
ดูงาน
โดย...ปกรณ์ นิลประพันธ์รัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติเรื่องการมีส่วนร่วมอยู่หลายที่หลายแห่งมาก จนกระทั่งหลายท่านเข้าใจไปว่าเขียนซ้ำหรือเปล่า ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่เขียนซ้ำครับ แต่ “ย้ำ” ให้เห็นว่าการมีส่วนร่วมเป็นเรื่องพื้นฐานของทุกสังคม ตั้งแต่ครอบครัว ญาติมิตร ชุมชน สังคม และประเทศชาติ และเมื่อมีส่วนร่วมแล้ว ที่ตามกันติดๆ ก็คือการพูดคุยกันอย่างมีเหตุมีผล การยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง การยอมรับกฎกติกา และการยอมรับเสียงข้างมาก เหล่านี้เป็น “จิตวิญญาณ” ของประชาธิปไตยครับถ้าขาดองค์ประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวข้างต้นไป มันไม่ “เป็น” ประชาธิปไตยหรอกครับ ถึงคนพูดจะพร่ำคำว่าประชาธิปไตยตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงก็ตาม ตอนนี้การดูงานในต่างประเทศของหลักสูตรต่างๆ กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากในสังคมว่าได้ผลไม่คุ้มค่า หลายท่านดูงานจนรู้จักเมืองเวนิสมากกว่า อ.บางคนที เสียอีก จนหลายต่อหลายท่านเสนอให้ยกเลิกการดูงานไปเลยก็มี ทั้งที่ตอนมีอำนาจท่านก็ไปดูงานบ่อยๆผมไม่ถึงกับเสนอให้เลิกครับ เพียงแต่จะเสนอให้ทำในประเทศแทน และเปลี่ยนวิธีดำเนินการเสียใหม่เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปประเทศและการขับเคลื่อนประเทศไท
โดย...ปกรณ์ นิลประพันธ์
รัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติเรื่องการมีส่วนร่วมอยู่หลายที่หลายแห่งมาก จนกระทั่งหลายท่านเข้าใจไปว่าเขียนซ้ำหรือเปล่า ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่เขียนซ้ำครับ แต่ “ย้ำ” ให้เห็นว่าการมีส่วนร่วมเป็นเรื่องพื้นฐานของทุกสังคม ตั้งแต่ครอบครัว ญาติมิตร ชุมชน สังคม และประเทศชาติ และเมื่อมีส่วนร่วมแล้ว ที่ตามกันติดๆ ก็คือการพูดคุยกันอย่างมีเหตุมีผล การยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง การยอมรับกฎกติกา และการยอมรับเสียงข้างมาก เหล่านี้เป็น “จิตวิญญาณ” ของประชาธิปไตยครับ
ถ้าขาดองค์ประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวข้างต้นไป มันไม่ “เป็น” ประชาธิปไตยหรอกครับ ถึงคนพูดจะพร่ำคำว่าประชาธิปไตยตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงก็ตาม ตอนนี้การดูงานในต่างประเทศของหลักสูตรต่างๆ กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากในสังคมว่าได้ผลไม่คุ้มค่า หลายท่านดูงานจนรู้จักเมืองเวนิสมากกว่า อ.บางคนที เสียอีก จนหลายต่อหลายท่านเสนอให้ยกเลิกการดูงานไปเลยก็มี ทั้งที่ตอนมีอำนาจท่านก็ไปดูงานบ่อยๆ
ผมไม่ถึงกับเสนอให้เลิกครับ เพียงแต่จะเสนอให้ทำในประเทศแทน และเปลี่ยนวิธีดำเนินการเสียใหม่เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปประเทศและการขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งให้บรรลุเป้าหมายของร่างรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ
ผมเสนอว่าหลักสูตรต่างๆ โดยเฉพาะหลักสูตรที่มีบุคลากรจากหลายหน่วยงานมารวมกัน ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร และเอกชนนั้น แทนที่จะไป “ดูงาน” ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ ให้เปลี่ยนเป็นไป
“ทำประชาคม” ร่วมกับชุมชนต่างๆ ที่ยังขาดแคลนทั่วประเทศหลักสูตรละอย่างน้อย 1 ชุมชน ไปช่วยเขาคิดว่าทำอย่างไรจึงจะพัฒนาชุมชนเป้าหมายอย่างไรให้กลับมามีชีวิตชีวา (Revitalization) อย่างยั่งยืน (Sustainability) เพราะคนที่เข้ารับการอบรมนี่ระดับอ๋องทั้งนั้นอยู่แล้ว รู้ว่ายุทธศาสตร์ชาติคืออะไร แนวทางปฏิรูปเป็นอย่างไร นโยบายรัฐบาลไปทางไหน ถ้าไปรวมหัวกันคิดกับประชาชนและชุมชนในท้องที่ว่าควรจะกำหนดทิศทางการพัฒนากันอย่างไร ผู้เข้ารับการอบรมซึ่งมาจากหน่วยงานต่างๆ จะได้รับรู้ปัญหาพื้นฐานของรากหญ้าจริงๆ จะได้ช่วยกันปรับปรุงแก้ไขการทำงานให้ดีขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนามากกว่าไปดูงานต่างประเทศ แล้วมาบ่นกันว่าบ้านเราทำอย่างเขาไม่ได้หรอก เอกชนที่เข้าร่วมการฝึกอบรมอาจให้ไอเดียดีๆ ได้ด้วย เพราะผมสังเกตว่าเวลาผู้เข้ารับการอบรมอยู่ร่วมกันนั้น ทุกคนเป็นเพื่อนกัน ไม่มี “กรม” ไม่มีรัฐ ไม่มีเอกชนมาเป็นอุปสรรค และนั่นจะทำให้มีการบูรณาการในการคิดเพื่อแก้ไขปัญหาเป้าหมายร่วมกันได้อย่างแท้จริง
อ้อ ... เวลาจัดประชาคมนี่อย่าจัดตามโรงแรมนะครับ ให้ไปทำในชุมชนเลย ไปแบบที่องค์กรภาคเอกชนเขาเข้าไปหาประชาชนน่ะ ไปแบบบ้านๆ ไม่ต้องมีพิธีรีตองอย่างราชการ เลิกเสียทีเถิด จะได้เป็นประชารัฐจริงๆ เมื่อทำอย่างว่านั้นแล้ว ให้ทำรายงานเสนอและเปิดเผยให้ประชาชนทราบทั่วไปด้วย แล้วให้ส่งรายงานนั้นไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องเขาพิจารณาดำเนินการต่อไป
เดี๋ยวนี้หลักสูตรเยอะเหลือเกิน ถ้าให้ทำทุกหลักสูตร และห้ามซ้ำพื้นที่ ผมว่าสักสองสามปีก็ทั่วประเทศแล้วครับ ถ้าครบทั่วประเทศแล้วให้เริ่มหลักสูตรชั้นสูง เพื่อไปประเมินว่าที่ชุดแรกเขาทำไว้นั้นมันไม่สำเร็จเพราะอะไร จะแก้ไขอย่างไร ทำอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ บ้านเมืองคงดีขึ้นสักวันนึงละน่า ฝากไว้พิจารณาครับ







