
มติวิปรัฐคว่ำร่างกฎหมายสตง.
วิปรัฐบาล มีมติคว่ำร่างพ.ร.บ. สตง. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 9 ก.ย.นี้ เหตุให้อำนาจสตง.มากเกินไป
วิปรัฐบาล มีมติคว่ำร่างพ.ร.บ. สตง. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 9 ก.ย.นี้ เหตุให้อำนาจสตง.มากเกินไป
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก รองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล( วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 9 ก.ย.นี้ ทางวิปรัฐบาลมีมติคว่ำร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ... ตามที่วุฒิสภา มีมติให้ร่างฯดังกล่าวตกไปในชั้นวุฒิสภา เพราะเสียงลงมติให้ความเห็นชอบไม่ถึงกึ่งหนึ่งคือ 75เสียงขึ้นไป เพราะวุฒิสภา ลงมติแค่ 70 เสียง เท่านั้น
ทั้งนี้ วิปรัฐบาลมีมติว่า สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)เสนอร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เข้ามาใหม่ ป็นการให้อำนาจแก่ สตง.มากเกินไป เพราะสามารถไต่สวน สรุปสำนวนเอง และหากสำนักงานอัยการสูงสุดไม่เห็นชอบก็มีอำนาจฟ้องศาลได้โดยตรงและยังให้ อำนาจในการลงโทษแก่ข้าราชการมากเกินไป โดยที่ สตง.ตรวจสอบแล้วหากพบว่า ข้าราชการมีความผิด ผู้บังคับบัญชาของข้าราชการไม่มีสิทธิ์ตรวจสอบข้าราชการในสังกัดว่าทำผิด จริงหรือไม่
"ยืนยันว่าการคว่ำร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ จะไม่กระทบต่อการสรรหาผู้ว่าฯ สตง.คนใหม่ เพราะคณะกรรมการกฤษฎีกาได้วินิจฉัยไว้แล้ว ว่าสามารถดำเนินการสรรหาผู้ว่าฯ สตง.ได้เลย โดยไม่ต้องรอ ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้"นพ.วรงค์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า สาเหตุที่ คว่ำ ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ เพราะกลัวอำนาจในการตรวจสอบนักการเมืองใช่หรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ใช่เพราะสาเหตุที่คว่ำร่างฯเพราะการออกกฎหมายดังกล่าวมันขัดกันเองกับ สาระสำคัญ สตง. ซึ่งมีอำนาจเพียงแค่ตรวจสอบเรื่องเงิน เรื่องการคลัง แต่ไม่มีอำนาจในการมาลงโทษทางวินัย และทางอาญา จึงเป็นการทำงานที่เกินขอบเขต และหากผ่านร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ออกไป อาจทำให้หมิ่นเหม่และนำไปสู่การร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญอีกด้วย ทำให้เสียเวลา







