posttoday
หกล้มในวัยชรา

หกล้มในวัยชรา

11 มีนาคม 2560

การหกล้มในผู้สูงอายุอาจเป็นอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะผู้ที่กระดูกพรุนแม้จะไม่รุนแรงก็อาจทำให้กระดูกหัก

โดย...ศ.ดร.นพ.นรัตถพล เจริญพันธุ์ เมธีวิจัยอาวุโส สกว. ผู้อำนวยการสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล หัวหน้าหน่วยวิจัยด้านแคลเซียมและกระดูก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

การหกล้มในผู้สูงอายุอาจเป็นอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะผู้ที่กระดูกพรุนแม้จะไม่รุนแรงก็อาจทำให้กระดูกหัก ผู้ที่อายุมากกว่า 80 ปี กระดูกต้นขาหักมีอัตราการเสียชีวิตสูงมากกว่าร้อยละ 50 ซึ่งเป็นผลจากทั้งกระดูกที่หักโดยตรง เช่น เสียเลือดมาก หรือศีรษะกระแทกพื้นหรือของแข็งๆ และจากภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อในปอดจากการนอนติดเตียง หรือหกล้มซ้ำจนเกิดอุบัติเหตุรุนแรง รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ทั้งอายุที่มากขึ้น ผู้ชายมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าผู้หญิง และการป่วยเป็นโรคเรื้อรัง

ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปกว่าร้อยละ 20-30 มีความหนาแน่นของกระดูกลดลงอย่างรวดเร็วจนเกิดโรคกระดูกพรุน เมื่อฮอร์โมนที่เคยช่วยรักษามวลกระดูกมีการสร้างและทำงานลดลง อัตราการสร้างกระดูกจะไม่ทันอัตราการสลายกระดูก กระดูกค่อยๆ บางลงจนเกิดการแตกหักของเส้นใยกระดูกในที่สุด ทางออกคือต้องลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้มวลกระดูกลดลงเร็ว เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ การรักษาหรือควบคุมโรคประจำตัวที่ทำลายกระดูก อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และความเครียด อีกทั้งควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้กล้ามเนื้อปล่อยสารเคมีไปกระตุ้นการสะสมแคลเซียมที่กระดูกและลดการสูญเสียแคลเซียมจากกระดูก อีกทั้งแรงที่เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อและแรงกระทบกระแทกระหว่างการออกกำลังกาย ยังช่วยกระตุ้นให้เซลล์สร้างกระดูกทำงานเพิ่มขี้นด้วย

การหกล้มของผู้สูงอายุยังเกี่ยวข้องกับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณแผ่นหลังและขา ตลอดจนข้อต่อต่างๆ โดยตรง ซึ่งจะทำให้ผู้สูงอายุทรงตัวได้ดียิ่งขี้น การรับประทานวิตามินดีจะช่วยกระตุ้นลำไส้ให้ดูดซึมแคลเซียมจากอาหารเข้าสู่ร่างกายมากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้เซลล์กระดูกทำงานได้เป็นปกติ อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปริมาณที่ควรได้รับในแต่ละวัน นอกจากนี้ความเสื่อมของกระดูกอ่อนบริเวณข้อในผู้สูงอายุก็ส่งผลเสียต่อการทรงตัวเช่นกัน โดยเฉพาะบริเวณข้อเข่าและข้อเท้า

มีงานวิจัยยืนยันว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทีละเล็กทีละน้อยตลอดระยะเวลาการใช้งานข้อเข่านับสิบปีแทบไม่ได้รับการซ่อมแซมเลย หากเราใช้ข้อเข่าอย่างไม่ระมัดระวัง เช่น เล่นกีฬาที่เกิดแรงกระแทกบริเวณเข่ามากๆ การเกิดอุบัติเหตุซ้ำๆ บริเวณข้อเข่า น้ำหนักตัวที่มากเกินไป ยิ่งทำให้กระดูกอ่อนของข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น และยังทำให้การทรงตัวไม่ดี กล้ามเนื้ออ่อนแอลงเนื่องจากเดินไม่สะดวก ไม่ค่อยอยากเดินหรือออกกำลังกาย นอกจากนี้งานวิจัยจากการสนับสนุนของ สกว. ยังพบอีกด้วยว่า การอักเสบเรื้อรังบริเวณข้อเข่าจะทำให้มีการสร้างสารเคมีที่เรียกว่าไซโตไคน์เข้าไปในกระแสเลือด กระจายไปทั่วร่างกาย ยิ่งทำให้เซลล์สลายกระดูกทำงานเพิ่มขึ้น กระดูกพรุนที่เป็นอยู่แล้วจะยิ่งรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น การดูแลผู้สูงอายุจึงต้องดูแลทุกส่วนของร่างกายแบบองค์รวมด้วยความเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด หากส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเกิดความผิดปกติ ย่อมส่งผลต่อส่วนอื่นๆ เป็นลูกโซ่ด้วย และในอนาคตอันใกล้จะมีการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยสนับสนุนการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประเทศไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุที่มีคุณภาพและมีความสุข

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท