posttoday
ถอดรหัสกระบวนการมีส่วนร่วมปักษ์ใต้เหลว (อาจ) เพราะรัฐไม่จริงใจ

ถอดรหัสกระบวนการมีส่วนร่วมปักษ์ใต้เหลว (อาจ) เพราะรัฐไม่จริงใจ

08 มีนาคม 2560

เสียงจากคนใต้ในฐานะเจ้าบ้าน สำคัญพอที่รัฐบาลจะรับฟังบ้างหรือไม่ ก่อนที่จะเดินหน้าเมกะโปรเจกต์

โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

บนเวทีเสวนาในหัวข้อ “นับถอยหลัง EIA/EHIA ชี้ชะตาอนาคตใต้ เมกะโปรเจกต์มัดมือชกประชาชน” เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา นับเป็นเรื่องสำคัญในประเด็นการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ กับอภิมหาโครงการของภาครัฐที่จะกระหน่ำในพื้นที่ภาคใต้ ที่ได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่แห่งเศรษฐกิจของการท่องเที่ยว

ผลพวงของโครงการต่างๆ หลายส่วนเป็นกังวลว่าจะได้ไม่คุ้มเสีย โดยเฉพาะปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากโครงการของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นท่าเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล โรงไฟฟ้าถ่านหินจ.กระบี่ เป็นต้น และผลพวงจะไปกระทบกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และเศรษฐกิจในพื้นที่ที่อาศัยทรัพยากรธรรมชาติทั้งการดำรงชีพ และการท่องเที่ยว

ที่สำคัญคือเสียงจากคนใต้ในฐานะเจ้าบ้าน สำคัญพอที่รัฐบาลจะรับฟังบ้างหรือไม่ ก่อนที่จะเดินหน้าเมกะโปรเจกต์อันหลากหลายในอนาคต รวมถึงการมีส่วนร่วมกับโครงการต่างๆ ที่จะอยู่กับพวกเขาไปจนชั่วลูกชั่วหลาน

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา กล่าวในเวทีว่า ภาพรวมภาคใต้ตอนล่างที่จะเปลี่ยนไปจากการพัฒนาของรัฐ คือจะเป็นรูปแบบคล้ายกับภาคตะวันออก หรือจ.ระยองในปัจจุบัน เพราะภาคใต้กำลังจะมีท่าเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล ท่าเรือน้ำลึกสวนกง จ.สงขลา ทำทำให้ชายหาดกว่า 600 ไร่ถูกถม และสองท่าเรือดักล่าวจะถูกเชื่อมด้วยรถไฟรางคู่เพื่อขนส่ง คำถามคือจะขนส่งอะไร ยางพาราเพียงอย่างเดียวคงไม่ใช่ แน่นอนว่าคำตอบคือจะต้องเกิดนิคมอุตสาหกรรมตามมา และเมื่อมีนิคมอุตสาหกรรม ก็ต้องมีโรงไฟฟ้าตามมาด้วย

นอกจากนี้ ในภาคใต้มีโรงไฟฟ้าแล้ว 2 แห่ง ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีกำลังผลิตสูงถึง 2,200 เมกะวัตต์ อีกทั้งล่าสุด สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นชอบโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินปานาเระ จ.ปัตตานี ที่มีกำลังผลิต 1,000 เมกะวัตต์อีกด้วย

"จะห็นได้ว่า 5 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง คือ สตูล สงขลา ปัตตานี นราธิวาส และยะลา จะกลายเป็นแหล่งพื้นที่อุตสาหกรรมอย่างแน่นอน คำถามตัวโตๆ ที่ตามมาคือกำลังผลิตไฟฟ้าขนาดนี้ เตรียมไว้เพื่ออะไร คำตอบคือเพื่ออุตสาหกรรมหนักที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต และเพื่อให้สอดรับกับกองทัพที่มีแนวนโยบายตามแนวคิดว่า จะใช้อุตสาหกรรมดับไฟใต้ เพื่อให้คนพื้นที่มีงานทำและจะช่วยปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะได้ผลจริงหรือไม่ หรือมีการศึกษาอย่างจริงจังมาแล้ว” 

นพ.สุภัทร ขยายความว่า ดังนั้น 5 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างได้ถูกวางแผนจากส่วนกลาง โดยคนในพื้นที่แทบจะไม่มีส่วนร่วมใดๆ อีกทั้งโครงการทาเรือน้ำลึกสองแห่ง และโครงการรถไฟรางคู่ การศึกษาถึงผลกระทบก็แยกกันศึกษา ทั้งๆ ที่เป็นโครงการที่เชื่อมโยงกัน และเชื่อได้ว่าสาเหตุที่รัฐบาลแยกการศึกษาผลกระทบออกจากกันเพราะเกรงว่าโครงการจะไม่ผ่านการเห็นชอบ

"โรงไฟฟ้าถ่านหินที่ต้องทำ เพราะมีการลงทุนเหมืองไว้แล้วที่ประเทศอินโดนีเซีย ดังนั้น ก็ต้องพยามดันโรงไฟฟ้าถ่านหินให้เกิดขึ้นให้ได้โดยไม่สนใจเสียงของคนในพื้นที่ว่าต้องการหรือไม่” นพ.สุภัทร กล่าว 

นพ.สุภัทร สิ่ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เป็นการพัฒนาที่ไม่สอดคลอังกับฐานทรัพยากรของพื้นที่ อย่างเช่นเป็นพื้นที่ประมง แต่กลับส่งเสริมเรือ่งโรงไฟฟ้า เป็นต้น และสิ่งนี้คือเรื่องที่ทนไม่ได้สำหรับคนในพื้นที่ อีกทั้ง EIA ป็นแค่พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของรัฐบาล ที่ดันทุกทางเพื่อให้ผ่านกระบวนการนี้ให้ได้

นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมแบบปลอมๆ เพราะเป็นการเกณฑ์คนมามีส่วนร่วม เพียงเพื่อให้ผ่านโครงการเท่านั้น และสุดท้าย คือใช้อำนาจในการจัดการ แต่ไม่ใช่กระบวนการที่ถูกต้อง

อีกทั้ง ผลพวงทั้งหมดทำให้คนในพื้นที่เกิดความไม่พอใจรัฐบาล และไม่เห็นด้วยกับทุกอย่าง เพราะไม่มีส่วนร่วมในกระบวนการที่ถูกต้องอย่างแท้จริง อีกทั้งรัฐบาลไม่เปิดพื้นที่พูดคุยให้ มีเพียงคำถามว่า เอาหรือไม่เอาเท่านั้น และตามมาด้วยการประท้วงต่างๆ เพราะต้นทางจากภาครัฐที่ไม่เปิดพื้นที่ให้ประชาชน

"ข้อเสนอคือ ภาคประชาชนทุกฝ่ายต้องรวมตัวกันต่อสู้ เพราะเสียงประชาชนรัฐไม่ฟัง แต่การรวมตัวกันสู้ รัฐน่าจะฟัง เพราะเป็นอำนาจการต่อรองอีกอย่างหนึ่งด้วย” นพ.สุภัทร กล่าว

 

ถอดรหัสกระบวนการมีส่วนร่วมปักษ์ใต้เหลว (อาจ) เพราะรัฐไม่จริงใจ

สมบูรณ์ คำแหง เครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจ.สตูล กล่าวในเวทีเสวนาว่า ประชาชนในพื้นที่พยายามทวงถามรัฐบาลมาโดยตลอด โดยขอให้ชี้แจงความจริงของโครงการ ซึ่งที่ผ่านมารัฐพยายามโฆษณาให้คนในพื้นที่เชื่อว่า โครงการท่าเรือน้ำลึกปากบาราเป็นโครงการเล็ก แต่ในความเป็นจริงคือโครงการแลนด์บริดส์ที่เชื่อมต่อไปยังท่าเรือน้ำลึกสวนกง จ.สงขลา พร้อมด้วยโครงการรถไฟรางคู่ที่จะใช้เชื่อมสองฝั่งทะเลทั้งอ่าวไทย และอันดามัน

“ท่าเรือน้ำลึกปากบาราตั้งอยู่ใกล้กับอ่าวที่คนในพื้นที่ใช้ทำประมงดำรงชีพ และห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวคือเกาะเขาใหญ่เพียงแค่ 1 กิโลเมตร การทำท่าเรือน้ำลึกจะต้องถมทะเลถึง 900 ไร่ และอ่าวจะหายไปทันที และชาวบ้านก็ไร้ซึ่งที่ทำกิน” สมบูรณ์ ให้ภาพของผลกระทบ

สมบูรณ์ เสริมถึงการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ โดยฝากคำถามถึงรัฐบาลว่าเข้าใจในเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนมากน้อยแค่ไหน หรือเพียงแค่ให้เกิดการศึกษาผลกระทบเพื่อให้สังคมได้เห็นเท่านั้น แต่ไม่ได้จริงจังกับความต้องการที่แท้จริงของชาวบ้านในพื้นที่

“วันที่ 16 มี.ค.นี้จะมีเวทีรับฟังความเห็นค.1 ของท่าเรือน้ำลึกปากบารา ผมเห็นว่าเป็นเวทีที่ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะจะมีปัญหาตามมาแน่นอน เนื่องจากท่าทีของรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้จริงใจกับการรับฟัง และการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ รัฐบาลต้องการเพียงแค่ให้โครงการได้เกิดขึ้น โดยไม่สนใจกระบวนการมีส่วนร่วม” สมบูรณ์ ย้ำ

อย่างไรก็ตาม สมบูรณ์ ยอมรับว่า เราปฏิเสธเครือ่งมือหรือกลไกต่างๆ คงไม่ได้ ในมุมความคิดของสังคมก็ต้องตั้งคำถามตามมาว่า เมื่อมีการต้านแบบนี้ก็คงไม่มีการพัฒนาใช่มั้ย เราไม่ได้ปฏิเสธเรื่องคามมั่นคงด้านพลังงาน แต่เครือ่งมือการมีส่วนร่วมคือ EIA และ EHIA ทีต้องทำให้เกิดการยอมรับให้ได้ ส่ิงที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดถึงความเป็นกระบี่ และยอมรับว่าที่ผ่านมาการมีส่วนร่วมไม่ได้เรื่อง จึงให้ทำกระบวนการมีส่วนร่วมใหม่ ซึ่งก็เท่ากับการยอมรับจากผู้นำประเทศว่าที่ผ่านมากระบวนการนี้ไม่ได้เรื่องจริงๆ

"จริงๆ แล้วกระบวนการมีส่วนร่วมที่ไม่ได้เรื่องไม่ช่แค่จ.กระบี่ที่เดียว แต่เป็นทั้งประเทศ โจทย์คือเรากล้าปฏิรูปอย่างจริงจังหรือไม่ กล้าเอาความคิด เอาเรื่องมาตรฐานมาเป็นทางออกร่วมกัน เราไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนา แต่ต้องให้คนในพื้นทีร่วมคิดด้วย ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม และต้องศึกษาเพื่อให้เกิดการยอมรับร่วมกัน และเปิดพื้นที่ให้เสียงของประชานในพื้นที่ตั้งแต่ต้น และคนในพื้นที่ก็จะยอมรับ” สมบูรณ์ กล่าว 

สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย และอดีตผู้อำนวยการพัฒนาระบบและติดตามตรวจสอบ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) บอกว่า การที่ EIA มักสร้างความขัดแย้ง แสดงให้เห็นถึงข้อบกพร่องบางประการ โดยเมื่อโจทย์ของการศึกษาคือจะเอาหรือไม่เอาโครงการ ประชาชนในพื้นที่ซึ่งมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยจึงเกิดการทะเลาะกัน แต่ควรเปลี่ยนโจทย์ใหม่ว่าจะพัฒนาไปอย่างไร โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม

“ในต่างประเทศ EIA คือระบบป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากผลพวงของโครงการต่างๆ ถ้ามีผลกระทบรุนแรงก็ควรจะเกิดโครงการนั้นๆ นั่นคือความหมาย และถ้าประชาชนไม่เอาโครงการก็ไม่สามารถจะเกิดได้” สนธิ กล่าว

ขณะที่ ณัชปกร นามเมือง เจ้าหน้าที่ฝ่ายรณรงค์และสื่อสาร โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) กล่าวถึงการมีส่วนร่วมภาคประชาชนในแง่ของกฎหมาย โดยนับตั้งแต่ภายหลังเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อปี 2557 พบว่ามีกิจกรรมการแสดงออกจำนวน 137 กิจกรรมที่ถูกแทรกแซง ไม่ว่าจะเป็นการถูกปรับเปลี่ยนหรือถูกยกเลิก มีบุคคลที่ออกมาแสดงออกจำนวน 925 คนที่ถูกเรียกไปรายงานตัว ไม่ว่าจะโดยประกาศหรือในทางลับ และมีนักกิจกรรมจำนวน 590 คน ที่ถูกจับกุมคุมขังจากการชุมนุมโดยสงบ

“4 กฎหมายยอดฮิตที่ยุคนี้ต้องรู้จัก คือกฎหมายอัยการศึก ตามด้วยคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 3/2558 และฉบับที่ 13/2559 ซึ่งล้วนให้ผลเหมือนกันคือสามารถจับใครก็ได้ และสุดท้ายคือ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ อย่างไรก็ตามกรณีการควบคุมตัวแกนนำคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ซึ่งถูกอ้างว่าทำผิด พ.ร.บ.ชุมนุมฯ แต่คำสั่งดังกล่าวไม่ได้ให้อำนาจในการจับ จึงน่าจะเป็นการใช้กฎหมายมาตรา 44 และขณะสื่อสารกับสังคมให้ความผิดแบบหนึ่ง แต่จริงๆ แล้วก็ใช้อำนาจอีกแบบไปจับกุม”นายณัชปกร กล่าว

ณัชปกร ทิ้งท้ายว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนไม่ใช่เพียงการเปิดพื้นที่ให้พูดหรือให้ยื่นหนังสือ แต่หมายถึงการที่กลุ่มประชาชนจะสามารถแสดงให้เห็นถึงความต้องการร่วม ในการที่จะบรรลุถึงเป้าหมายหรือเพื่อให้เกิดอิทธิพลต่อรองอำนาจทางการเมือง เศรษฐกิจ การปรับปรุงสถานภาพทางสังคมในกลุ่มชุมชน

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69