posttoday
พลังงานติดหล่มมวลชน ถ่านหินยังไม่ล้มแต่เกิดยาก

พลังงานติดหล่มมวลชน ถ่านหินยังไม่ล้มแต่เกิดยาก

06 มีนาคม 2560

โดย...ดวงนภา ประเสริฐพงษหลังสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) มีหนังสือลงวันที่ 27 ก.พ. ส่งตรงไปยังการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นลายลักษณ์อักษรระบุชัดให้มีการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ หรือ EHIA กันใหม่ ของโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ (ส่วนขยายครั้งที่ 1) โดยอ้างคำสั่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ให้ไปศึกษาและทำความเข้าใจใหม่ พร้อมกับทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ใหม่ โดยเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทั้งนี้ หนังสือดังกล่าวถือเป็นคำตอบที่ชัดเจนในระดับหนึ่งต่ออนาคตของโรงไฟฟ้ากระบี่ จะต้องเลื่อนจากแผนเดิมที่ได้วางไว้ เนื่องจากก่อนหน้านี้มติ ครม.ที่ออกมายังมีความคลุมเครือต่อการดำเนินการ จนนำไปสู่การตีความว่าจะเซตซีโร่โรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือให้ไปทบทวนปรับปรุง EHIA ที่ทำมาแล้ว โดยนำผลการศึกษาของคณะกรรมการไตรภาคีไปพิจ

โดย...ดวงนภา ประเสริฐพงษ

หลังสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) มีหนังสือลงวันที่ 27 ก.พ. ส่งตรงไปยังการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นลายลักษณ์อักษรระบุชัดให้มีการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ หรือ EHIA กันใหม่ ของโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ (ส่วนขยายครั้งที่ 1) โดยอ้างคำสั่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ให้ไปศึกษาและทำความเข้าใจใหม่ พร้อมกับทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ใหม่ โดยเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

ทั้งนี้ หนังสือดังกล่าวถือเป็น

คำตอบที่ชัดเจนในระดับหนึ่งต่ออนาคตของโรงไฟฟ้ากระบี่ จะต้องเลื่อนจากแผนเดิมที่ได้วางไว้ เนื่องจากก่อนหน้านี้มติ ครม.ที่ออกมายังมีความคลุมเครือต่อการดำเนินการ จนนำไปสู่การตีความว่าจะเซตซีโร่โรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือให้ไปทบทวนปรับปรุง EHIA ที่ทำมาแล้ว โดยนำผลการศึกษาของคณะกรรมการไตรภาคีไปพิจารณาด้วย เนื่องจากมีความแตกต่างกันของกระบวนการและระยะเวลา

การตัดสินใจของรัฐบาลให้จัดทำ EHIA ของโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ เป็นเพียงการลดแรงเสียดทานกระแสต่อต้านที่คุกรุ่นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเกรงว่าจะทำให้เสถียรภาพรัฐบาลสั่นคลอน และกลายเป็นปัญหาสะสมในระยะยาว แม้ว่าที่จริงแล้วรัฐบาลภายใต้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเข้ามาบริหารประเทศด้วยวิธีพิเศษ สามารถสั่งการในเรื่องใดๆ ก็ได้ ถ้าเห็นว่ามีความเหมาะสม

แต่สำหรับเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้ว ท่าทีรัฐบาลยังมีความกังวลต่อกระแสมวลชนที่ออกมาต่อต้าน โดยก่อนหน้านี้ได้ตั้งคณะกรรมการไตรภาคีขึ้นมา 1 ชุด ระดมจากทุกภาคส่วน เพื่อศึกษาข้อดีข้อเสีย เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจจะเดินหน้าต่อหรือยกเลิก และเมื่อได้ข้อสรุปออกมาจนถึงล่าสุดกลับให้มีการจัดทำ EHIA กันใหม่

งานนี้หลายฝ่ายมองว่ารัฐบาลเสียรังวัดในการบริหารนโยบายพลังงาน ซึ่งคงไม่ได้หมายความว่ามีใครแพ้ใครชนะ เพียงแต่อาการลังเลของภาครัฐก็ทำให้หลายฝ่ายมองไปถึงการขาดหลักการที่ดี

หากมองย้อนกลับไปครั้งนี้คงไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่เป็นแทบทุกครั้งที่ประเทศไทยมีแนวคิดจะสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นห่วงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากภาวะแวดล้อมของชุมชน ซึ่งทุกฝ่ายย่อมเคารพในความคิดและข้อกังวลเหล่านี้ แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นทุกฝ่ายต้องนำข้อเท็จจริงมาหารือร่วมกันโดยไม่มีประเด็นอื่นแอบแฝง

กรณีของโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ รวมไปถึงโรงไฟฟ้าเทพา จ.สงขลา ที่มี กฟผ.เป็นผู้รับนโยบายในการจัดสร้างตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2558-2579 (พีดีพี 2015) มีเป้าหมายเพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าของ 14 จังหวัดภาคใต้ ที่คาดการณ์กันว่าจะมีการเติบโตขึ้นทุกปีเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 4-5% เนื่องจากกำลังการผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ โดยปัจจุบันภาคใต้มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีก) อยู่ที่ 2,713 เมกะวัตต์

ขณะที่ปริมาณกำลังผลิตไฟฟ้าภาคใต้ที่จัดสรรไว้ที่ 3,089.5 เมกะวัตต์ โดยแยกเป็นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 342.5 เมกะวัตต์ อีก 2,747 เมกะวัตต์ เป็นไฟฟ้าถูกส่งมาจากส่วนกลาง 500-600 เมกะวัตต์ ดังนั้นไฟฟ้าที่ผลิตได้เองเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้จะเหลือประมาณ 2,200 เมกะวัตต์ ส่วนต่างกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เกิดขึ้น จึงทำให้เกิดความเสี่ยงและจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าแห่งใหม่มารองรับ

อย่างไรก็ตาม แม้เบื้องต้นรัฐบาลเลือกที่จะให้จัดทำ EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 1-2 ปี ก็ถือเป็นความท้าทายของ กฟผ.ในฐานะผู้ปฏิบัติ เพราะมีหน้าที่โดยตรงในการดูแลความมั่นคงด้านพลังงาน ดังนั้นปฏิเสธไม่ได้ที่ต้องเตรียมแผนสำรองในการบริหารเชื้อเพลิงของประเทศให้เกิดความสมดุล

เหตุผลหนึ่งที่จำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าถ่านหินก็เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นไปตามแผนพีดีพีของประเทศ จากปัจจุบันสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติสูงสุด 60% มีแผนที่จะลดลงเกลี่ยไปใช้เชื้อเพลิงอื่นๆ ซึ่งหนึ่งในเชื้อเพลิงทางเลือกก็คือถ่านหิน ล่าสุดนายกรัฐมนตรีมีแนวคิดที่จะให้เพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนขึ้นมาเป็น 40% จากแผนพีดีพี สอดคล้องกับความต้องการของภาคประชาชนที่คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน

ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า จะต้องมีการหารือในระดับผู้บริหารกระทรวงพลังงาน เพราะต้องศึกษาก่อนว่าจะปรับทิศทางการส่งเสริมพลังงานทดแทนไปในแนวทางใด และเน้นส่งเสริมพลังงานทดแทนชนิดใดในสัดส่วนเท่าใด ซึ่งพลังงานทดแทนแต่ละประเภทก็ยังมีข้อจำกัดในด้านความไม่แน่นอนในการจ่ายไฟฟ้า ซึ่งจะทำให้เกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคงได้

ด้านความล่าช้าของโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ที่เกิดขึ้น หากต้องทำ EHIA คงไม่เป็นไร มาช้าดีกว่าไม่มาเลย เพราะเท่าที่เคยประเมินกันไว้ อาจจะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ในปี 2567 ซึ่งขณะนี้รัฐบาลก็ไม่ได้ยุติโครงการ เพียงแต่ต้องการให้กลับไปรับฟังความคิดเห็นอีกครั้ง เพราะหากจะพึ่งพาพลังงานทดแทนก็คงทำได้ไม่เต็มที่นัก เพราะยังไม่เสถียรพอในเรื่องของการจ่ายไฟฟ้า ประกอบกับมีต้นทุนสูงกว่าถ่านหิน โดยโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนหากใช้น้ำมันปาล์มดิบมีต้นทุนอยู่ที่ 8.42 บาท/หน่วย น้ำมันเตา 3.78 บาท/หน่วย ก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ต้นทุน 3.46 บาท/หน่วย และถ่านหินมีต้นทุน 2.47 บาท/หน่วย

ขณะที่ กรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการ กฟผ. ระบุว่า แม้จะเริ่มทำ EHIA ใหม่ แต่ในส่วนของการเปิดประมูลงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าไม่ได้มีภาระผูกมัดกับเอกชนที่ผ่านการคัดเลือกตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว แต่ขณะนี้เชื่อว่าเอกชนผู้รับสัมปทานเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ต้องจับตาว่าหลังจากนี้การขับเคลื่อนนโยบายถ่านหินของภาครัฐจะมีทิศทางใด เพราะเชื่อว่าท้ายสุดแล้ว แม้จะมีการจัดทำ EHIA ขึ้นมาใหม่ ซึ่งน่าจะเสร็จในช่วงรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ แต่กระแสต่อต้านจากมวลชนยังไม่จางหายแน่นอน ความท้าทายคือหากไม่มีถ่านหินจริงๆ แล้วจะสร้างโรงไฟฟ้าชนิดใดและที่ไหนในภาคใต้ อนาคตประชาชนทั้งประเทศต้องร่วมรับผิดชอบต่อราคาต้นทุนค่าไฟฟ้าที่จะสูงขึ้นหรือไม่

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน