
นโยบายแบบศรีธนญชัย : ภาษีที่ดินว่างเปล่าและสิ่งปลูกสร้าง
การยกเว้นที่อยู่อาศัยไม่เกิน 50 ล้านบาท แต่เก็บภาษีที่ดินว่างเปล่าในอัตราที่สูงเป็นการสร้างภาพของนักบุญทำนโยบายดีแต่
โดย...ดร.ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์
การยกเว้นที่อยู่อาศัยไม่เกิน 50 ล้านบาท แต่เก็บภาษีที่ดินว่างเปล่าในอัตราที่สูงเป็นการสร้างภาพของนักบุญทำนโยบายดีแต่จริงๆ แล้วโครงสร้างภาษีนี้ไม่เป็นธรรมและไม่มีประสิทธิภาพช่วยผู้มีอันจะกิน ซึ่ง สนช.เป็นตัวแทนของคนพวกนี้มีผลทำลายฐานการคลังของรัฐบาลท้องถิ่นทั้งประเทศในระยะยาว
โครงสร้างภาษีที่กำลังจะเข้ามาที่ สนช.นั้นมีอัตราเพดานภาษีสูงสุดคิดเป็นร้อยละ (ไม่ใช่เก็บจริง) คือเกษตรกรรมร้อยละ 0.2 ที่อยู่อาศัย 0.5 อื่นๆ เช่น พาณิชยกรรมร้อยละ 2 และที่ดินว่างเปล่าร้อยละ 5
เป็นเรื่องปกติที่นโยบายสาธารณะจะมีผู้ได้ผู้เสียเรามักจะคิดในเชิงนามธรรมว่ารัฐบาลต้องออกนโยบายเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เพื่อคนส่วนใหญ่ในความเป็นจริงมีกลุ่มผลประโยชน์ที่หลากหลายบ่อยครั้งกฎหมายหรือนโยบายเอียงข้าง เช่น ช่วยผู้ผลิตมากกว่าผู้บริโภค ช่วยนายทุนมากกว่าผู้ใช้แรงงาน ช่วยเจ้าของที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์มากกว่าผู้เช่าหรือชาวนา
กรณีภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นตัวอย่างของหลักคิดข้างต้นมีความเป็นศรีธนญชัยทำอย่างแยบยลมาก สมัยก่อนบางคนอาจจะเรียกว่าคอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ต้องยอมรับว่าโครงสร้างภาษีเดิมคือภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดินคือไดโนเสาร์เต่าล้านปีแต่ของใหม่ที่แย่มากๆ คือ การไปยกเว้นไม่เก็บภาษีบ้านที่อยู่อาศัยมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท มีส่วนทำให้คนจำนวนมากได้ประโยชน์จึงเงียบไว้ไม่เอ็ดตะโร แม้จะเห็นว่ามันไม่เหมาะสม ความไม่ถูกต้องนี้ถูกบดบังโดยโครงสร้างภาษีที่เก็บกับที่ดินว่างเปล่าในอัตราที่สูงเริ่มตั้งแต่ร้อยละ 1 ไปจนถึงร้อยละ 5 โดยรัฐบาลใช้เหตุผลเรื่องลดความไม่เท่าเทียมกันในทางเศรษฐกิจและป้องกันการถือครองที่ดินเพื่อการเก็งกำไร คนที่ไม่รู้เท่าทันจะเห็นว่ารัฐบาลมีเหตุผลที่น่าฟังมากแต่ลึกๆ แล้วกลับไม่ใช่ เพราะอะไร
ประการแรกภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในทุกประเทศถูกออกแบบมาเพื่อเป็นภาษีท้องถิ่นที่จำเป็นต้องมีแหล่งรายได้มา เพื่อรองรับการใช้จ่ายของท้องถิ่นในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่อยู่ในท้องถิ่นตั้งแต่เรื่องการศึกษา การสาธารณูปโภค การดูและรักษาความสะอาด ฯลฯ หรือในหลายประเทศที่ท้องถิ่นต้องดูแลกิจการเทศบาลและการรักษาความสงบภายใน เพราะฉะนั้นโครงสร้างภาษีลักษณะนี้ไม่ได้เน้นเรื่องการกระจายรายได้และความมั่งคั่งจากคนที่มีมากไปสู่คนที่มีน้อยกว่าแต่เน้นเรื่องการหารายได้ให้มั่นคงเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ
ถ้าจะเป็นไปได้ในแง่ความเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพควรจะมีอัตราภาษีที่ต่ำ มีฐานผู้เสียภาษีจำนวนมาก และผู้เสียยินดีเสียภาษีให้ท้องถิ่น เพราะรู้สึกได้ประโยชน์จากกิจกรรมของรัฐ ด้วยเหตุนี้เหตุผลที่ควรเก็บภาษีทรัพย์สินไม่ว่าจะเป็นที่ดินว่างเปล่าหรือที่บ้านที่อยู่อาศัยก็เป็นเพราะว่าเจ้าของทรัพย์สินได้ประโยชน์จากการที่มูลค่าทรัพย์สินของตนมีมูลค่าสูงขึ้นในระยะยาวมาจากความเจริญความก้าวหน้าของชุมชนหรือท้องถิ่น
ประการที่สองในบริบทของเศรษฐกิจสังคมสมัยใหม่การลงทุน หรือเก็งกำไรไม่สามารถแยกความแตกต่างกันได้และไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เรามักจะมองว่าคนที่สะสมที่ดินเป็นนักเก็งกำไรควรถูกลงโทษด้วยภาษีและน่าจะเป็นคนรวยหรือนักการเมืองเท่านั้นไม่ควรส่งเสริม แต่ในความเป็นจริงในขณะใดขณะหนึ่งคงมีคนธรรมดาจำนวนมากที่ออมหรือถือทรัพย์สินไว้ในรูปที่ดินที่ว่างเปล่าเพื่อรอการพัฒนา เพื่ออยู่อาศัย เพื่อทำการค้า เพื่อให้เช่า หรือรอการขาย
โดยทั่วไปคนมีความรู้มีข้อมูลและมีเหตุผลว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดไม่จำเป็นที่รัฐจะต้องใช้มาตรการทางภาษีเพียงเพื่อกระตุ้นให้เขาทำประโยชน์จากที่ดินเพราะในความเป็นจริงไม่ว่าเจ้าของจะมีที่ดินไว้ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามการทำประโยชน์หรือมูลค่าของที่ดินขึ้นอยู่กับปัจจัยสิ่งแวดล้อมอื่นๆ อีกมากมาย การใช้ภาษีไปบังคับให้เขาต้องทำประโยชน์เท่านั้นมิเช่นนั้นจะเก็บภาษีหนักอาจมีผลแค่ทำให้เขาใช้ประโยชน์แบบเทียมๆ จอมปลอม เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่รัฐฉ้อฉลในหน้าที่
เพราะฉะนั้นอัตราภาษีที่ดินที่ว่างเปล่ากับที่ดิน เพื่ออยู่อาศัยจึงไม่จำเป็นต้องต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ มันจะนำรายได้มาสู่ท้องถิ่นได้เป็นกอบเป็นกำ รัฐอาจจะเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้าในที่ดินที่มีการสะสมไว้







