
สนช.ไฟเขียวกม.กสทช.
มติสนช. ไฟเขียวกม.กสทช. ห้าม นักการเมือง-องค์กรตามรธน. เป็น กสทช. หลังพ้นตำแหน่งห้ามถือหุ้นรับตำแหน่งในสื่อ 2 ปี
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีมติเอกฉันท์ 197 เสียง งดออกเสียง 2เห็นชอบวาระ 3 ร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) เห็นควรให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป
สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ เป็นการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.กสทช. พ.ศ. 2553 ในเรื่องเกี่ยวกับองค์ประกอบและคุณสมบัติของกรรมการ กสทช. โดยยังคงจำนวนกรรมการกสทช.จำนวน 7 คน แต่เพิ่มคุณสมบัติให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน พร้อมแก้ไขอายุของกรรมการโดยลดลงจากเดิมกำหนดอายุไม่ต่ำกว่า 45 ปี เป็น 40 ปี และเป็นไม่เกิน 70 ปีจากเดิมแค่ 65 ปี
นอกจากนี้ ยังแก้ไขลักษณะต้องห้ามโดย ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือผู้ตำรงแหน่งใดในพรรคการเมือง หรือเป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุก และถูกคุมขังโดยหมายศาล ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือเคยถูกวุฒิสภามีมติถอดถอนออกจากตำแหน่ง เป็นหรือเคยเป็นกรรมการผู้จัดการผู้บริหารที่ปรึกษาพนักงาน ผู้ถือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจด้านการกระจายเสียง โทรทัศน์ หรือกิจการด้านโทรคมนาคมในระยะเวลา 1 ปี ก่อนคัดเลือก
ทั้งนี้ ในส่วนของกรรมการสรรหา กสทช.ที่เดิมมาจากประธานองค์กรอิสระต่างๆ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครองสูงสุด ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นต้น เปลี่ยนเป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมของกรรมการองค์กรอิสระนั้นๆ พร้อมทั้งให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาทำหน้าที่เป็นฝ่ายธุรการในการสรรหาและคัดเลือกกรรมการจากร่างเดิมที่ให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลและสังคม
อย่างไรก็ตาม ร่างพ.ร.บ.ยังได้เพิ่มเติมห้ามไม่ให้ผู้พ้นจากตำแหน่ง กรรมการ กสทช.เป็นผู้ถือหุ้นส่วนหรือดำรงตำแหน่งใดในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจด้านวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เว้นแต่พ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี







