
จารชนเกาหลีเหนือ
ข่าวที่โด่งดังที่สุดข่าวหนึ่งในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ คิมจองนัม
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์
ข่าวที่โด่งดังที่สุดข่าวหนึ่งในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ คิมจองนัม พี่ชายต่างมารดาของคิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ถูกสายลับเกาหลีเหนือสังหารท่ามกลางผู้โดยสารเดินไปมาขวักไขว่ที่สนามบินกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2560 ผู้โดยสารอื่นไม่รู้ว่ามีจารชนเกาหลีเหนือกำลังสังหารเหยื่อในบริเวณนั้น เพราะไม่มีการใช้ปืนยิงหรือระเบิดหรือมีดแทง ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าจารชนเกาหลีเหนือกำลังปฏิบัติภารกิจสำคัญยิ่งของผู้นำประเทศ
ตัวละครที่แสดงบทบาทจารชนในเรื่องนี้มี 6 คน เป็นชาย 4 หญิง 2 หญิงสาวทั้งสองคนซึ่งน่าจะถูกตำรวจควบคุมตัวไว้ได้ให้การตรงกันว่า เธอถูกจ้างให้เล่นเกมตลกทางโทรทัศน์ที่เหยื่อจะแสดงปฏิกิริยาที่ทำให้คนดูหัวเราะชอบใจ ถ้าเธอถูกหลอกจริงก็เท่ากับเธอเป็นตัวละครที่ “ไม่รู้ตัว” ว่าถูกดึงเข้าร่วมในการปฏิบัติการโหดครั้งนี้ หากเธอรู้ตัวสิ่งที่เธออ้างเป็น “คำพูดอำพราง” ที่เตรียมไว้ก่อน
แต่ที่แน่ๆ คือ ชาย 4 นั้นน่าจะเป็นจารชนเกาหลีเหนือที่เข้ามาทำภารกิจนี้โดยเฉพาะ จากโทรทัศน์วงจรปิดที่สนามบินในวันเวลาดังกล่าวพบว่า ชายคนหนึ่งเข้ามาสังเกตการณ์ใกล้ๆ ในขณะที่ชายอีก 3 คนสังเกตการณ์อยู่รอบนอก โดยหญิงคนหนึ่งเข้ากอดเหยื่อทางหลัง และหญิงอีกคนหนึ่งฉีดสเปรย์ใส่หน้าเหยื่อ หลังจากภารกิจสำเร็จ ชายทั้ง 4 ซึ่งเดินทางเข้ามาเลเซียในปลายเดือน ม.ค. หรือต้นเดือน ก.พ. 2560 เพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ โดยใช้มาเลเซียเป็นพื้นที่สังหาร รอจังหวะในวันที่คิมจองนัมจะเดินทางกลับมาเก๊า เมื่อปฏิบัติภารกิจเสร็จ ทั้ง 4 เดินทางออกจากมาเลเซียทันที โดยบินไปกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย แล้วต่อเครื่องไปยังดูไบ จากนั้นเปลี่ยนเครื่องบินไปยังวลาดิวอสต็อคของรัสเซีย และเดินทางต่อกลับกรุงเปียงยาง นี่เป็นแนวทางปฏิบัติของจารชนที่เสร็จภารกิจแล้วต้องรีบออกจากประเทศนั้นทันที และอย่าบินกลับประเทศโดยตรง และใช้เส้นทางอ้อมไปประเทศอื่นก่อนสักสองสามประเทศ เพื่อไม่ให้ฝ่ายต่อต้านข่าวกรองตามหาตัวได้
หญิงสองคน คือคนที่ถือหนังสือเดินทางเวียดนาม เข้าไปกอดคิมจองนัมจากข้างหลังและเอื้อมมือไปปิดปากจมูกคิมจองนัม มีข่าวว่าเธอคนนี้ถือหนังสือเดินทางเวียดนามปลอม และมีพฤติกรรมแปลกๆ สองสามวันก่อนปฏิบัติการ แต่ถ้าเธอทั้งสองเป็นจารชนจริง ทำไมปล่อยให้ตำรวจจับได้ง่ายดายอย่างนี้ ตามหลักการแล้วเธอต้องรีบหนีออกจากมาเลเซียโดยเร็วที่สุด เพราะหากถูกจับได้เธอจะถูกซักถามและทรมานจนต้องคายความลับออกมา และถ้าเป็นจารชนหญิงจริง เธอจะได้รับการสอนให้ฆ่าตัวตายด้วยยาพิษที่ติดตัวมา แต่นี่ไม่มีข่าวว่าเธอพยายามฆ่าตัวตายเลย ดังนั้นหญิงสองคนอาจถูกหลอกก็ได้ โดยได้รับเงินตอบแทนจำนวนที่พอใจ ภาษาการข่าวเรียกคนแบบนี้ว่า “ผู้ร่วมมือโดยไม่รู้ตัว”
มีคำถามว่า ทำไมคิมจองนัมจึงถูกใบสั่งตาย ซึ่งมาจากคิมจองอึน หลังจากที่จางชองแต็ก อาเขยของเขาถูกสั่งประหารชีวิตไปเมื่อปี 2559 ในข้อหาทรยศต่อชาติ ทั้งที่อาเขยคอยช่วยประคับประคองคิมจองอึนตั้งแต่เข้าบริหารประเทศ แต่คิมจองอึนระแวงว่าเขาอาจเป็นอันตรายต่อบัลลังก์ในอนาคต เช่นเดียวกับคิมจองนัม พี่ชายต่างมารดา
แม้ผู้หญิงสองคนข้างต้นอาจไม่ใช่จารชนเกาหลีเหนือ แต่การใช้ผู้หญิงเป็นจารชนนั้นเป็นเรื่องปกติสำหรับประเทศนี้ หน่วยงานลับเกาหลีเหนือได้ฝึกปรือจารชนสตรีทำงานจารกรรมและลอบสังหารเหยื่อ อาจเป็นเพราะคนทั่วไปไม่ค่อยระวังตัวจากผู้หญิง และผู้หญิงมักเข้าถึงตัวเป้าหมายได้ง่ายกว่า เกาหลีเหนือ มีหน่วยข่าวที่ทำงานลับทั้งในและนอกประเทศ หน่วยนี้คัดเลือกคนหนุ่มสาวจากกองทัพ มาอบรมเป็นจารชนและส่งไปประจำในต่างประเทศ เพื่อปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย อาทิ การจัดตั้งสายลับแทรกซึมในหมู่ชาวเกาหลีในประเทศนั้นๆ เช่นที่ญี่ปุ่น ซึ่งมีชาวเกาหลีจำนวนมาก มีจารชนเกาหลีเหนือแทรกซึมอยู่ในชุมชนเกาหลีในญี่ปุ่นเพื่อทำงานจารกรรมและก่อวินาศกรรม ลอบสังหารเหยื่อตามคำสั่งของเปียงยาง
หน่วยข่าวเกาหลีเหนือเลือกสรรผู้หญิงที่มีคุณสมบัติเฉพาะมาฝึกให้เป็นสายลับและส่งไปประจำในต่างประเทศ หน่วยข่าวเกาหลีเหนือนิยมใช้ผู้หญิงเป็นจารชน เพราะเข้าถึงเหยื่อได้ง่ายโดยไม่ถูกสงสัย เกาหลีเหนือเปิดร้านอาหาร 130 แห่งทั่วโลก โดยใช้ชื่อว่า “เปียงยาง” เพื่อใช้สนับสนุนการจารกรรม สาวเสิร์ฟหลายคนเป็นจารชนที่ได้รับการฝึกปรือเป็นอย่างดีในการเอาใจลูกค้าและล้วงความลับจากลูกค้า เมื่อมีภารกิจสำคัญในการลอบสังหารบุคคลสำคัญของเกาหลีเหนือที่แปรพักตร์ไปอยู่กับเกาหลีใต้ หรือประเทศเสรีอื่นๆ หน่วยข่าวเกาหลีเหนือจะใช้จารชนสตรีเหล่านี้ไปจัดการกับเหยื่อ และหลายกรณีที่เหยื่อถูกฆ่าตายด้วยเข็มฉีดยาพิษ
เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2520 สายการบินเกาหลีใต้ เที่ยวบินที่ 858 จากกรุงแบกแดดมุ่งไปกรุงโซล ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นนักกีฬาต่างชาติที่จะร่วมแข่งกีฬาโอลิมปิกปี 2521 ที่กรุงโซล ระเบิดขณะบินอยู่เหนือทะเลอันดามัน ผู้โดยสารทั้งลำ 115 คน ตายหมด ก็เป็นฝีมือของจารชนหญิงของเกาหลีเหนือชื่อ คิมยุนฮี อายุ 25 ปี โดยเธอและสายลับอีกคนขึ้นเครื่องที่กรุงแบกแดด เธอนำกระเป๋าที่ซุกระเบิดไปไว้ที่วางของเหนือศีรษะ (ในช่วงนั้นอุปกรณ์การตรวจจับระเบิดยังไม่พัฒนามากพอ) เธอทั้งสองลงเครื่องที่อาบูดาบี ขณะที่เครื่องบินแวะจอดเติมน้ำมัน โดยทิ้งกระเป๋าระเบิดไว้ในชั้นวางของ อย่างไรก็ดี ต่อมาเธอถูกหน่วยข่าวเกาหลีใต้จับได้ที่บาห์เรน เธอและเพื่อนพยายามใช้ยาพิษที่ซ่อนมาฆ่าตัวตายเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม แต่เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้คว้าไว้ได้ก่อน อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่าสายลับหญิงทุกคนถูกใช้เพื่อภารกิจเฉพาะเช่นนี้ แต่ต้องเป็นคนที่ถูกคัดเลือกเป็นพิเศษจริงๆ การส่งจารชนไปสังหารเหยื่อในต่างประเทศถือว่าเป็นภารกิจพิเศษของสายลับเกาหลีเหนือ
จารชนหญิงเป็นส่วนหนึ่งของกองร้อยสปายและฆาตกรหญิงของเกาหลีเหนือ นอกจากใช้ไปปฏิบัติการในต่างประเทศแล้ว จารชนหญิงเหล่านี้ถูกใช้เป็นเหยื่อล่อนักการทูตต่างประเทศในกรุงเปียงยางให้มีความสัมพันธ์ทางเพศด้วย แล้วใช้วิธีแบล็กเมล์เพื่อให้นักการทูตต่างประเทศเปิดเผยความลับ จารชนหญิงเกาหลีเหนือจึงเป็นคนสวย มารยาทเรียบร้อย การทูตชายไทยทั้งคนโสดและไม่โสดที่ประจำอยู่กรุงเปียงยาง รวมทั้งนักการเมืองและนักธุรกิจไทยที่ไปเยือนเกาหลีเหนือระวังตัวให้ดี
เกาหลีเหนือยังเป็นประเทศคอมมิวนิสต์สมบูรณ์แบบที่ยังเหลืออยู่ในโลกนี้ และยังใช้วิธีการแบล็กเมล์ที่หน่วยข่าวคอมมิวนิสต์นิยมใช้ ซึ่งยังได้ผล







