posttoday
มากกว่าแค่น้ำมัน

มากกว่าแค่น้ำมัน

28 มีนาคม 2560

ในสัปดาห์นี้ สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน บิน อับดุลอาซิส อัล ซาอุด แห่งซาอุดิอาระเบีย

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

ในสัปดาห์นี้ สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน บิน อับดุลอาซิส อัล ซาอุด แห่งซาอุดิอาระเบีย ได้เสด็จเยือนประเทศจอร์แดนเป็นประเทศสุดท้าย เพื่อปิดทริปการเดินทางเยือน 7 ชาติเอเชียครั้งประวัติศาสตร์ในเดือนนี้

ตลอดการเสด็จเยือนมาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน ญี่ปุ่น จีน และจอร์แดน (ยกเลิกการเยือนมัลดีฟส์) ทริปนี้ถูกพูดถึงใน 2 ประเด็นใหญ่ๆ ด้วยกันคือ ความมั่งคั่งของทั้งคณะติดตามนับพันคน ที่ถึงขนาดปิดโรงแรม 6 ดาวทั้งโรงแรมถึง 2-3 แห่ง พร้อมสัมภาระหลายร้อยตัน ซึ่งเป็นข่าวสีสันเรียกเสียงฮือฮาได้มากที่สุด ส่วนอีกประเด็นก็คือ การเจรจาความร่วมมือด้านพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมัน

การเยือนเอเชียในครั้งนี้มีความหมายที่มากกว่านั้นอีกมาก และยังสะท้อนถึงการปรับตัวครั้งสำคัญที่สุดในรอบหลายทศวรรษของซาอุดิอาระเบีย ประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่ใหญ่ที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งโลกอาหรับ และไม่จำเป็นต้องยอมโอนอ่อนหาใครง่ายๆ

ทว่า จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ซาอุฯ ต้องปรับมาจาก 2 เรื่องหลัก คือ วิกฤตราคาน้ำมันโลกที่ยาวนานกว่า 2 ปี และการแปรพักตร์ของพันธมิตรอย่างสหรัฐ ที่หันไปรอมชอมกับศัตรูอย่างอิหร่านมากขึ้น ยังไม่นับรวมปัญหากระทบกระทั่งอื่นๆ เช่น กรณีวินาศกรรม 11 ก.ย. และการแข่งขันจากกลุ่มเชลออยล์ หรือน้ำมันหินดินดานในสหรัฐ ทำให้ซาอุฯ ไม่อาจพึ่งพาทรัพยากรหรือมหามิตรเพียงหนึ่งเดียวเหมือนที่ผ่านมาได้อีก

ที่จริงแล้วหลายชาติเอเชียในทริปนี้ก็ไม่ใช่มิตรใหม่ แต่เป็นทั้งมิตรดั้งเดิมและลูกค้าเก่ารายใหญ่กันมาอยู่แล้ว จากข้อมูลของบลูมเบิร์กระบุว่า ซาอุฯ ส่งออกน้ำมันไปเอเชียถึง 2 ใน 3 จากการส่งออกน้ำมันทั้งหมด และทำให้เอเชียแซงหน้าสหภาพยุโรป (อียู) ขึ้นเป็นคู่ค้าใหญ่สุดกับสภาความร่วมมืออ่าวอาหรับในปี 2016 แต่การเยือนครั้งนี้ก็เพื่อตอกย้ำให้เห็นความสำคัญมากขึ้น และแสวงหาโอกาสใหม่ๆ หลังจากนี้รับยุทธศาสตร์ซาอุดี 2030

“ญี่ปุ่น” นั้นนำเข้าน้ำมันจากอ่าวอาหรับ 83% และมากกว่า 1 ใน 3 มาจากซาอุฯ ความสัมพันธ์สองประเทศราบรื่นมาตลอด ผู้แทนซาอุฯ เพิ่งร่วมงานเปิดมัสยิดในกรุงโตเกียว ขณะที่โตโยต้า แลนด์ ครุยเซอร์ เป็นรถเอสยูวีขายดีที่สุดในซาอุฯ และโตโยต้ายังอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ที่จะผลิตรถบางรุ่นในประเทศนี้

การกระชับความร่วมมือกับญี่ปุ่นจึงไม่ใช่แค่รักษาฐานลูกค้าน้ำมันเท่านั้น แต่ยังหวังถึงความร่วมมือด้านอื่นและการรับเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น ความเป็นไปได้ในการเป็นฐานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และซาอุฯ ก็เพิ่งลงทุนในกองทุนเทคโนโลยีของซอฟต์แบงก์ไปหมาดๆ 4.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่ “จีน” ถือเป็นลูกค้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของซาอุฯ ในฐานะผู้บริโภคน้ำมันอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ แต่จีนเองก็หันมาซื้อน้ำมันจากรัสเซียมากขึ้นเช่นกันในระยะหลัง ทำให้ซาอุฯ ต้องหันมากระชับกับจีนให้แน่นขึ้นเพื่อรักษาฐานลูกค้าเก่า และในอีกด้านหนึ่งก็ยังแสดงออกถึงการบาลานซ์สมดุลความสัมพันธ์มากขึ้นจากเดิมที่เหนียวแน่นอยู่กับสหรัฐ

ขณะที่จีนเองก็ต้องการเดินหน้าโครงการเส้นทางสายไหมทั้งทางบกและทางทะเลให้ครอบคลุมทั่วโลก ซึ่งรวมถึงมหาสมุทรอินเดีย ทะเลแดง จนถึงคลองสุเอซ และในทางกลับกัน การลงทุนด้านโลจิสติกส์ก็เป็นหนึ่งในแผนสำคัญของยุทธศาสตร์ซาอุดีวิชั่น 2030 เช่นเดียวกัน

ทว่า ซาอุฯ ก็ยังต้องถนอมความสัมพันธ์กับมหามิตรเดิมด้วยเช่นกัน โดยให้เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน รองมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ เยือนสหรัฐ และมีการเจรจาลงทุน 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ตลอดระยะเวลา 4 ปี

ประเทศใหญ่ขนาดซาอุฯ ยังต้องปรับตัวรับกับโลกที่เปลี่ยนไป นับประสาอะไรกับประเทศเล็กๆ ที่ยังกล้าย่ำอยู่กับที่และต้องใช้เวลาหลายปีเหลือเกินกับการเปลี่ยนแปลง  

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69