posttoday
เร่งปั๊มรายได้คนแก่ หนีวิกฤตการเงินการคลัง

เร่งปั๊มรายได้คนแก่ หนีวิกฤตการเงินการคลัง

29 มีนาคม 2560

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยงการรับมือผู้สูงอายุของประเทศไทย เป็นเรื่องใหญ่เรื่องยากของรัฐบาล แม้ว่าเป็นเรื่องที่ยังมาไม่ถึงเต็มตัว แต่หากไม่เตรียมพร้อมรับมือไว้ก่อน จะมีปัญหารุนแรงเมื่อประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบในอีก 15-20 ปีข้างหน้า จนอาจกลายเป็นวิกฤตการเงินการคลังของประเทศสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า หากไม่ทำอะไรเลยในอีก 15-20 ปีข้างหน้ารัฐบาลจะมีภาระการเงินการคลังสูง 6-7 แสนล้านบาท ในการดูแลผู้สูงอายุ ทั้งการให้เงินยังชีพ การดูแลค่ารักษาพยาบาลต่างๆ ซึ่งเป็นภาระที่สูงมาก นอกจากเป็นภาระของรัฐบาลแล้ว ยังเป็นภาระกับลูกหลานในการดูแล โดยคาดการณ์ว่าปัจจุบันคนทำงาน 4 คน ดูแลคนแก่ 1 คน แต่ในอีก 20 ปีข้างหน้า คนทำงาน 2 คน จะต้องดูแลคนแก่ 1 คนปลัดคลัง ระบุว่า รัฐบาลจึงต้องหาทางรับมือสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ปัจจุบัน โดยเป้าหมายสำคัญ คือ การสร้างรายได้ให้คนเกษียณมีใช้เพียงพอในการดำรงชีพซึ่งต้องมีการสร้างระบบบำนาญที่สร้างรายได้ให้กับผู้สูงอายุเพียงพอ หากยึดมาตรฐานของยุโรปคนที่เกษียณทำงานจะต้องมีรายได้บำนาญไม่น้อยกว่า 50% ของรายได้สุดท้ายก่อนการเกษียณ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ท้าทายอ

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

การรับมือผู้สูงอายุของประเทศไทย เป็นเรื่องใหญ่เรื่องยากของรัฐบาล แม้ว่าเป็นเรื่องที่ยังมาไม่ถึงเต็มตัว แต่หากไม่เตรียมพร้อมรับมือไว้ก่อน จะมีปัญหารุนแรงเมื่อประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบในอีก 15-20 ปีข้างหน้า จนอาจกลายเป็นวิกฤตการเงินการคลังของประเทศ

สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า หากไม่ทำอะไรเลยในอีก 15-20 ปีข้างหน้ารัฐบาลจะมีภาระการเงินการคลังสูง 6-7 แสนล้านบาท ในการดูแลผู้สูงอายุ ทั้งการให้เงินยังชีพ การดูแลค่ารักษาพยาบาลต่างๆ ซึ่งเป็นภาระที่สูงมาก นอกจากเป็นภาระของรัฐบาลแล้ว ยังเป็นภาระกับลูกหลานในการดูแล โดยคาดการณ์ว่าปัจจุบันคนทำงาน 4 คน ดูแลคนแก่ 1 คน แต่ในอีก 20 ปีข้างหน้า คนทำงาน 2 คน จะต้องดูแลคนแก่ 1 คน

ปลัดคลัง ระบุว่า รัฐบาลจึงต้องหาทางรับมือสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ปัจจุบัน โดยเป้าหมายสำคัญ คือ การสร้างรายได้ให้คนเกษียณมีใช้เพียงพอในการดำรงชีพซึ่งต้องมีการสร้างระบบบำนาญที่สร้างรายได้ให้กับผู้สูงอายุเพียงพอ หากยึดมาตรฐานของยุโรปคนที่เกษียณทำงานจะต้องมีรายได้บำนาญไม่น้อยกว่า 50% ของรายได้สุดท้ายก่อนการเกษียณ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก

ทั้งนี้ ระบบบำนาญของไทยมีหลายรูปแบบ ได้แก่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เป็นกองทุนภาคบังคับของผู้ที่รับราชการ ซึ่งส่วนนี้ไม่มีปัญหา เพราะข้าราชการส่วนใหญ่สะสมเงินเป็นเวลานาน ทำให้สมาชิกมีรายได้หลังเกษียณสูงถึง 70% นอกจากนี้คลังยังอยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมาย กบข.ให้สามารถไปรับงานบริหารกองทุนอื่น เพื่อหารายได้ให้กับกองทุนส่งผลให้สมาชิกมีรายได้หลังเกษียณเพิ่มมากขึ้นไปอีก ซึ่งเรื่องนี้ได้รับไฟเขียวจาก อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เป็นที่เรียบร้อย

ปัญหาระบบบำนาญอยู่ที่กองทุนประกันสังคม ซึ่งเป็นกองทุนภาคบังคับแรงงานในระบบ แต่ปัจจุบันสมาชิกสะสมเงินน้อย รัฐบาลก็สมทบไม่มาก ประกอบกับการบริหารเงินลงทุนของกองทุนยังไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้สมาชิกมีรายได้หลังเกษียณต่ำเพียง 20% ของรายได้สุดท้ายก่อนเกษียณ ซึ่งถือว่าต่ำไม่เพียงพอ โดยรัฐบาลได้เร่งแก้ปัญหาแก้ไขกฎหมายประกันสังคม ให้สมาชิกส่งเงินสมทบเพิ่มมากขึ้นจาก 5% เป็น 10% และขยายอายุเกษียณจาก 55 ปี เป็น 60 ปี รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน จะส่งผลให้กองทุนมีรายได้จ่ายสมาชิกหลังเกษียณใกล้เคียง 50% ของรายได้สุดท้าย หากรวมกับเบี้ยยังชีพที่รัฐบาลจ่ายก็น่าจะเพียงพอ

นอกจากนี้ ระบบบำนาญของไทยยังมีปัญหาเรื่องของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งเป็นกองทุนภาคสมัครใจผู้ประกอบการจะตั้งหรือไม่ตั้งก็ได้ ขณะที่ลูกจ้างจะเข้าหรือไม่เข้าเป็นสมาชิกก็ได้ ทำให้แรงงานในระบบประมาณ 14 ล้านคน อยู่ในระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพียง 3-4 ล้านคนเท่านั้น ซึ่งกลุ่มนี้ไม่น่าเป็นห่วงเพราะบำนาญของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมกับรายได้ของกองทุนประกันสังคม น่าจะทำให้
มีรายได้บำนาญมากกว่า 50% ของรายได้สุดท้าย

ปัญหาใหญ่จึงอยู่ที่แรงงานในระบบอีก 10-11 ล้านคน ที่ยังไม่อยู่ในระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลผู้ประกอบการไม่ได้ตั้งกองทุน หรือมีกองทุนแล้วแต่ไม่ยอมเป็นสมาชิก รัฐบาลได้แก้ปัญหานี้โดยการออกกฎหมาย ร่าง พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) ซึ่งผ่านการเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว คาดว่าจะผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในปีนี้ และมีผลบังคับในปีหน้า โดยกฎหมาย กบช.จะทำให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นกองทุนภาคบังคับ นายจ้างทุกแห่งต้องตั้งกองทุน และลูกจ้างต้องเข้าเป็นสมาชิก

อย่างไรก็ตาม การตั้ง กบช.เป็นผลดีกับแรงงานก็จริง แต่ก็ส่งผลกระทบ กับนายจ้างทำให้ต้นทุนประกอบการเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจจะแก้ปัญหาโดยการลดค่าจ้าง หรือจ้างงานลดลง รวมถึงเลิกจ้างงานบางส่วน เพื่อลดต้นทุน ซึ่งจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยอยู่ไม่น้อย ยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่แข็งแรง

นอกจากระบบบำนาญของไทยยังมีปัญหาใหญ่ ในการดูแรงงานนอกระบบที่มีมากกว่าแรงงานในระบบมีการประเมินว่าไทยมีแรงงานอยู่ 40 ล้านคน มีแรงงานในระบบประมาณ14 ล้านคน ที่เหลือ 26 ล้านคน เป็นแรงงานนอกระบบที่ไม่อยู่ในระบบบำนาญใดๆ เลย

แม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกกฎหมาย พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) สร้างระบบบำนาญให้แก่แรงงานนอกระบบ แต่ปรากฏว่าหลังจากเปิดรับสมาชิกมาตั้งแต่ปี 2559 มีแรงงานนอกระบบสมัครเป็นสมาชิกเพียง 5 แสนล้านบาท โดยในปีนี้ กอช.ตั้งเป้าหาสมาชิกให้ได้ 1 ล้านราย ก็ยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับแรงงานนอกระบบทั้งหมด

ปัญหาสำคัญของ กอช. คือ เป็นกองทุนภาคสมัครใจ และแรงงานนอกระบบยังไม่เข้าใจว่าเป็นสมาชิกจะได้อะไร รวมถึงแรงจูงใจกองทุนมีน้อย ทำให้แรงงานนอกระบบไม่สนใจเข้ามาเป็นสมาชิก

นอกจากนี้ กอช.ยังมีปัญหาสำคัญ คือ บำนาญหลังเกษียณยังต่ำ เพราะอัตราสมทบของสมาชิกน้อย เงินสมทบของรัฐบาลไม่มาก ทำให้รายได้หลังเกษียณของสมาชิกต่ำไม่ดึงดูดให้แรงงานนอกระบบเข้ามาเเป็นสมาชิก ซึ่งรัฐบาลอยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมาย กอช. เพิ่มเงินสมทบของสมาชิกและรัฐบาล เพื่อดึงแรงงานนอกระบบให้สนใจเป็นสมาชิกมากขึ้น แต่ก็คงเพิ่มขึ้นได้ไม่มากตราบใดที่ยังเป็นกองทุนภาคสมัครใจ

ดังนั้น เป้าหมายของรัฐบาลที่จะปั๊มเงินบำนาญให้กับคนแก่ได้สูงไม่น้อยกว่า 50% ของรายได้สุดท้าย คงสามารถทำได้เฉพาะแรงงานในระบบเท่านั้น เพราะล้วนถูกบังคับให้ออมตั้งแต่เริ่มเข้าทำงาน แต่ใน

วนของแรงงานนอกระบบเรื่องทำให้รายได้หลังเกษียณได้ 50% ของรายได้สุดท้ายอาจจะไม่ยาก หากคิดในแง่ว่าเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้ไม่สูงอยู่แล้ว และรายได้หลังเกษียณยังรวมถึงเบี้ยยังชีพคนชราที่รัฐบาลพยายามหาเงินงบประมาณมาเพิ่มให้มากขึ้นทุกปี

แต่ปัญหา คือ จะทำอย่างไรให้แรงงานนอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบบำนาญ ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลยังแก้ไม่ตก หากไม่สามารถทำให้แรงงานนอกระบบเห็นความสำคัญของการออมระยะยาวเพื่อเก็บไว้ใช้หลังเกษียณได้แล้ว การสร้างรายได้ให้คนแก่ส่วนใหญ่มีพอใช้หลังเกษียณยังเดินไปได้ไม่ไกล และจะส่งผลกระทบกับภาระการคลังของประเทศในการดูแลผู้สูงอายุกลุ่มสูงเหมือนที่คลังประเมินไว้

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค