posttoday
'ไทย'ขยับชั้น ประเทศสุขที่สุด

'ไทย'ขยับชั้น ประเทศสุขที่สุด

21 มีนาคม 2560

เมื่อวานนี้ หน่วยงานของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่มีชื่อว่าเครือข่ายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDSN) ได้เปิดเผยรายงานประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกประจำปี 2017 ซึ่งในปีนี้หลายประเทศในเอเชียมีอันดับดีขึ้นถ้วนหน้า รวมถึงประเทศไทยด้วยรายงานระบุว่า อันดับของประเทศไทยขยับขึ้น 1 อันดับจากปีก่อนหน้า ไปอยู่ที่ 32 ซึ่งถือเป็นลำดับ 2 ในอาเซียนรองจากสิงคโปร์ ซึ่งอยู่ที่ 26 รองลงมาคือ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม เมียนมา และกัมพูชา ตามลำดับ  จากการวัดผลใน 6 มาตรวัดด้วยกัน ประกอบด้วย 1.จีดีพีต่อหัว 2.การสนับสนุนด้านสังคม 3.อายุขัยเฉลี่ย 4.สิทธิในการเลือก 5.การแบ่งปัน 6.คอร์รัปชั่น ไทยมีการปรับตัวดีขึ้นเฉพาะเพียงแค่หัวข้อหลังเท่านั้น อย่างไรก็ดี หากเปรียบเทียบระยะยาวจากข้อมูลที่จัดทำระหว่างปี 2005-2007 จะพบว่าไทยเป็น 1 ใน 20 ประเทศที่มีความสุขเพิ่มขึ้นมาได้มากที่สุดในโลก โดยมีคะแนนเพิ่มขึ้น 0.5% หรือเพิ่มขึ้นอยู่ในอันดับที่ 19แม้จะไม่มีใครบอกได้ว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร เพราะความสุขของแต่ละปัจเจกบุคคลย่อมแตกต่างกันออกไป ทว่ารายงานฉบับนี้ก็มีการวัดผลหลายด้านที่ไม่มองเฉพาะมิติด้านเศรษฐกิจ แต่พยายามบาลานซ์ด้วยมิติของสังคม

เมื่อวานนี้ หน่วยงานของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่มีชื่อว่าเครือข่ายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDSN) ได้เปิดเผยรายงานประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกประจำปี 2017 ซึ่งในปีนี้หลายประเทศในเอเชียมีอันดับดีขึ้นถ้วนหน้า รวมถึงประเทศไทยด้วย

รายงานระบุว่า อันดับของประเทศไทยขยับขึ้น 1 อันดับจากปีก่อนหน้า ไปอยู่ที่ 32 ซึ่งถือเป็นลำดับ 2 ในอาเซียนรองจากสิงคโปร์ ซึ่งอยู่ที่ 26 รองลงมาคือ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม เมียนมา และกัมพูชา ตามลำดับ 

จากการวัดผลใน 6 มาตรวัดด้วยกัน ประกอบด้วย 1.จีดีพีต่อหัว 2.การสนับสนุนด้านสังคม 3.อายุขัยเฉลี่ย 4.สิทธิในการเลือก 5.การแบ่งปัน 6.คอร์รัปชั่น ไทยมีการปรับตัวดีขึ้นเฉพาะเพียงแค่หัวข้อหลังเท่านั้น อย่างไรก็ดี หากเปรียบเทียบระยะยาวจากข้อมูลที่จัดทำระหว่างปี 2005-2007 จะพบว่าไทยเป็น 1 ใน 20 ประเทศที่มีความสุขเพิ่มขึ้นมาได้มากที่สุดในโลก โดยมีคะแนนเพิ่มขึ้น 0.5% หรือเพิ่มขึ้นอยู่ในอันดับที่ 19

แม้จะไม่มีใครบอกได้ว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร เพราะความสุขของแต่ละปัจเจกบุคคลย่อมแตกต่างกันออกไป ทว่ารายงานฉบับนี้ก็มีการวัดผลหลายด้านที่ไม่มองเฉพาะมิติด้านเศรษฐกิจ แต่พยายามบาลานซ์ด้วยมิติของสังคม เสรีภาพ แม้แต่เรื่องสุขภาพกับปัญหาคอร์รัปชั่นเข้ามาด้วย ต่างจากดัชนีทุกข์ยากของบลูมเบิร์กที่มองเพียงด้านการว่างงานกับเงินเฟ้อ จนไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงอย่างจริงจังได้

เจฟฟรี แซคส์ ผู้อำนวยการหน่วยงานดังกล่าว ย้ำว่า ประเทศที่มีความสุขจะต้องมีความมั่งคั่งอย่างสมดุล โดยมองเรื่องมิติทางสังคมไปพร้อมกันด้วย ซึ่งเป้าหมายของรายงานฉบับนี้ก็คือ การให้เครื่องมืออีก 1 ชิ้นกับรัฐบาล ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม ไปคิดต่อยอดพัฒนาประเทศของตนเองให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ดังนั้น จึงเห็นได้ว่าประเทศที่มีความสุขมากที่สุด จึงไม่ใช่ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างสหรัฐหรือจีน แต่เป็นประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียและยุโรป ที่ได้ชื่อว่ามีการรักษาสมดุลของงานและชีวิตได้ดีที่สุด โดย 5 อันดับแรกนั้นประกอบไปด้วย นอร์เวย์ เดนมาร์ก ไอซ์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และฟินแลนด์

จึงไม่น่าแปลกใจที่สหรัฐจะหล่นลงมา 1 อันดับอยู่ที่ 14 ในปีนี้ เพราะมีคะแนนย่ำแย่ลงในด้านความไม่เท่าเทียม การคอร์รัปชั่น และความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ขณะที่ประเด็นทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะปรับใช้นั้น ก็อาจยิ่งทำให้ดัชนีความสุขของสหรัฐแย่

ลงอีกเราจำเป็นต้องมีเงินเพื่อให้มีความสุข เพราะเงินเป็นสิ่งที่สามารถซื้อสิ่งของปัจจัยต่างๆ ในการดำรงชีวิต และซื้อความสุขในบางรูปแบบได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมประเทศท้ายตาราง เช่น แทนซาเนีย และบุรุนดี ในแอฟริกา จึงเป็นประเทศที่ยากจนไปพร้อมกันด้วย ทว่าที่สุดแล้วการมีเงินมากขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้ซื้อความสุขได้เพิ่มขึ้นเสมอไปด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค