
Hokkaido Snow Expo 3
ลานกิจกรรม Wakuwaku Family Snowland เป็นลานที่ให้บริการกิจกรรมหิมะหลายอย่าง ประกอบด้วย Snow Mobile
ลานกิจกรรม Wakuwaku Family Snowland เป็นลานที่ให้บริการกิจกรรมหิมะหลายอย่าง ประกอบด้วย Snow Mobile ตัวนี้เป็นตัวที่ฮิตที่สุด ใครๆ ก็อยากขี่สโนว์โมบิล แต่หลายคนเห็นแล้วไม่กล้าเพราะมันลำใหญ่ เกรงว่าจะควบคุมไม่ไหว ทางวากุวากุเลยมีแบบให้ซ้อนท้ายไว้บริการคนอยากนั่งแต่ไม่กล้าขี่ Snow Rafting และ Banana Boat สองตัวนี้เหมาะกับกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบความตื่นเต้น เครื่องเล่นก็เหมือนๆ กับนั่งแพหรือบานาน่าโบตเวลาไปเที่ยวทะเล แต่ตัวนี้ลากบนลานหิมะ สนุกไม่แพ้กันแต่ปลอดภัยกว่าเยอะ Snow Shoeing การเดินเล่นบนหิมะโดยใส่รองเท้าชนิดพิเศษ ใครเคยดูการ์ตูนนินจาฮัทโตริคงพอนึกหน้าตารองเท้ากระจายน้ำหนักที่ใช้เดินบนผิวน้ำออก การเดินบนหิมะก็ต้องมีการกระจายแรงออกไปด้านข้างเช่นกัน ไม่อย่างนั้นจะจมลงไปหิมะ ตัวนี้ก็สนุกดีเหมือนกันครับ หรือจะเอาแบบแอดวานซ์ก็ใส่สกีเดินแบบ Cross Country ก็สนุก แต่ต้องมีพื้นฐานสกีมาบ้างนะครับ สำหรับเด็กเล็กก็มีลานสำหรับเล่นถาด (Sledge) แยกออกมาต่างหากจะได้ไม่ปะปนและปลอดภัย ทุกกิจกรรมมีค่าบริการเริ่มต้นที่ 300 เยน ไปจนถึงหลักพันสำหรับลูกค้าที่ไม่ได้พักในโรงแรม แต่ถ้าพักก็มีแพ็กเกจแบบรวมกิจกรรมให้ด้วย ซึ่งสามารถเล่นกิจกรรมหลายตัวได้ฟรี วิธีการก็แค่เดินเข้าไปที่กระท่อมไม้ในลาน Wakuwaku แล้วนำคูปองไปแลกบัตรกิจกรรมแต่ละประเภท ซึ่งแลกได้แค่ครั้งละชนิดเดียว แล้วถึงไปต่อคิวเล่นๆ เสร็จค่อยมาแลกบัตรกิจกรรมชนิดต่อไปได้
ส่วน Kan Kan Mura ที่อยู่ติดกันนั้นจะเปิดในช่วงเย็นถึงค่ำ เปิดไฟประดับสีสันงดงาม มีกิจกรรมหลายอย่างให้ทำ อาทิ ไปหาอะไรจิบใน Ice Bar กิจกรรมอินเทรนด์กำลังเป็นที่นิยมในหลายแห่ง หรือจะแอ็กท่าหามุมถ่ายรูปสวยกับประติมากรรมที่ปั้นจากหิมะหรือแกะจากน้ำแข็ง และกิจกรรมที่ห้ามพลาดเป็นอย่างยิ่งคือ Snow Tubing หรือการนั่งห่วงยางแล้วสไลด์ลงมาตามเส้นทางที่เขาขุดเป็นร่องคล้ายกับที่เราเล่นสไลเดอร์ลงมาเวลาไปสวนน้ำนั่นแหละครับ เสียวดี โดยเฉพาะตอนโค้งไปโค้งมา ใครชอบเล่นอะไรประเภทนี้มาเล่นได้ทั้งที่วากุวากุและคังคังมูระเลยครับ รับรองว่าจะติดใจ
อาหารค่ำคืนนี้ผมมีโปรแกรมพิเศษ เพื่อนเก่าที่คุ้นเคยพอทราบว่าผมมาฟุราโนะก็อยากเจอ ประกอบกับตัวผมเองยังติดใจในรสชาติอาหารของโรงแรม Natulux เลยตอบรับคำเชิญอย่างไม่ต้องคิด คุณ Kiyomi Ishihira เจ้าของโรงแรมรอต้อนรับอยู่แล้วที่ล็อบบี้ จากนั้นก็เชื้อเชิญผมเข้าไปด้านในสุดของห้องอาหารที่เป็นห้องส่วนตัว มีเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวฟุราโนะมาร่วมมื้ออาหารค่ำนี้ด้วย อย่างหนึ่งที่ผมนับถือน้ำใจคนที่นี่คือ การไม่แบ่งเขาแบ่งเราครับ ในมื้อนั้นมีผมที่เป็นแขก มีคุณอิชิฮิระ เจ้าภาพ และเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวฟุราโนะ ซึ่งไม่แปลก แต่คุณเอริ ผู้จัดการฝ่ายขายของโรงแรมนิวฟุราโนะปริ๊นซ์ก็ได้รับเชิญด้วย หรือแม้แต่คุณโคสึเกะผู้เป็นทั้งไกด์และช่วยขับรถให้ผมก็ยังได้รับเชิญให้ร่วมโต๊ะอาหาร แสดงให้เห็นถึงน้ำใจอันเปิดกว้างของคุณอิชิฮิระได้เป็นอย่างดี
จานแรกเป็นสลัดผักเนื้อปูทะราบะ ท่ามกลางหิมะขาวโพลนยังหาผักสดได้ขนาดนี้ ต้องขอบอกว่าแน่มาก ส่วนปูทะราบะมาเป็นแท่งขาอวบอิ่มเลย ผักสดเจอปูสดก็ฟาดหมดไม่มีเหลือสิครับ ถัดมาเป็นซุปใสคอนซอมเม่ที่นำไปอบกับแป้งพายหุ้มปากถ้วยอีกที เวลากินต้องเจาะเนื้อพายเข้าไป ใครไม่เคยต้องระวังลวกปากเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็อร่อยคุ้มค่าถ้าจะลวกปากไปสักนิด แล้วก็มาถึงชุดสุดอลังการ ตอนแรกเจ้าหน้าที่ยกมายังไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร เพราะมีสารพัดวัตถุดิบทั้งไส้กรอก ลูกชิ้น เนื้อกุ้ง เนื้อไก่ และผักต่างๆ ตรงกลางมีเตาเล็กๆ วางไว้ ไม่รู้ว่าจะใช้ทำอะไร พอเจ้าหน้าที่ยกถ้วยที่มีชีสเหลวมาวางบนเตาก็เข้าใจโดยพลันว่า ชีสฟองดูว์ นั่นเอง คุณอิชิฮิระสาธิตการกินให้ดูเป็นลำดับแรก ผมเคยกินฟองดูว์ที่สวิสมาบ้างแต่ก็ว่างเว้นมานานเหลือ คราวนี้มาเจอชีสฟองดูว์อดหวั่นใจไม่ได้ว่าจะเลี่ยน ชิ้นแรกเลยลองแครอทสีส้มสดจุ่มลงไปในชีสร้อนๆ ดูก่อน พอใส่ปากเท่านั้นแหละครับความคิดเปลี่ยนทันที ที่คิดว่าจะเลี่ยนกลับไม่มีเลย แครอทกับชีสเข้ากันได้เป็นอย่างดี ออกรสชาติหวานมัน ชิ้นต่อมาขอลองฟักทองบ้าง ผลลัพธ์เหมือนเดิมครับ หวานมันอร่อย ไม่เลี่ยน พอมั่นใจแล้วคราวนี้ไม่มีบันยะบันยัง ทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าผมจิ้มแล้วจุ่มชีสใส่ปากหมด เคยมั้ยครับที่กินอะไรอร่อยๆ แล้วหยุดไม่ได้ ชีสฟองดูว์ของโรงแรม Natulux คือหนึ่งในเมนูนั้นครับ ชีสอะไรไม่รู้กินแล้วหยุดไม่ได้ อร่อยจริงๆ เลย
กินชีสฟองดูว์จนแน่นพุงไปหมด นึกว่าจบคอร์สแล้ว ที่ไหนได้มีสเต๊กเนื้อฟุราโนะมาอีกจานหนึ่ง ผมดันสายเนื้อเสียด้วย เนื้อดีๆ ขนาดนี้ถึงจะอิ่มแค่ไหนก็ต้องไม่พลาดครับ ทั้งๆ ที่เมื่อเที่ยงเพิ่งซัดเนื้อฟุราโนะที่ร้าน Kumagera ไป มื้อเย็นเจออีกรอบนึกว่าจะหมดเสน่ห์ซะแล้ว ปรากฏว่าหั่นชิ้นแรกใส่ปากเคี้ยวยังไม่ทันไรหมดเกลี้ยง เนื้อคุณภาพระดับ A3 แน่ๆ แต่ไม่กล้าถามเกรงใจเจ้าภาพ โดยส่วนตัวผมเวลาทานเนื้อไม่ต้องถึงระดับ A5 หรอกครับ มันเลี่ยนเกินไป ทั้งโกเบ มัทสึซากะ หรือแม้แต่ซากะ ไม่หนีกัน กินเกิน 150 กรัม มันจะเริ่มเลี่ยน แต่มียกเว้นอยู่เนื้อหนึ่งคือ เนื้อมิยาซากิที่ร้าน Miyachiku แต่ต้องเป็นสันในนะครับ กินมากแค่ไหนก็ไม่เลี่ยน เนื้อฟุราโนะตรงหน้าที่ผมมั่นใจว่าเป็นเกรด A3 นี่เปรียบกับ A4 ที่กินเมื่อกลางวันมีความแตกต่างอยู่ตรงความเลี่ยนนี่แหละครับ ถ้าไม่ติดตรงอิ่มจากฟองดูว์ ผมคงฟาดหมดจานในไม่ถึง 10 นาที แต่ฟองดูว์ที่อยู่เต็มท้องก็ทำให้มีโอกาสค่อยๆ ละเลียดเนื้อทีละคำๆ พ่อครัวปรุงเนื้อจานนี้ได้ดีมาก ไม่ต้องมีซอส ไม่ต้องราดเกรวี่ แต่อร่อยด้วยรสชาติของเนื้อที่ปรุงรสแล้ว จานนี้ถึงจะอิ่มแค่ไหนก็กินจนหมดไม่เหลือครับ ปิดท้ายความอิ่มอร่อยด้วยไอศกรีมราดด้วยมอคค่า ก่อนจะอำลากลับที่พักไปนอนผึ่งพุง







