posttoday
บีโอไอเคาะกิจการพลังงาน ลงทุน 1.6 แสนล้าน

บีโอไอเคาะกิจการพลังงาน ลงทุน 1.6 แสนล้าน

25 มีนาคม 2560

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. การประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. การประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน นอกจากการอนุมัติมาตรการส่งเสริมการลงทุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละประเภทแล้ว ยังมีโครงการลงทุนด้านพลังงานมูลค่ากว่า 1.6 แสนล้านบาท

หิรัญญา สุจินัย เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้การส่งเสริมการลงทุนในกิจการด้านพลังงานรวม 4 โครงการ เงินลงทุนทั้งสิ้น 161,300 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.บริษัท กัลฟ์ เอสอาร์ซี ได้รับส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตไฟฟ้าจากก๊าชธรรมชาติ กำลังการผลิต 2,500 เมกะวัตต์ เงินลงทุนทั้งสิ้น 5.9 หมื่นล้านบาท ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราช อีสเทิร์นซีบอร์ด จ.ชลบุรี 2.บริษัท กัลฟ์ พีดี ได้รับส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ กำลังการผลิต 2,500 เมกะวัตต์ เงินลงทุนทั้งสิ้น 5.88 หมื่นล้านบาท ตั้งอยู่ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.ระยอง

3.บริษัท ปตท. ได้รับส่งเสริมการลงทุนขยายกิจการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ระยะทางรวม 59 กิโลเมตร ผ่าน จ.สระบุรี ชลบุรี และระยอง ปริมาณ การขนส่งก๊าซธรรมชาติรวม 109,500 ล้านลูกบาศก์ฟุต/ปี โดยเป็นการลงทุนเพื่อขยายอายุการใช้งานระบบขนส่งทางท่อเดิม (ท่อก๊าซธรรมชาติบนบกเส้นที่ 1) เพื่อให้สามารถขนส่งก๊าซให้ลูกค้าโรงไฟฟ้า อุตสาหกรรม และภาคขนส่งได้ต่อเนื่องและได้มาตรฐาน เงินลงทุนทั้งสิ้น 5,000 ล้านบาท และ 4.บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี ได้รับส่งเสริมการลงทุนขยายกิจการขนถ่ายสินค้าสำหรับเรือบรรทุกสินค้า โดยโครงการจะให้บริการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ปีละประมาณ 9 ล้านตัน เงินลงทุนทั้งสิ้น 3.85 หมื่นล้านบาท ตั้งโครงการที่ จ.ระยอง

ด้าน ณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นอกจากนี้บอร์ดบีโอไอยังเห็นชอบให้เปิดส่งเสริมกิจการบริการทางการแพทย์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุน ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการบริการทางการแพทย์ครบวงจร โดยจะเปิดประเภทให้ส่งเสริม 4 กิจการ คือ กลุ่มที่ 1 กิจการบริการสาธารณสุขด้านแพทย์แผนไทย เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการบริการในอนาคต โดยจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 ปี  

กลุ่มที่ 2 กิจการศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจ (โรคหลอดเลือดหัวใจ ผ่าตัดหัวใจและหัวใจล้มเหลว) ด้านมะเร็ง (เคมีบำบัด และรังสีวิทยา) และด้านไต (ศูนย์ไตเทียม) ซึ่งเป็นโรคที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในลำดับต้นๆ ของคนไทย ซึ่งจะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี

กลุ่มที่ 3 กิจการสถานพยาบาล ให้การส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เฉพาะเพื่อเป็นการกระจายการให้บริการไปอย่างทั่วถึงสำหรับประชาชนในพื้นที่ห่างไกล โดยให้การส่งเสริมกิจการสถานพยาบาลเฉพาะใน 20 จังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวต่ำ หรือใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษบริเวณชายแดน ซึ่งจะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี และกลุ่มที่ 4 กิจการบริการขนส่งผู้ป่วย แพทย์ หรืออุปกรณ์การแพทย์ ทั้งทางอากาศ ทางบก ทางเรือ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสถานพยาบาลได้รวดเร็ว โดยจะให้ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 ปี

 “ก่อนหน้านี้บอร์ดบีโอไอให้การส่งเสริมกิจการด้านการแพทย์ไปบางส่วนคือ การผลิตยา และเครื่องมือแพทย์ แต่คลัสเตอร์นี้มีหลายส่วน ซึ่งเมื่อรวมการอนุมัติครั้งนี้แล้วจะทำให้แพ็กเกจการส่งเสริมการลงทุนกิจการด้านการแพทย์ครบทุกด้าน” ณัฐพร กล่าว

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว