posttoday
พร้อมเพย์ยังไม่บูม

พร้อมเพย์ยังไม่บูม

20 มีนาคม 2560

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์พร้อมเพย์ หรือโครงการเอนี่ไอดี (Any ID) นำเอาบัตรประชาชนหรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือมาผูกกับบัญชีเงินฝาก เป็นโครงการแรกในยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (เนชั่นแนล อี-เพย์เมนต์) ที่รัฐบาลคาดหวังว่าจะเป็นช่องทางหลักในการรับโอนเงินที่ราคาถูก เข้ามาแทนที่การโอนเงินในปัจจุบันที่เสียค่าธรรมเนียมสูง รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง พยายามกระตุ้นให้ประชาชนใช้พร้อมเพย์ โดยกำหนดเป็นช่องทางหลักในการรับสวัสดิการจากรัฐ ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2559 เป็นต้นมา และเปิดศักราชด้วยการประกาศคืนภาษีผ่านพร้อมเพย์ได้ตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค. 2560 โดยจูงใจการได้รับคืนภาษีภายใน 3 วัน เร็วกว่าการคืนเป็นเช็คที่ใช้เวลาหลายสัปดาห์ ก่อนที่รัฐบาลจะร่วมกับสถาบันการเงิน ประกาศเปิดระบบพร้อมเพย์ในการโอนเงินระหว่างบุคคลอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 ม.ค. 2560 ที่ผ่านมานโยบายผลักดันพร้อมเพย์ของภาครัฐ ค่อนข้างประสบความสำเร็จในแง่ปริมาณยอดผู้สมัคร ซึ่งจากการเปิดให้ลงทะเบียนพร้อมเพย์ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. 2559 ถึงปัจจุบันมียอดผู้ลงทะเบียนกว่า 24 ล้านคน เมื่อเทียบกับจำนวนประชากร 65 ล้านคน นับเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ ทว่

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

พร้อมเพย์ หรือโครงการเอนี่ไอดี (Any ID) นำเอาบัตรประชาชนหรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือมาผูกกับบัญชีเงินฝาก เป็นโครงการแรกในยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (เนชั่นแนล อี-เพย์เมนต์) ที่รัฐบาลคาดหวังว่าจะเป็นช่องทางหลักในการรับโอนเงินที่ราคาถูก เข้ามาแทนที่การโอนเงินในปัจจุบันที่เสียค่าธรรมเนียมสูง

รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง พยายามกระตุ้นให้ประชาชนใช้พร้อมเพย์ โดยกำหนดเป็นช่องทางหลักในการรับสวัสดิการจากรัฐ ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2559 เป็นต้นมา และเปิดศักราชด้วยการประกาศคืนภาษีผ่านพร้อมเพย์ได้ตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค. 2560 โดยจูงใจการได้รับคืนภาษีภายใน 3 วัน เร็วกว่าการคืนเป็นเช็คที่ใช้เวลาหลายสัปดาห์ ก่อนที่รัฐบาลจะร่วมกับสถาบันการเงิน ประกาศเปิดระบบพร้อมเพย์ในการโอนเงินระหว่างบุคคลอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 ม.ค. 2560 ที่ผ่านมา

นโยบายผลักดันพร้อมเพย์ของภาครัฐ ค่อนข้างประสบความสำเร็จในแง่ปริมาณยอดผู้สมัคร ซึ่งจากการเปิดให้ลงทะเบียนพร้อมเพย์ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. 2559 ถึงปัจจุบันมียอดผู้ลงทะเบียนกว่า 24 ล้านคน เมื่อเทียบกับจำนวนประชากร 65 ล้านคน นับเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ

 ทว่า ปริมาณการใช้งานระบบพร้อมเพย์ในการโอนเงินของรายย่อยที่เป็นเป้าหมายหลัก ไม่ได้มากอย่างที่คาดหวังไว้ จากต้นปีจนถึงวันนี้มีการโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์เพียง 3-4 หมื่นรายการ/วัน เทียบกับการโอนเงินผ่านช่องทางออนไลน์ (ORFT) ที่มีถึง 17 ล้านรายการ/วัน มากกว่าพร้อมเพย์หลายเท่าตัว

ผู้ทำระบบถึงกับงงว่า เหตุใดจึงมีผู้ใช้พร้อมเพย์ไม่คึกคักอย่างที่คาดหวังว่าจะเห็น ทั้งที่กำแพงของการใช้งานอย่างค่าธรรมเนียมถูกมาก ไม่มีเงื่อนไขการโอนต่างธนาคารและข้ามเขต ซึ่งไม่ต่ำกว่า 35 บาท/ครั้ง กลับไม่ใช่ทางเลือกหลักในการโอนเงินของรายย่อย

ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ปัญหาใหญ่ของพร้อมเพย์ คือ การเข้าถึงและเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคในวงกว้างมากกว่าที่เป็นอยู่ โดยไม่ใช่เพียงรู้จักชื่อ แต่ต้องเข้าถึงด้วยว่าพร้อมเพย์สามารถทำอะไรได้บ้างในขณะนี้ และในอนาคตจะสร้างความสะดวกสบายในการชำระเงินโอนเงินได้อย่างไร

อารักษ์ สุธีวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ ประธานกลุ่มกลยุทธ์ระดับองค์กรและการพัฒนาธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้มุมมองว่า ที่ยังไม่เห็นการใช้อย่างคึกคัก อาจเพราะอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ต้องใช้เวลาสักระยะในการทำความเข้าใจเทคโนโลยีใหม่ สิ่งที่ทุกธนาคารทำในขณะนี้จึงเน้นการสร้างความเข้าใจว่า ประชาชนมีทางเลือกที่ดีกว่าในการโอนเงินในปัจจุบัน โดยปัจจุบันลูกค้าจำนวนมากยังยอมเสียค่าธรรมเนียมโอนเงินระหว่างกันแทนที่จะใช้พร้อมเพย์

ขณะเดียวกัน มีแคมเปญจูงใจให้เกิดการผูกบัญชีและใช้งานจริง เห็นได้จากโปรโมชั่นของหลายธนาคาร เช่น ให้ดอกเบี้ยสูงขึ้นหากผูกบัญชีพร้อมเพย์ ซึ่งทางธนาคารไทยพาณิชย์ได้มีโปรโมชั่น การโอนเงินจากโมบายแบงก์กิ้งของธนาคารเข้าบัญชีผู้รับพร้อมเพย์ฟรี พร้อมกับเพิ่มช่องทางชำระเงินด้วยการผนึกกับร้านค้าออนไลน์และรถแท็กซี่ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้พร้อมเพย์มากขึ้น

“จะต้องมีสาเหตุให้คนต้องใช้พร้อมเพย์ที่ไม่ใช่แค่การโอนเงิน วันนี้ยอมรับว่าผิดคาด เพราะนึกว่าผู้บริโภคจะหันมาใช้พร้อมเพย์เร็วและแรงกว่านี้ แต่ไม่ได้ผิดหวัง หลังจากนี้จะมีการครีเอทบริการใหม่ผ่านพร้อมเพย์เพิ่มเข้ามา เมื่อคนคุ้นเคยปุ๊บ เชื่อว่าคนจะมาเต็มแน่นอน” อารักษ์ กล่าว

อีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้คนใช้น้อย คือ ความรู้สึกว่าไม่จำเป็น เพราะพร้อมเพย์ในวันนี้ยังเป็นการ “พร้อมรับ” ไม่สามารถควบคุมฝั่งผู้โอนให้ใช้ระบบพร้อมเพย์ด้วยได้ ต้องสร้างช่องทางการใช้ให้มากกว่านี้ ให้เป็นอาวุธสำคัญในการต่อสู้กับความเคยชินของประชาชนในการลดการใช้เงินสด

แต่อีกไม่นาน พร้อมเพย์จะพัฒนาให้ครบเครื่องเรื่องการโอนและการชำระเงิน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบพร้อมเพย์ในเฟส 2 ที่เป็นการเลือกชำระเงิน (Request to Pay) และการชำระบิล (Bill Payment) ซึ่งอิงกับผู้ประกอบการและนิติบุคคลในการรับชำระเงินผ่านพร้อมเพย์

อีกกำแพงหนึ่งที่พร้อมเพย์ต้องข้ามไปให้ได้ คือ ความเชื่อมั่น เพราะผู้บริโภคอีกจำนวนมากยังไม่มีความมั่นใจกับเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้น หลายคนยังมีความหวาดกลัวเรื่องความปลอดภัยอยู่ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่บังคับกันไม่ได้ ต้องรอเวลาให้เรียนรู้ถึงการใช้งานจริงสักระยะหนึ่ง จึงจะเกิดความมั่นใจ และตัดสินใจใช้งาน

ระบบพร้อมเพย์มีความปลอดภัยไม่ต่างจากระบบการเงินในปัจจุบัน แต่บางครั้งความผิดพลาดก็เกิดจากผู้ใช้งานเองที่อาจทำรายการผิด ซึ่งทุกครั้งที่จะทำรายการระบบพร้อมเพย์จะเตือนขึ้นมาว่า จะโอนให้ถูกคนหรือไม่ ต้องตรวจสอบความถูกต้องให้ดี ก่อนกดยืนยัน โดยความปลอดภัยของการใช้งานนอกเหนือจากธนาคารที่ดูแลระบบแล้ว ผู้บริโภคก็ต้องระมัดระวังตัวเองด้วย

คำถามขณะนี้ ไม่ใช่ความคุ้มค่าของการสร้างระบบพร้อมเพย์ เพราะทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลและธนาคารพาณิชย์ผู้ลงทุน ต้องการเปิดถนนอีกเส้นหนึ่งให้เป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับประชาชนที่จะทำธุรกรรมในราคาถูก และปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมให้สอดคล้องกับความเป็นจริง จากทุกวันนี้ต้นทุนธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ถูกแต่คิดเงินจากประชาชนแพง ส่วนต้นทุนเงินสดและสาขาแพงกลับไม่คิดค่าธรรมเนียม

ภารกิจสำคัญของธนาคารแห่งประเทศไทย และสถาบันการเงิน เพื่อผลักดันให้ระบบพร้อมเพย์ประสบความสำเร็จ คงต้องสร้างความรับรู้แก่ประชาชนในวงกว้างมากขึ้นถึงประโยชน์ของการใช้งาน และสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัย พร้อมกับยกระดับพร้อมเพย์ให้ใช้ทำธุรกรรมที่ครบวงจร เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต

การจะเห็นการใช้พร้อมเพย์ทั่วทุกหัวระแหงในประเทศ คงต้องใช้เวลาให้ประชาชนรับรู้ และรอพัฒนาระบบพร้อมเพย์ให้พร้อมทั้งรับและจ่าย เมื่อประชาชนมีประสบการณ์ที่ดีในการใช้ครั้งแรก ย่อมมีการใช้ครั้งถัดไปตามมา และบอกปากต่อปาก พร้อมเพย์อาจเหมือนกับเอทีเอ็มเมื่อหลายปีก่อน ตอนนำมาใช้ครั้งแรกก็ไม่บูมคนยังไม่มั่นใจหวาดกลัว แต่ทุกวันนี้อย่างที่เห็น เอทีเอ็มกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน