
ราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ (12)
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช กับสมเด็จพระอัมรินทราบรมราชินี
โดย...วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช กับสมเด็จพระอัมรินทราบรมราชินี ประสูติเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2310 ณ ต.อัมพวา เมืองสมุทรสงครามมีพระนามเดิมว่า ฉิม เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 1 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทรเมื่อกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทสิ้นพระชนม์ก็ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคล เสด็จขึ้นครองราชย์สืบสันตติวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 2 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อปี 2352
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มีพระนามเต็มเมื่อขึ้นครองราชย์ว่า พระบาทสมเด็จพระบรมราชาธิราชรามาธิบดี ศรีสินทรบรมมหาจักรพรรดิราชาธิบดินทร์ ธรณินทราธิราชรัตนากาศภาสกรวงศ์ องค์ปรมาธิเบศ ตรีภูวเนตรวรนายก ดิลกรัตนราชชาติอาชาวศรัย สมุทัยดโรมนต์ สากลจักรวาฬาธิเบนทร สุริเยนทราธิบดินทร์ หริหรินทรา ธาดาธิบดี ศรีวิบูลยคุณอกนิษฐ ฤทธิราเมศวรมหันต บรมธรรมิกราชาธิราชเดโชชัย พรหมเทพาดิเทพนฤบดินทร์ ภูมิทรปรมาธิเบศ โลกเชษฐวิสุทธิ รัตนมกุฎประกาศ คตามหาพุทธางกูรบรมบพิตร พระพุทธเจ้าอยู่หัว ซึ่งเหมือนกับพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทุกตัวอักษร เนื่องจากในเวลานั้นยังไม่มีธรรมเนียมที่จะต้องมีพระปรมาภิไธยแตกต่างกันในแต่ละพระองค์
ต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ออกพระนามรัชกาลที่ 2 ว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ตามนามของพระพุทธรูปที่ทรงโปรดให้สร้างอุทิศถวาย และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้เฉลิมพระปรมาภิไธยใหม่เป็นพระบาทสมเด็จพระบรมราชพงษเชษฐ มเหศวรสุนทร ไตรเสวตรคชาดิศรมหาสวามินทร์ สยารัษฎินทรวโรดม บรมจักรพรรดิราช พิลาศธาดาราชาธิราช บรมนารถบพิตร พระพุทธเลิศหล้านภาไลย
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้เฉลิมพระนามใหม่เป็นพระบาทสมเด็จพระรามาธิดีศรีสินทรมหาอิศรสุนทร พระพุทธเลิศหล้านภาลัย
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงมีพระปรีชาสามารถในด้านการสงครามและการปกครองตลอดจนศิลปกรรม ประติมากรรม และวรรณกรรมอย่างมากมาย เมื่อครั้งที่ยังคงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร กรมพระวังบวรสถานมงคลนั้น ได้ทรงเป็นกำลังสำคัญในการรับราชการสนองพระเดชพระคุณในสมเด็จพระบรมราชชนกนาถในด้านการสงครามและการปกครองอย่างเต็มที่ ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยในราชการงานเมืองมาตลอดรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
การพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในรัชกาลที่ 2 ได้ย้ายมาทำพิธีที่หมู่พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน เนื่องจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งสร้างขึ้นแทนพระที่นั่งอมรินทราภิเษกมหาปราสาทอันเป็นสถานที่ทำพิธีปราบดาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกนั้นใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกอยู่ในรัชกาลต่อๆ มาจึงใช้หมู่พระที่นั่งจักรพรรดิพิมานเป็นสถานที่จัดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และใช้พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเป็นสถานที่ตั้งพระบรมศพ หลังจากเสร็จพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระองค์จึงเสด็จฯ เลียบพระนครโดยกระบวนพยุหยาตราตามโบราณราชประเพณี
เมื่อขึ้นครองราชย์แล้วก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมจัดพิธีอุปราชาภิเษกให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุ้ย ในรัชกาลที่ 1 ขึ้นเป็นสมเด็จพระบวรราชเจ้า มหาเสนานุรักษ์ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล พระมหาอุปราชเจ้า
สถาปนาพระราชชนนีขึ้นเป็นกรมสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ พระราชชนนีในรัชกาลที่ 2
กรุงสยามมีการเปลี่ยนธงประจำชาติ จากธงแดงเป็นธงช้าง มีลักษณะพื้นสีแดง ตรงกลางเป็นวงกลมสีขาว มีรูปช้างเผือกสีขาวภายในวงกลม แต่เมื่อจะใช้ชักเป็นธงบนเรือสินค้า ให้งดวงกลมออกเสีย เหลือแต่รูปช้างเผือกสีขาวเท่านั้นดังนั้นบันทึกที่พบในต่างประเทศจึงระบุว่ากรุงสยามใช้ธงประจำชาติเป็นรูปช้างเผือกสีขาวบนพื้นแดง
ในปี 2352
เจ้าฟ้ากรมขุนกษัตรานุชิตกับพวกคิดกบฏ โปรดเกล้าฯ ให้พระองค์เจ้าชายทับชำระความ จากนั้นก็มีศึกสงครามกับพม่าที่เมืองถลาง
ในปี 2353
โปรดเกล้าฯ ให้ส่งคณะทูตอัญเชิญพระราชสาส์นไปถวายจักรพรรดิเกียเข้งแห่งอาณาจักรจีน
ราชทูตญวนเข้ามาถวายราชสาส์นและเครื่องราชบรรณาการ พร้อมทั้งทูลขอเมืองบันทายมาศคืน ซึ่งพระองค์ก็พระราชทานคืนให้
ในปี 2354
โปรดเกล้าฯ ให้เจ้านายไปกำกับราชการตามกระทรวงต่างๆ
โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานออก “เดินสวนเดินนา”
ออกพระราชกำหนดห้ามสูบและซื้อขายฝิ่น
จัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
เกิดอหิวาตกโรคครั้งใหญ่
โปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธี “อาพาธพินาศ”
โปรดเกล้าฯ ให้กองทัพไทยไประงับความวุ่นวายในกัมพูชา
อิน-จัน แฝดสยามคู่แรกของโลกถือกำเนิดขึ้น







