
"บิ๊กฉัตร"เผย "ในหลวง ร.10" ห่วงแล้ง
กระทรวงเกษตรฯเปิด“ยุทธการฝนหลวงสู้ภัยแล้ง” ปี’60 เป็นทางการ เติมน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ เผย "ในหลวง ร.10" ห่วงแล้ง สั่งหน่วยราชการดูแลให้ดี
กระทรวงเกษตรฯเปิด“ยุทธการฝนหลวงสู้ภัยแล้ง” ปี’60 เป็นทางการ เติมน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ เผย "ในหลวง ร.10" ห่วงแล้ง สั่งหน่วยราชการดูแลให้ดี
วันที่ 3 มี.ค.พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้งประจำปี 2560 ณ สนามบินนครสวรรค์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ท่านทรงคิดค้น “ตำราฝนหลวงพระราชทานทำให้ที่ผ่านมากรมฝนฯได้ขึ้นปฎิบัติการฝนหลวงเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำสำคัญๆจนผ่านพ้นวิกฤติในช่วง58-59มาได้
ทั้งนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่ รัชกาลที่ 10ทรงรับสั่งผ่านนายกรัฐมนตรี ทรงเป็นห่วงราษฎร์ ในช่วงฤดูแล้ง ให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องดูแลราษฎร์ให้ดี ดังนั้นในปี2560 กรมฝนหลวงและการบินกษตร จึงมีแผนปฏิบัติการเพื่อเติมน้ำในเขื่อนที่มีปริมาณน้ำน้อย การเพิ่มความชื้นในอากาศ การลดหมอกควัน การสลายลูกเห็บ ซึ่งจะปฏิบัติการไปตลอดเวลา8เดือนตั้งแต่เดือนมี.ค.2560เป็นต้นไป
นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่าในปี2560มีแผนที่จะปฏิบัติการประมาณ5,000-6,000เที่ยวบิน โดยเตรียมสารฝนหลวงประมาณ1หมื่นตัน ซึ่งในใน2 - 3 ปี ที่ผ่านมา มีความแห้งแล้งมาก มีการขึ้นปฏิบัติการฝนหลวง 4,000 - 5,000 เที่ยวบิน เช่น ปี 2559 ในช่วง ก.พ. - ต.ค. 59 ได้ปฏิบัติการฝนหลวง รวม 4,347 เที่ยวบิน ได้เพิ่มน้ำต้นทุนในเขื่อนต่างๆ รวม 5,674 ล้านลูกบาศก์ ( ลบ.ม. )จากน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนรวม 29,761 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 19.07 %
เบื้องต้นพื้นที่ปฏิบัติการจะเน้นในภาคเหนือทีี่ช่วงเดือนมี.ค.จะมีปัญหาเรื่องหมอกควันและการเติมน้ำในเขื่อนภูมิพล โดยในเรื่องปัญหาหมอกควัน กรมจะเริ่มทดลองการวิจัยปีแรกที่จะโปรยน้ำแข็งแห้งเพื่อเปิดเฆมให้เป็นช่องเพื่อนำเอาฝุ่นละอองหมอกควันในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอนกระจายออกไปเนื่องจากอากาศกดไว้ทำให้ค่าฝุ่นละอองสูงกว่า150ไมโครกรัม
สำหรับการวิเคราะห์พื้นที่ปฏิบัติการในปี 2560 แบ่ง คือ 1. พื้นที่ที่มีความแห้งแล้ง ซึ่งได้หารือกับส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยพิจารณาจากทั้งน้ำอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศน์ พื้นที่การเกษตร โดยพื้นที่ในเขตชลประทานจะเน้นให้มีปริมาณน้ำต้นทุนเพียงพอ
ส่วนแผนการปฏิบัติ ปี 2560 แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วง มี.ค. - พ.ค. 60 เน้นปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือบรรเทาหมอกควัน และ ไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ การเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่เกษตรกรรมที่ประสบภัยแล้ง หรือ คาดว่าจะประสบภัยแล้ง และการเติมน้ำในเขื่อนที่มีปริมาณต้นทุน โดยเฉพาะที่มีน้ำต้นทุนน้อย เช่น เขื่อนลำตระคอง เขื่อนลำพระเพลิง เป็นต้น ส่วนในช่วง มิ.ย. - ต.ค. 60 เน้นที่การเติมน้ำต้นทุนในเขื่อนที่มีน้ำน้อย และ พื้นที่การเกษตรที่ฝนทิ้งช่วง โดยมีหน่วยปฏิบัติการ รวม 9 หน่วยปฏิบัติการ ได้แก่ ภาคเหนือ 2 หน่วยปฏิบัติการ คือ เชียงใหม่ และ พิษณุโลก ภาคอีสาน 2 หน่วยปฏิบัติการ คือ บุรีรัมย์ และ อุดรธานี ภาคกลาง 2 หน่วยปฏิบัติการ คือ นครสวรรค์ และ ลพบุรี ภาคตะวันออก 1 หน่วยปฏิบัติการ คือ จันทบุรี และภาคใต้ 2 หน่วยปฏิบัติการ คือ สงขลา และ ประจวบคิรีขันธ์







