
สว.ถล่มงบ54เอื้อทหาร-พรรคร่วม
ส.ว. อภิปรายซัดรัฐบาลจัดสรรงบประมาณ2554 เอาใจทหาร –พรรคร่วม-เตรียมเลือกตั้ง เตือนนายกฯ ระวังกฎเหล็ก9ข้อเป็นสนิม
ส.ว. อภิปรายซัดรัฐบาลจัดสรรงบประมาณ2554 เอาใจทหาร –พรรคร่วม-เตรียมเลือกตั้ง เตือนนายกฯ ระวังกฎเหล็ก9ข้อเป็นสนิม
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 ที่ได้รับจัดสรรจำนวน 2.07 ล้านล้านบาท ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว โดยวุฒิสภาต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบภายใน 20 วัน นับแต่วันที่ 25 ส.ค. ตามรัฐธรรมนูญ 50 มาตรา 168 วรรคสามซึ่งจะครบกำหนดการพิจารณาในวันที่ 13 ก.ย.
นายประสพสุข แจ้งว่า เนื่องจากมีส.ว.จะอภิปรายจำนวนมากจึงกำหนดวันประชุม 2 วันคือ วันที่ 6 ก.ย. เวลา 10.00 น.-22.00 น. และวันที่ 7 ก.ย. เวลา 13.00 น.-22.00 น. โดยจะมีการถ่ายทอดสดการประชุมทางสถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาและสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีช่อง 11
เบื้องต้นมีส.ว.ลงชื่ออภิปรายประมาณ 80 คน คนละ 15 นาที โดยที่ประชุมได้มีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่เห็นว่าอยากให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องการรั่วไหลของงบประมาณอย่างเข้มงวด ให้เป็นไปตามกฎ 9 ข้อที่นายกฯเคยประกาศไว้ เพราะขณะนี้หลายโครงการที่ส่อว่ามีการทุจริตแต่รัฐบาลไม่สามารถจัดการได้ รวมถึงท้วงติงว่าการจัดสรรงบประมาณปีนี้ยังไม่มีการกระจายความมั่นคงให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย และต้องมีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นอย่างจริงจัง
ซัดรัฐจัดงบเอาใจกองทัพ
นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธุ์ ส.ว.ขอนแก่น กล่าวว่า ปัญหาการโกงกินในรัฐบาลชุดนี้ สัมผัสได้และน่าเกลียด คนที่ทำกำลังได้ใจ เพราะมีนายกรัฐมนตรีที่ใสสะอาดคอยคุ้มครองสิ่งที่เน่าเหม็นอยู่ แต่ตนเองก็เห็นใจ เพราะนายกฯต้องมีพรรคร่วมรัฐบาลเป็นนั่งร้านคอยค้ำให้อยู่ในตำแหน่งได้
นอกจากนี้ หากพิจารณาผ่านการจัดสรรงบปีนี้พบว่า กระทรวงกลาโหมได้รับ 1.68 แสนล้านบาท ถือว่ามากเป็นอันดับต้น เหมือนเอาใจกองทัพที่คอยช่วยเหลือในช่วงการชุมนุมที่ผ่านมา ส่วนกระทรวงมหาดไทยก็เช่นกัน ได้รับจัดสรร 2.3 แสนล้านบาทขณะเดียวกันมีข่าวเรื่องงบกระจุกตัวในบางพื้นและข่าวการซื้อตัวส.ส.เข้าพรรคที่ดูแลกระทรวงนี้อยู่พอดี จึงน่าสงสัยว่า การจัดสรรงบปีนี้ เหมือนเป็นงบที่จัดสรรเพื่อเตรียมการเลือกตั้ง ซึ่งทั้งเรื่องการปล่อยปละและการจัดสรรงบ สะท้อนว่า กฎเหล็ก 9 ข้อของนายกฯ กำลังกลายเป็นสนิมเหล็ก
“ผมเคารพพรรคประชาธิปัตย์ แต่การอาศัยนั่งร้านเพื่อยืมจมูกคนอื่นหายใจ จนเกิดความเสียหายต่อการบริหารราชการแผ่นดิน นายกฯจะรับผิดชอบอย่างไร อยากถาม ครม.มีตัวชี้วัดการทำงานของรัฐมนตรีแต่ละคนหรือไม่ ทำไมรัฐบาลไม่เข้มงวดเรื่องธรรมาภิบาลให้มากกว่านี้” นายประเสริฐ กล่าว
มาร์คแจงไม่เคยเมินปัญหาทุจริต
ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นชี้แจง ในฐานะที่ถูกพาดพิง โดยระบุว่า รู้สึกไม่สบายที่มีการระบุว่า ตนเองไม่ให้เกียรติวุฒิสภา ส่วนเรื่องเหตุการณ์เดือน พ.ค. ตนเองทราบว่ามีการพยายามแก้ปัญหา แต่คืนในวันที่ 18 พ.ค. นั้น ข้อเสนอของฝ่ายผู้ชุมนุมไม่สามารถรับได้ เพราะผู้ชุมนุมขอให้ทหารออกจากพื้นที่แต่จะยังคงชุมนุมที่ราชประสงค์ต่อไป ทำให้รัฐบาลต้องแก้ปัญหาให้ยุติการชุมนุมโดยเร็วที่สุด เพราะการชุมนุมที่เกิดขึ้นมีความเสียหายต่อชีวิตและประชาชนจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ข้อมูลตรงกันว่ายิงมาจากสวนลุมพินี ดังนั้นยืนยันว่ารัฐบาลทำเต็มที่แล้ว
ส่วนเรื่องการอยู่กับพรรคร่วมนั้น เรื่องความไม่โปร่งใส ตนเองไม่เคยปล่อยวางเลย แต่ปัญหาเมื่อศึกษาไปแล้วผู้ให้ข้อมูลก็ไม่พร้อมที่จะให้ข้อมูล ทำให้การหาข้อมูลต้องยุติลง
เสนอเพิ่มงบในโครงการพระราชดำริ-ปกครองท้องถิ่น
ด้าน พ.ต.ท. จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงษ์ ส.ว. มุกดาหาร กล่าวว่า ขอเสนอให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณในส่วนของโครงการพระราชดำริให้มากกว่านี้ รวมทั้งอยากให้การจัดสรรงบประมาณของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ในส่วนของแผนกระจายอำนาจ วงเงิน 1.1แสนล้านบาทให้รวดเร็วเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนการจัดสรรงบประมาณในปี 2553 ที่ขณะนี้ยังไม่สามารถจัดสรรไม่ครบ ดังนั้น กระทรวงมหาดไทยต้องรีบโอนงบประมาณลงไปในพื้นที่โดยเร็ว เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถนำไปใช้ได้ทันการณ์และมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดการกระจายอำนาจที่แท้จริง
พล.ต.ท. พิชัย สุนทรสัจบูลย์ ส.ว.อุดรธานี กล่าวว่า ต้องยอมรับความเป็นจริงที่ว่า โครงการต่างๆที่จะลงไปสู่ประชาชนมีการรั่วไหลจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต้องมีค่าใต้โต๊ะ ทำให้เงิน 100 ตกถึงประชาชนประมาณ 60% ทำ และการซื้อครุภัณฑ์ต่างๆ จะอยู่ในเกรด ซีและ ดี ตลอด เพราะผู้ประกอบการต้องลดต้นทุน ดังนั้นอยากให้นายกฯ เข้ามาดูแลในเรื่องนี้ด้วย อย่าเกรงใจคน เพราะนายกฯยังมีอนาคตการเมืองอีกยาวไกล ดังนั้น งบประมาณที่วางไว้ต้องนำไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง ไม่ใช่รั่วไหลจนหมด เพราะชาวบ้านยังยากจนมากและรอการแก้ไขจากนายกฯอยู่
ทั้งนี้เชื่อว่าเป้าหมายของรัฐบาลคือการทำประชาชนกินดีอยู่ และอยู่เย็นเป็นสุข โดยกระทรวงมหาดไทย และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้เป้าหมายดังกล่าวเกิดขึ้น แต่กลับพบว่าขณะนี้ทั้ง 2 หน่วยงาน มีปัญหาเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการจำนวนมาก โดยเฉพาะการเลือกคนทื่ไม่เหมาะสมกับงาน
ดังนั้น นายกฯต้องเข้าไปแก้ไขในเรื่องนี้ โดยเฉพาะล่าสุด ทราบว่า นักเรียนนายร้อยตำรวจประมาณ 220 คน ได้สั่งซื้อปืนจากกรมการปกครอง แต่ปรากฎว่ากรมการปกครองไม่สามารถจัดหาให้ได้ จึงไม่ทราบปัญหาเกิดจากอะไร มีการกั๊กไว้ทำไม เพราะทุกปีไม่มีปัญหา ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องชี้แจงด้วย







