
แก้ไขข่าวสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ
ซาอุฯยื่นหนังสือต่อกมธ.การต่างประเทศสภาผู้แทนราษฎรเรียกร้องให้ทางการไทยทบทวนการตัดสินใจแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด พร้อมยืนยันไม่แทรกแซงคดี ด้านปณิธานยืนยันคดีที่ซาอุฯกังวลมีความคืบหน้า
ซาอุฯยื่นหนังสือต่อกมธ.การต่างประเทศสภาผู้แทนราษฎรเรียกร้องให้ทางการไทยทบทวนการตัดสินใจแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด พร้อมยืนยันไม่แทรกแซงคดี ด้านปณิธานยืนยันคดีที่ซาอุฯกังวลมีความคืบหน้า
ตามที่เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ดอทคอม ได้รายงานว่า อุปทูตประเทศซาอุดิอาระเบีย ได้ยื่นเอกสารต่อ คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร โดยเนื้อความในเอกสารมีการระบุว่า ซาอุดิอาระเบียจะลดระดับสัมพันธ์กับไทยลง เนื่องจากไม่พอใจการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผช.ผบ.ตร.)นั้น
จากการตรวจสอบพบข้อมูลดังกล่าวเกิดความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ซึ่งเกิดความผิดพลาดจากการลำดับความในการแปลเอกสาร ซึ่งเว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ดอทคอมต้องขออภัยในความผิดพลาดมา ณ ที่นี้ด้วย
ทั้งนี้เนื้อความที่ถูกต้องในเอกสารมีดังนี้
ซาอุดิอาระเบีย ขอเรียกร้องให้ทางการไทยทบทวนการตัดสินใจแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ซึ่งเคยถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับคดีการหายตัวของนายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย ไปจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาในคดีดังกล่าว ทั้งนี้เนื่องจากคดีความทั้ง 3 คดี มีอยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งทั้งสองประเทศพยายามที่จะให้การพิจารณาคดีเป็นไปอย่างโปร่งใส และคดีความดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อความพยายามในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ
นอกจากนี้ สถานทูตซาอุดิอาระเบีย ยังแสดงความกังวล ต่อมติดังกล่าวของทางการไทยใน 2 ประเด็น ได้แก่
1. การตัดสินใจเลื่อนตำแหน่งของพล.ต.ท. สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภาค 5 ขึ้นเป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
2. ท่าทีของเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยบางกลุ่มที่ออกมาสนับสนุนการแต่งตั้งพล.ต.อ.สมคิด ซึ่งถูกแจ้งข้อหาในคดีการหายสาบสูญของนักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย
เอกสารดังกล่าว ยังระบุด้วยว่า ซาอุดิอาระเบียจะปฏิบัติตามนโยบายของประเทศที่จะไม่แทรกแซงกิจการภายในของชาติอื่น
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าซาอุดิอาระเบียจะรับรู้ถึงความอ่อนไหวทางการเมืองไทยในขณะนี้ แต่ยังหวังว่าข้อตกลงที่ฝ่ายรัฐบาลไทยให้คำมั่นไว้ว่าจะดำเนินการพิจารณาคดีอย่างโปร่งใส และไม่มีการแทรกแซงจะบรรลุผลสำเร็จ โดยเฉพาะคำมั่นสัญญาของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่าจะสะสางคดีความที่คั่งค้างทั้งหมด เพื่อปูทางสู่การรื้อฟื้อความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีระหว่างทั้งสองประเทศขึ้นมาอีกครั้ง
ทั้งนี้ ในเอกสารดังกล่าว ได้ระบุด้วยว่า ไทยและซาอุดิอาระเบีย ได้เริ่มสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการขึ้น เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2508 ก่อนจะพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศขึ้นสู่ระดับ "เอกอัตรราชทูต" ในปี 2509 ก่อนที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจะเริ่มถดถอยลงในช่วงทศวรรษ 1990 จากทั้งกรณีการขโมยเพชร และการสังหารเจ้าหน้าที่ซาอุฯในประเทศไทย ในปี 1989 และในปี 1990 ตลอดจนความไม่คืบหน้าในคดีดังกล่าว จนถึงการแต่งตั้งพล.ต.ท. สมคิด บุญถนอม ในครั้งนี้
ปัญหาความสัมพันธ์ดังกล่าวได้ส่งผลให้ซาอุดิอาระเบียได้ประกาศ ลดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งห้ามพลเมืองเดินทางมาท่องเที่ยวยังไทย ประกาศใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดต่อการนำเข้าแรงงานไทยและ ลดระดับความร่วมมือทวิภาคีในระดับสูงทุกสาขากับไทยให้อยู่ในระดับต่ำสุดอีกด้วย
อย่างไรก็ตามหลังที่เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ได้เสนอเนื้อความในเอกสารที่มีความผิดพลาดจากการลำดับความในเอกสารออกไปก็ได้มีการชี้แจงจากฝ่ายต่างๆดังนี้
นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า กรณีนี้เป็นการเข้าใจผิดกัน ซึ่งสิ่งที่ซาอุฯ ยืนยันกับไทยมาตลอดคือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างกันโดยลำดับ และไม่ได้มีการยื่นคำขาดให้ไทยจากผลของการแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด ขึ้นเป็น ผช.ผบ.ตร.แต่อย่างใด
ด้าน นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ ได้ชี้แจงว่า จากที่ได้ตรวจสอบรายละเอียดในเอกสารที่อุปทูตซาอุฯ ยื่นให้แก่กรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร พบว่าเป็นเท้าความถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ซาอุฯ จนถึงปัจจุบัน ซึ่งยืนยันว่าขณะนี้ความคืบหน้าในการดำเนินคดีที่ทางซาอุฯกังวล ได้มีความคืบหน้าเป็นลำดับแล้ว
นอกจากนี้ในเอกสารดังกล่าวยังระบุว่า ทางการซาอุฯ จะไม่เข้ามาแทรกแซงการเมืองภายในของไทย พร้อมเห็นว่าเรื่องคดีความเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และไม่ต้องการให้การดำเนินคดีเป็นไปด้วยความล่าช้า
ขณะที่ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า ซาอุฯไม่ได้ออกแถลงการณ์ลดความสัมพันธ์กับไทย แต่หนังสือดังกล่าว เป็นเล่าถึงการลดระดับความสัมพันธ์ในอดีต เมื่อ 20 ปี ที่ผ่านมา โดยขณะนี้ ความสัมพันธ์ ไทย-ซาอุฯ ยังคงเป็นระดับอุปทูต ส่วนจะยกระดับเป็นเอกอัครราชทูตหรือไม่นั้น คงต้องใช้เวลา
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการออกเอกสารดังกล่าว ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝง หรือ กดดันไทยแต่อย่างใด หลังก่อนหน้านี้ ซาอุฯได้ ออกมาคัดค้านการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด
ด้าน นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ยืนยันว่า ในการเข้าชี้แจงของอุปทูตซาอุฯ ในวันนี้ ได้มีการ ยื่นเอกสารให้กับตนเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ใช่หนังสือลดระดับความสัมพันธ์ ส่วนรายละเอียดของหนังสือจะเปิดเผยวันพรุ่งนี้







