
เป็นพระแท้พระดี ไม่หนีหมาย
โดย...สมผล ตระกูลรุ่งรัฐธรรมนูญบัญญัติความเท่าเทียมกันของบุคคลภายใต้กฎหมาย ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใครประกอบอาชีพใด เป็นนักบวชไม่ว่าศาสนาใด ล้วนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน กฎหมายที่ออกใช้บังคับกับบุคคลทั่วไปเหมือนกันนอกจากกฎหมายหลักกฎหมายทั่วไปของบ้านเมืองแล้ว บุคคลที่อยู่ในองค์กรใด ยังย่อมจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบขององค์กรนั้นๆ ด้วย ข้าราชการนอกจากอยู่ภายใต้กฎหมายเหมือนชาวบ้านทั่วไปแล้ว ยังต้องปฏิบัติในกรอบของทางราชการที่แม้ไม่ผิดกฎหมายแต่ผิดวินัยภิกษุสามเณรในพุทธศาสนาก็เช่นกัน นอกจากอยู่ภายใต้กฎหมายเหมือนเช่นบุคคลทั่วไปแล้ว ยังอยู่ภายใต้พระธรรมวินัยที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้บัญญัติด้วย เป็นการอยู่ภายใต้พระธรรมวินัยด้วยความสมัครใจ ในความเป็นจริงหากปฏิบัติอยู่ในกรอบของพระธรรมวินัยได้แล้ว ย่อมจะไม่ผิดกฎหมายอย่างแน่นอนเพราะธรรมวินัยละเอียดกว่ากฎหมาย แต่ต้องไม่ลืมว่า การเปลี่ยนเพศเป็นนักบวชนั้น ยังมีความเป็นคนอยู่ เป็นบุคคลที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมืองอยู่นั่นเองนักบวชไม่ว่าศาสนาใดจึงต้องอยู่ภายใต้กฎหมายโดยเฉพาะกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นกฎหมายที่บังคับใช้เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ฉะนั้น ไม่ว่าคนธรรม
โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง
รัฐธรรมนูญบัญญัติความเท่าเทียมกันของบุคคลภายใต้กฎหมาย ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใครประกอบอาชีพใด เป็นนักบวชไม่ว่าศาสนาใด ล้วนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน กฎหมายที่ออกใช้บังคับกับบุคคลทั่วไปเหมือนกัน
นอกจากกฎหมายหลักกฎหมายทั่วไปของบ้านเมืองแล้ว บุคคลที่อยู่ในองค์กรใด ยังย่อมจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบขององค์กรนั้นๆ ด้วย ข้าราชการนอกจากอยู่ภายใต้กฎหมายเหมือนชาวบ้านทั่วไปแล้ว ยังต้องปฏิบัติในกรอบของทางราชการที่แม้ไม่ผิดกฎหมายแต่ผิดวินัย
ภิกษุสามเณรในพุทธศาสนาก็เช่นกัน นอกจากอยู่ภายใต้กฎหมายเหมือนเช่นบุคคลทั่วไปแล้ว ยังอยู่ภายใต้พระธรรมวินัยที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้บัญญัติด้วย เป็นการอยู่ภายใต้พระธรรมวินัยด้วยความสมัครใจ ในความเป็นจริงหากปฏิบัติอยู่ในกรอบของพระธรรมวินัยได้แล้ว ย่อมจะไม่ผิดกฎหมายอย่างแน่นอนเพราะธรรมวินัยละเอียดกว่ากฎหมาย แต่ต้องไม่ลืมว่า การเปลี่ยนเพศเป็นนักบวชนั้น ยังมีความเป็นคนอยู่ เป็นบุคคลที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมืองอยู่นั่นเอง
นักบวชไม่ว่าศาสนาใดจึงต้องอยู่ภายใต้กฎหมายโดยเฉพาะกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นกฎหมายที่บังคับใช้เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ฉะนั้น ไม่ว่าคนธรรมดาหรือนักบวชเมื่อทำผิดกฎหมาย ละเมิดกฎหมายที่บัญญัติให้ต้องรับโทษ ก็จะต้องได้รับผลอย่างเดียวกัน
นักบวช นักการเมือง ข้าราชการ หรือประชาชน ถ้าไปลักทรัพย์ รับของโจร ย่อมมีความผิดพื้นฐานเหมือนกัน ต้องถูกจับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเหมือนกัน เครื่องแบบใดๆ รวมถึงผ้าเหลือง ก็ไม่อาจอยู่เหนือกฎหมายบ้านเมืองได้
ฉะนั้น เมื่อเป็นพระห่มผ้าเหลือง แม้จะได้รับความเคารพจากพุทธศาสนิกชน แต่ก็ไม่มีอภิสิทธิ์ที่จะอยู่เหนือกฎหมายได้ ถ้าไปทำความผิดที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับโทษ ก็จะต้องได้รับโทษเช่นเดียวกับคนทั่วไป ทั้งๆ ที่ควรจะได้รับโทษหนักกว่าคนทั่วไปด้วย จะอ้างว่าห่มผ้าเหลืองแล้วไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองจับ อย่างนี้จึงยอมไม่ได้ หรือจะอ้างว่าป่วยขาเน่า ก็ไม่ได้
ในอดีตที่ผ่านมามีคดีพระถูกดำเนินคดีในฐานทำผิดกฎหมายหลายคดี แต่ที่ผ่านมาไม่มีใครที่จะดื้อตาใสเท่ากับ ไชยบูลย์ หรือธัมมชโย ส่วนใหญ่แม้ไม่ยอมรับแต่ก็ไม่ถึงขนาดต่อต้านตั้งรัฐอิสระ เอามวลชนมาปกป้องกดดัน แบบธรรมเก๊จานบินที่ทำอยู่ในเวลานี้ เจ้าหน้าที่รัฐที่มีหน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมายให้เท่าเทียมกัน ไม่อาจละเว้นเพราะความเป็นพระ
ไชยบูลย์ หรือธัมมชโย จึงย่อมต้องอยู่ใต้กฎหมายเดียวกัน เมื่อถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เมื่อมั่นใจว่าตัวเองบริสุทธิ์ ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะต้องหลบซ่อนอ้างโน่นอ้างนี่ แล้วยังขี้ขลาดตาขาวให้สาวกออกมารับเผชิญหน้ากับกฎหมายแทน ให้บริวารผ้าเหลืองที่หว่านเงินซื้อไว้เข้ามาปกป้อง
พระที่เป็นพระแท้ เป็นพระที่ดี ท่านยอมรับกติกาของบ้านเมือง ไม่ว่าจะทำผิดกฎหมายจริงหรือไม่ ท่านก็กล้าที่จะสู้กับความจริง ยิ่งไม่ได้ทำผิดยิ่งต้องกล้า ดังเช่น สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์เป็นพระพิมลธรรม เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ท่าพระจันทร์ ท่านได้ถูกกล่าวหาทั้งจากพระด้วยกันและเจ้าหน้าที่บ้านเมืองว่าทำผิดร้ายแรง
พระพิมลธรรม เป็นชาวขอนแก่น บวชตั้งแต่เป็นเณรอายุ 14 ปี ครองเพศบรรพชิตตลอดชีวิต ท่านเป็นพระที่ดีมีผลงานทั้งด้านปริยัติและปฏิบัติ ได้เปิดโรงเรียนมหาธาตุวิทยาลัย สอนภาษาบาลีและสันสกฤตให้ประชาชนทั่วไป เพื่อให้ใกล้ชิดกับสงฆ์ เมื่อได้ผลดีจึงได้เสนอรัฐบาลขอตั้งมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกขึ้น คือ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตั้งสำนักวิปัสสนากรรมฐานขึ้นในวัดมหาธาตุ เป็นผู้นำการปฏิบัติยุบหนอพองหนอจากพม่า เข้ามาเผยแผ่จนเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายถึงทุกวันนี้ เป็นที่อิจฉาของพระด้วยกันเอง จนถูกใส่ร้ายว่า เสพเมถุนทางเวจมรรคกับลูกศิษย์ ต้องศีลวิบัติ ขาดจากความเป็นพระภิกษุ แต่ท่านได้ต่อสู้คดีทางสงฆ์จนพ้นมลทิน
ต่อมาเมื่อ 20 เม.ย. 2504 ยุคที่อเมริกาปลุกผีคอมมิวนิสต์ ท่านถูกล้อมจับที่กุฏิในวัดมหาธาตุ ด้วยข้อหากระทำความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ กระทำการอันเป็นคอมมิวนิสต์
ท่านถูกคุมขังอยู่ที่สันติบาล และถูกพระฝ่ายปกครองสั่งให้สึกจากความเป็นพระ ท่านเขียนบันทึกถึงเจ้าคณะว่า
“ตามหนังสือของกระผมถึงเจ้าคุณ ฉบับที่ ๑ เรื่องขอความกรุณาและขอความเป็นธรรมให้กระผมได้อยู่ต่อสู้คดีในสมณเพศจนถึงที่สุดเสียก่อน ดังมีความพิสดารแจ้งอยู่แล้วนั้น กระผมขอเรียนด้วยความเคารพว่า ท่านเจ้าคุณก็ดี หรือพระเถระชั้นผู้ใหญ่ขึ้นไปก็ดี ไม่เมตตากรุณาให้ความเป็นธรรมแก่กระผมตามที่ได้ขอความกรุณาแล้ว กระผมก็จะขอความกรุณาอีก คือไม่ยอมสึกตามข้อบังคับอันไม่ชอบด้วยพระธรรมวินัยและกฎหมายนั้น จะขอยอมเอาชีวิตบูชาพระรัตนตรัยตลอดไปจนถึงที่สุด ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดลุอำนาจเข้าแย่งผ้ากาสาวพัสตร์ออกจากร่างกายของกระผมแล้วไซร้ กระผมจะถือว่าท่านผู้นั้นแย่งชิงโดยผิดศีลธรรม และกระผมจะยังปฏิญาณตนเป็นพระภิกษุในศาสนาอยู่ตลอดไป ถึงแม้จะมีผู้มีใจทารุณโหดร้ายมาแย่งชิงผ้ากาสาวพัสตร์ของกระผมไป กระผมก็จะนุ่งผ้ากาสาวพัสตร์ชุดอื่นแทน ซึ่งกระผมมีสิทธิตามพระธรรมวินัยและกฎหมาย จึงขอให้ท่านเจ้าคุณผู้รู้เห็นอยู่ ณ ที่นี้ โปรดทราบและเป็นสักขีพยานให้กระผมตามคำปฏิญาณนี้ด้วย”
ตามประวัติเล่าว่า นั่งขัดสมาธิบนเก้าอี้หลับตา มือนับลูกประคำ ไม่รับรู้ต่อการกระทำของผู้มีอำนาจใดๆ พระธรรมคุณาภรณ์ผู้ได้รับคำสั่งมาจากสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เดินเข้าไปยกมือไว้ และพระธรรมมหาวีรานุวัตร สังฆมนตรี วัดไตรมิตร เข้าไปกราบที่ตัก แล้วช่วยกันเปลื้องจีวรออกจากร่างพระพิมลธรรม ซึ่งยังนั่งสำรวมจิตอย่างสงบต่อไป
ท่านถูกคุมขังในระหว่างต่อสู้คดี โดยท่านปฏิบัติตนอยู่ภายใต้พระธรรมวินัยเหมือนพระปกติ มิได้ล่วงสิขาบทใดๆ จนพ้นมลทิน
ขณะที่ พระพิมลธรรม ถูกจับ ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ มีพระลูกวัดหลายร้อยรูป ชาวบ้านที่ศรัทธาก็มาก แต่ท่านไม่เคยอ้างขาเน่า ไม่ยอมให้ใครมานั่งสวดมนต์ขัดขวางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ภายใต้กฎหมายบ้านเมือง เพราะท่านเป็นพระแท้พระจริง
ไชยบูลย์ หรือธัมมชโย คงเคยได้ยินเรื่องของพระพิมลธรรมมาบ้าง แต่ไชยบูลย์ไม่มีความเป็นบุคคลที่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย จึงได้เข้าใจเอาเองว่า ไม่ต้องทำตามกฎหมาย สภาพของไชยบูลย์วันนี้ จึงไม่ต่างไปจากสัตว์เดรัจฉานตัวหนึ่งเท่านั้น







