
อุปทูตซาอุพบต่อพงษ์
อุปทูตซาอุฯ พบกมธ.ต่างประเทศหารือ กรณีแต่งตั้ง "พล.ต.ท.สมคิด" กระทบคดีอัลรูไวรี ขณะที่ต่อพงษ์ เรียกตัวแทนก.ตร.-กระทรวงการต่างประเทศเข้ามาชี้แจง 9 ก.ย.นี้
อุปทูตซาอุฯ พบกมธ.ต่างประเทศหารือ กรณีแต่งตั้ง "พล.ต.ท.สมคิด" กระทบคดีอัลรูไวรี ขณะที่ต่อพงษ์ เรียกตัวแทนก.ตร.-กระทรวงการต่างประเทศเข้ามาชี้แจง 9 ก.ย.นี้
นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทยในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การต่างประเทศ พร้อมนายประชา ประสพดี สส.สมุทรปราการ ในฐานะประธานกมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และ สิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้เข้าพบกับ Nabil H.H.Ashri อุปทูตประเทศซาอุดิอาระเบีย กรณีคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) แต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. ทั้งที่เป็นผู้ทีเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปขอนายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวรี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย
นายต่อพงษ์ กล่าวว่า ทางอุปทูตซาอุได้มอบเอกสารชี้แจง พร้อมแสดงความเป็นห่วงว่า ก.ตร. ได้ใช้หลักเณฑ์ประกอบการพิจารณาการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด หรือไม่ และการแต่งตั้งครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อคดีการหายตัวไปของนักธุรกิจซาอุหรือไม่ ที่ผ่านมาทางซาอุดิอาระเบียเข้าใจสถานการณ์ประเทศไทยว่าต้องเจอเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง และรัฐบาลเองต้องไปยุ่งกับตรงนั้น ขณะที่ศาลเองงานเยอะจนทำให้ลำดับการพิจารณาคดีต้องตกอยู่ลำดับท้ายๆ ดังนั้น นายประชา ในฐานะประธานกมธ.กฎหมายฯจะได้นำเรื่องนี้ไปตรวจสอบว่าทำไมคดีนี้ถึงตกไปอยู่ในลำดับท้าย
นายต่อพงษ์ กล่าวว่า คดีนี้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2533 ซึ่งถึงตอนนี้เป็นเวลา 20 ปีแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาทุกรัฐบาล ทางซาอุดิอาระเบียได้รับสัญญาณที่ดีในการพิจารณาคดีนี้ กระทั่งรัฐบาลนี้ได้เข้าสู่การพิจารณาของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งเรื่องนี้มีความหวัง แต่อย่างไรก็ดี เป็นห่วงว่า หากนานาชาติได้รู้ว่ามีการปฏิบัติของข้าราชการเช่นนี้ ก็เกรงว่าจะเกิดความไม่เป็นธรรมในการพิจารณาคดี
ทั้งนี้ ทางกมธ.ไม่ได้กดดันอะไร แต่เป็นห่วงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และในวันที่9 ก.ย. จะเชิญตัวแทนที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ทั้งกระทรวงการต่างประเทศขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานก.ตร. ได้มอบหมายให้เลขาฯ ก.ตร.มาชี้แจง แทน ทางกมธ.ได้ปวาราณาตัวกลั่นกรองและมีมติออกไปถึงรัฐบาลหลังจากได้รับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย
น.ส.ฐิติมา ฉายแสง สส.ฉะเชิงเทรา ในฐานะรองประธาน กมธ. กล่าวว่า ทางกรรมาธิการเป็นห่วงว่าหาเรื่องนี้นำไปสู่การตัดสู่ความสัมพันธ์จริง แล้วไม่อนุญาตให้ชาวมุสลิมเดินทางไปทำพิธีฮัจญ์ ก็จะส่งผลกระทบต่อชาวมุสลิมจำนวนมาก เพราะหากจะต้องไปใช้โควต้าในส่วนของประเทศมาเลเซียก็คงจะลำบากเพราะคนทางมาเลเซียก็เต็มอยู่แล้ว







