให้เกิดพฤติกรรมดังต่อไปนี้
“เรียนรู้ตลอดเวลากับเทคโนโลยี”
“พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์”
และ “รู้จักการสร้างมูลค่าเพิ่ม ต่อยอดจากของเดิม”
ทีนี้ก็กลับมาสู่วิธีการสร้างให้เกิด Growth Mindset และทำให้เกิดการแสดงพฤติกรรม นั่นคือการสร้างสภาพแวดล้อมและกิจกรรมที่เหมาะสม
ในฐานะที่ปรึกษาและนักพัฒนาบุคลากร มองว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่หลักของคนที่เป็นหัวหน้า ผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการที่จะต้องเป็นคนสร้างสภาพแวดล้อมหรือกิจกรรมต่างๆ ขึ้นมา
รวมทั้งต้องแสดงพฤติกรรมที่แสดงให้เห็นถึง Growth Mindset ผ่านคำพูดหรือการกระทำเพื่อเป็นตัวอย่างให้บุคลากรหรือคนในองค์กรอีกด้วย
ขอยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ตัวอย่างเช่นเมื่อมีการมอบหมายงานใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อนหรือเป็นงานที่ท้าทายความสามารถ สิ่งที่ผู้มอบหมายงานต้องสื่อสารนั้น จะต้องบอกว่า
“งานที่พวกเราต้องร่วมกันทำนี้ ไม่แน่ใจว่าจะทำได้สำเร็จไหม แต่ถ้าเราพยายาม ก็น่าจะเรียนรู้และทำมันได้”
และเมื่อทำงานออกมาแล้วเกิดความผิดพลาดในงานเกิดขึ้น สิ่งที่ผู้มอบหมายงานต้องบอกว่า
“ไม่มีใครไม่เคยทำพลาด พวกเราจะต้องจำเรื่องนี้ไว้เป็นบทเรียน”
จะสังเกตได้ว่า การสื่อความในเรื่องนี้จะทำให้เกิดบรรยากาศการทำงานในลักษณะการเรียนรู้ และสร้างกิจกรรมที่สร้างสรรค์เพื่อทำงาน ซึ่งจะทำให้เกิดการสร้าง Growth Mindset ให้เกิดขึ้นในแต่ละคนได้ ถ้าทำบ่อยๆ อย่างสม่ำเสมอจนเกิดความเคยชิน
จะเห็นได้ว่า เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่อาจเป็นเรื่องใหม่ที่คนไทยไม่รู้
ก็หวังว่าบทความนี้จะทำให้แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสอ่านได้ลองที่จะเรียนรู้และไม่กลัวความล้มเหลว พร้อมที่จะพัฒนาไปด้วยกันนะครับ







