posttoday
กำนันควรมาจากการเลือกของราษฎรโดยตรง

กำนันควรมาจากการเลือกของราษฎรโดยตรง

01 มีนาคม 2560

โดย...รศ.ดร.วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ

โดย...รศ.ดร.วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ

การเข้าสู่ตำแหน่งกำนันและวาระการดำรงตำแหน่งอาจมีการทบทวน กล่าวคือ ปัจจุบันผู้ใหญ่บ้านมาจากการเลือกโดยตรงจากราษฎรในหมู่บ้านและกำนันมาจากการเลือกกันเองของผู้ใหญ่บ้านที่มีอยู่ในตำบลนั้นๆ

สมมติว่าตำบลนั้นมี 10 หมู่บ้าน ก็ให้ผู้ใหญ่บ้านทั้ง 10 หมู่บ้าน ไปประชุมผู้ช่วยตกลงเลือกกันเองให้ได้มาซึ่งกำนันในฐานะผู้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และหัวหน้าราษฎรในตำบลและเป็นนายอำเภอจึงขอนำมาพินิจการเมือง ดังนี้

1.กำนันมักถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้มีอิทธิพล กฎหมายในขณะนี้ให้ดำรงอยู่ถึงอายุตามพื้นฐานเดิมของการเป็นผู้ใหญ่บ้านถึง 60 ปี หากได้รับเลือกกันเองกับผู้ใหญ่บ้านในตำบลเดียวกันครั้งเดียวก็อยู่ยาวถึง 60 ปี ทำงานให้กับราษฎรได้อีกนาน หากแต่การผูกพันกับลูกบ้านหรือราษฎรในตำบล อาจไม่ทั่วถึงเพราะอาจไม่ได้รับการยอมรับจากหมู่บ้านอื่นๆ

กำนันจึงเป็นเหมือนการได้มาจากการเลือกทางอ้อม ซึ่งมีข้อดีคือ ประหยัดเวลาของการเลือกโดยตรงและประหยัดงบประมาณในการจัดการเลือก เพราะไม่ต้องรบกวนลูกบ้าน ข้อเสียคือ ลูกบ้านไม่ได้เลือกโดยตรงไม่มีความผูกพันและนำสู่การไม่ยอมรับ จึงเป็นปัญหาว่าจะใช้การเมืองทางตรงหรือการเลือกทางอ้อม

2.ลูกบ้านยุคดิจิทัล สะท้อนถึงการเข้าถึงกำนันและต้องการความผูกพันในฐานะผู้นำของตำบลให้เกิดความรู้สึกเป็นคนของตนเอง และใช้งานได้พึ่งได้ อำนวยการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขได้อย่างสนิทใจ เพราะลูกบ้านเลือกสนับสนุน การทำงานต้องรับผิดชอบลูกบ้านทั้งตำบล จึงอยากเห็นการเลือกโดยตรง ที่สำคัญคือ เป็นการประเมินผลการปฏิบัติงานที่ชัดเจน หากมีการเลือกโดยตรงวาระทุก 5 ปี เพื่อให้เกิดการทบทวนและเปิดโอกาสให้ไม่มีการผูกขาดไปถึงอายุ 60 ปี แต่ให้มีการแข่งขันกับผู้ใหญ่บ้านอื่นๆ อย่างโปร่งใส

3.การเลือกโดยตรงทุก 5 ปี จะเป็นการเมืองน้ำเน่าหรือไม่ จะปรากฏภาพลักษณ์ที่คุ้นเคยของการซื้อขายเสียงหรือไม่ ก็เป็นข้อโต้แย้งว่า เป็นไปได้เช่นกันกับสังคมไทยที่ยังเป็นแบบนี้ อุปถัมภ์-ค้ำจุน แข่งขันกันแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน อาจนำมาสู่ความขัดแย้งในตำบลมากขึ้น ดังนั้นจึงเป็นข้อสนับสนุนอย่างหนักแน่นว่าควรหลุดพ้นจากหายนะนี้สู่การใช้แบบการเลือกทางอ้อมโดยผู้ใหญ่บ้านเลือกกันเองเท่านั้น

4.แล้วแบบไหนจะดีกว่ากันของการได้ตำแหน่งกำนันมาทำหน้าที่ผู้นำตำบลกอปรกับหลักการตรวจสอบการใช้อำนาจ และหลักการกระจายอำนาจ รวมถึงหลักการการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นที่เรียกร้องและเบิกบานเหลือเกิน การก้าวสู่ประเทศไทย 4.0 หรือการปฏิรูปประเทศไทยคงหนีพื้นฐานของเรื่องข้างต้นนี้ไม่พ้น การเลือกแบบโดยตรงจากราษฎร เพื่อให้ได้กำนันในตำบลนั้นๆ จึงเป็นแนวทางที่ถูกนำมาเสนอในการปฏิรูปประเทศ และควรมีวาระเลือกทุก 5 ปี

5.กำนันต้องแสวงหาความร่วมมือจากลูกบ้าน จึงต้องเป็นที่ยอมรับในเชิงประจักษ์ที่เป็นไปตามครรลองของผู้นำแบบประชาธิปไตยที่ต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรง ย่อมส่งผลต่อความรับผิดชอบระหว่างกำนันกับลูกบ้านมากขึ้น การพัฒนาหมู่บ้านและตำบลจะเปลี่ยนโฉมไปที่กำนันจะประสานความร่วมมือได้ดีกว่ากำนันแบบเดิม เพราะมีความชอบธรรมจากการปฏิบัติหน้าที่มากขึ้นที่ต้องเป็นคนของทุกคนในตำบลมีลูกบ้านเป็นกำแพงรองรับที่มั่นคง มีศักดิ์ศรีที่ไม่ด้อยกว่าผู้นำจากท้องถิ่นอื่นๆ อาทิ อปป. เทศบาล และ อบจ. และกำนันจะมีการยอมรับในบทบาทมากขึ้นที่ต้องเข้าไปจัดทำแผนพัฒนาต่างๆ ได้ดีขึ้น ก็เพราะมีลูกบ้านเป็นกำลังสำคัญของตำบลที่แสดงออกมาจากการเลือกโดยตรง ที่ถือว่าเป็น “ผู้แทนของตำบล” เป็นของราษฎรอย่างแท้จริง

สรุป ข้อดีของการให้ผู้ดำรงตำแหน่งกำนันมาจากการเลือกโดยตรงของประชาชน กำนันที่มาจากการเลือกของประชาชนจะทำให้ได้รับการยอมรับและได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของกำนันมีความยึดโยงกับประชาชนและยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ เป็นการส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองให้ประชาชนมีส่วนร่วมและรับผิดชอบต่อการอยู่ร่วมกัน เป็นการกระจายอำนาจให้แก่ประชาชน และเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่มากยิ่งขึ้น ในกรณีที่การปฏิบัติหน้าที่ของกำนันไม่มีประสิทธิภาพ หรือไม่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ ประชาชนมีโอกาสที่จะเปลี่ยนบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งกำนันได้ในระยะเวลาที่ไม่นานเกินไป (5 ปี)

กำนันจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกระตือรือร้น และมุ่งผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ เนื่องจากประชาชนเป็นฐานที่มาของการเข้าสู่ตำแหน่ง เปิดโอกาสให้บุคคลในพื้นที่ที่มีความรู้ความสามารถได้เข้ามาทำหน้าที่ แก้ไขปัญหาการสั่งสมอิทธิพลของกำนัน แก้ไขปัญหาการซื้อขายเสียงและแลกผลประโยชน์เพื่อเข้าสู่ตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ข้อเสีย คือ อาจขาดความต่อเนื่องในการดำเนินงานตามนโยบาย และการทำงานไม่มีการสั่งสมประสบการณ์ต้องใช้งบประมาณ เนื่องจากจะต้องมีการจัดให้มีการเลือกทุก 5 ปี

นอกจากนี้ มีข้อสังเกตที่พึงระวัง คือ วาระการดำรงตำแหน่งของกำนันจนครบกำหนดเวลาเกษียณอายุราชการ 60 ปี หรือจะมีวาระการเลือกทุก 5 ปีก็ตาม วงจรอุบาทว์ของการเมืองน้ำเน่าจะทำให้เกิดการแข่งขันและการซื้อเสียงอย่างรุนแรง โดยมีการซื้อเสียงด้วยจำนวนเงินที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องเลือกแบบเดิมที่อยู่ยาวถึง 60 ปี

เนื่องจากการคำนึงถึงความคุ้มค่าของค่าตอบแทนและผลประโยชน์ที่จะได้รับจากวาระการดำรงตำแหน่งในระยะเวลาที่ยาวนาน นำไปสู่การเลือกที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม เป็นการทำลายรากฐานของระบบการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย ทำให้เกิดการผูกขาดการดำรงตำแหน่ง และเกิดการสั่งสมอิทธิพลในพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของกำนัน มีการละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือขาดความซื่อสัตย์สุจริต หรือมีพฤติกรรมต่างๆ ที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากไม่ต้องคำนึงถึงคะแนนเสียงที่จะได้รับจากประชาชน ทำให้ประชาชนต้องทนกับสภาพการณ์ดังกล่าว และไม่มีโอกาสในการเปลี่ยนบุคคลที่ดำรงตำแหน่งกำนัน

ดังนั้น การเลือกโดยตรงจากราษฎรก็อาจเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นเพียงข้อเสนอบางส่วนที่ตกผลึกจากการประชุมของกรรมาธิการ สปท.ด้านการเมือง ยังต้องนำไปนำเสนอต่อที่ประชุม สปท.ต่อไป ครับท่านราษฎรผู้เป็นเจ้าของกำนันและผู้ใหญ่บ้าน

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก