posttoday
กำจัดบริษัทฟินเทคเถื่อน

กำจัดบริษัทฟินเทคเถื่อน

23 กุมภาพันธ์ 2560

การก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านไอทีที่ได้ถูกนำมาผนึกเข้ากับธุรกรรมการเงินจนกลายเป็นฟินเทค ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนไทยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านการชำระเงิน เพราะมีความสะดวกสบาย ประหยัด

การก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านไอทีที่ได้ถูกนำมาผนึกเข้ากับธุรกรรมการเงินจนกลายเป็นฟินเทค ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนไทยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านการชำระเงิน เพราะมีความสะดวกสบาย ประหยัด

หากเป็นการชำระเงินผ่านระบบธนาคารพาณิชย์อย่างระบบพร้อมเพย์ หรือการโอนผ่านอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งของธนาคารพาณิชย์ แต่ปัจจุบันมีเอกชนที่สนใจจะให้บริการชำระเงินในรูปแบบของกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งคนไทยและต่างชาติเองขยายบริการเข้ามาในประเทศหลายราย และให้บริการกันหนาตามากขึ้น

มีการคาดกันว่าในอนาคต ระบบชำระเงินที่ทำในลักษณะของกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อี-วอลเล็ต) จะมีมากขึ้นอีก และจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตคนไทยมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

ต้องยอมรับว่า การเกิดขึ้นของฟินเทคในประเทศไทยช้ากว่าต่างประเทศมาก ซึ่งเป็นข้อดีที่สามารถนำเอาข้อผิดพลาดและบทเรียนของต่างประเทศมาปรับและใช้กับฟินเทคของไทย ทำให้การออกกฎหมายควบคุม การติดตามเฝ้าระวัง และการดูแลไม่ให้การพัฒนาระบบการชำระเงินใหม่นี้ สร้างปัญหาให้กับเศรษฐกิจ

เป็นที่แน่ชัดว่า เมื่อเปิดเสรีให้กับเอกชนที่มีเงินทุนเข้ามาให้บริการอี-มันนี่ได้ แต่ก็ไม่ใช่มีเงินแล้วจะทำได้เอกชนต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ประกอบพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 และประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (ปว.58) ประกอบประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่ง ประกาศของ ปว.58 (การประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์) นอกจากนี้ ยังมี พ.ร.บ.ขายตรงที่จะสามารถนำเข้ามาควบคุมดูแลธุรกิจเหล่านี้ด้วย

การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวโทษต่อบริษัท เพย์ออล กรุ๊ป ผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือภายใต้ชื่อ payall โดยให้ผู้ใช้บริการสมัครเป็นสมาชิกในแอพพลิเคชั่น และเติมเงินล่วงหน้าเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำอี-มันนี่ไปใช้ในการชำระค่าสินค้าหรือบริการจากร้านค้าต่างๆ ผิดกฎหมาย เพราะไม่ได้รับอนุญาตจาก ธปท. เป็นกรณีตัวอย่างให้เห็นว่า หน่วยงานของรัฐทันเกมในการติดตามดูแลไม่ให้มีการกระทำผิดกติกา เพื่อปกป้องผู้บริโภค

แต่แค่นี้ยังดีไม่พอ เพราะขณะนี้มีการอธิบายความหมายของอี-มันนี่บิดเบือน เป็นการซ้ำเติมสถานการณ์เข้าไปอีก เพราะคนส่วนใหญ่ก็ยังไม่เข้าใจระบบอี-มันนี่อย่างดีพอที่จะสามารถประเมินความเสี่ยงได้ว่าสมควรจะใช้บริการหรือไม่ ขณะนี้ก็เริ่มมีการนำเอาไปใช้กับธุรกิจขายตรงซึ่งหมิ่นเหม่ว่าอาจจะพัฒนาไปเป็นแชร์ลูกโซ่ได้ หากไม่มีการควบคุมให้ดีและอาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต

ขณะนี้มีผู้ให้บริการอี-มันนี่ที่ถูกกฎหมายหลายราย และจะมีเพิ่มขึ้นอีกมากในอนาคต หากบริษัทที่เปิดโดยไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์ที่ระบุก็ถือว่าจะเป็นบริษัทเถื่อน ซึ่งผู้บริโภคไม่อาจทราบได้ว่าบริษัทใดเป็นบริษัทที่ถูกต้องหรือบริษัทเถื่อน ดังนั้นควรจะมีหน่วยงานกลางทำประชาสัมพันธ์นำเอาชื่อของบริษัทที่จดทะเบียนตามกฎหมายขึ้นเว็บไซต์เผยแพร่ต่อประชาชนเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค ก็จะช่วยให้มีแหล่งตรวจสอบอีกทางหนึ่ง

ขอชมเชยว่า ธปท.ทำได้ดีแล้ว แต่ยังสามารถทำให้ดีกว่านี้ได้อีก

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว