posttoday
พรบ.จัดซื้อจัดจ้าง กับดักลงทุน

พรบ.จัดซื้อจัดจ้าง กับดักลงทุน

22 กุมภาพันธ์ 2560

โดย...ทศพล หงษ์ทอง

โดย...ทศพล หงษ์ทอง

แม้ตัวเลขจากสำนักงานคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะแสดงถึงการขยายตัวของการลงทุนภาครัฐ ซึ่งยังเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยในเวลานี้

แต่อัตราการเบิกจ่ายงบลงทุนโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานยังต่ำกว่าเป้าหมาย โดยในปีงบประมาณ 2559 โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 20 โครงการ วงเงินรวม 1.4 ล้านล้านบาท เบิกจ่ายได้ 7.9-8 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 60% จากเป้าหมายที่ 1 แสนล้านบาท

ขณะที่ข่าวกรณีสินบนโรลส์-รอยซ์ ทำให้โครงการลงทุนต่างๆ ของภาครัฐต้องเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ฉบับใหม่ ออกมาแทนระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุปี 2535 ถูกตั้งความหวังไว้ว่าจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ ซึ่งล่าสุด ไทยถูกลดอันดับเครดิตความโปร่งใสลง

อย่างไรก็ตาม ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวถูกมองว่า จะสร้างปัญหาในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมากกว่าจะช่วยแก้ปัญหาทุจริต เช่น กฎหมายมีการรวมศูนย์อำนาจการจัดซื้อจัดจ้างไปไว้ที่กระทรวงการคลังเพียงแห่งเดียว ผ่านคณะกรรมการ 5 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ, คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ, คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ, คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และการร้องเรียน

การรวมศูนย์อำนาจไว้ที่กระทรวงการคลัง ทำให้งานไปกระจุกตัวเกิดความล่าช้า ที่สำคัญ คือ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่ กำหนดให้ทุกหน่วยงานรัฐ ซึ่งรวมถึงรัฐวิสาหกิจต้องปฏิบัติตาม ซึ่งจะมีผลต่อการลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม

สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ ผ่านปีงบประมาณ 2560 มา 4 เดือน (ต.ค. 2559-ม.ค. 2560) กระทรวงคมนาคมสามารถเบิกจ่ายงบลงทุนไปได้ 24.47% เป็นมูลค่า 33,891 ล้านบาท จากงบประมาณรวมราว 1.5 แสนล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุน 138,503 ล้านบาท และรายจ่ายประจำ 12,246 ล้านบาท

ทั้งนี้ 3 หน่วยงานหลักที่ได้งบประมาณสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กรมทางหลวง (ทล.) 85,568 ล้านบาท กรมทางหลวงชนบท (ทช.) 44,678 ล้านบาท และกรมเจ้าท่า (จท.) 3,886 ล้านบาท ซึ่งกรมทางหลวง เบิกจ่ายได้ 28.86% วงเงิน 24,698 ล้านบาท กรมทางหลวงชนบท (ทช.) 18.71% วงเงิน 8,359 ล้านบาท

หน่วยงานที่มีศักยภาพการเบิกจ่ายอยู่ในระดับต่ำจนน่าเป็นห่วง ได้แก่ กรมเจ้าท่า (จท.) และกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ซึ่งปัจจุบันเบิกจ่ายได้เพียง 6.15% และ 4.54%ตามลำดับ

ฟากรัฐวิสาหกิจภายใต้ร่มของกระทรวงคมนาคมอย่าง รฟม. รฟท. กทพ. กพท. ขสมก. ซึ่งได้รับงบประมาณทั้งสิ้น 41,378 ล้านบาทขณะที่การเบิกจ่ายถือว่าขาดศักยภาพอย่างมาก จากยอดเบิกจ่ายงบลงทุนใน 4 เดือนแรกของปีงบประมาณอยู่ที่ 1,623 ล้านบาท หรือคิดเป็น 12.05% ของงบลงทุนทั้งหมด

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ตั้งเป้าการเบิกจ่ายงบประมาณของกระทรวงคมนาคมให้ได้ 5.5 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 37% ของงบประมาณทั้งหมดภายในเดือน ก.พ.นี้ พร้อมได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเร่งรัดหาผู้รับเหมาและลงนามในสัญญาโครงการทั้งหมดเพื่อผูกพันงบประมาณรายจ่ายประจำปีภายในเดือน มี.ค.นี้ หรือในช่วงไตรมาส 2 ของปีงบประมาณ 2560 ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจะมีงบลงทุนลงสู่ระบบเศรษฐกิจ และเป็นแรงผลักดันเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2560

พิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) และระบบโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (CoST) อาจทำให้กระบวนการปกติล่าช้าไปบ้าง แต่ไม่กระทบกับกรอบเวลาภาพรวมที่ได้กำหนดไว้มากนัก อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนให้โครงการต่างๆ เดินหน้าได้อย่างมีเสถียรภาพและมั่นคงไม่หยุดชะงักจากปัญหาที่ตามมาในภายหลัง โดยเฉพาะการเปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ

ขณะที่ด้านการจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องเข้าสู่สัญญาคุณธรรมในอนาคต ก็จะไม่กระทบต่อกรอบเวลาเช่นเดียวกัน เนื่องจากกระบวนการขั้นตอนยังเหมือนเดิมเพียงแต่เปิดช่องให้มีบุคคลที่สามหรือผู้สังเกตการณ์เข้ามาร่วมตรวจสอบให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายมากที่สุด ซึ่งเบื้องต้นจะกำหนดเกณฑ์ในส่วนของโครงการก่อสร้างหรือการจัดซื้อจัดจ้างขนาดใหญ่มูลค่าหลักพันล้านบาทให้เข้าสู่สัญญาคุณธรรมทั้งหมด

“อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าใช้สัญญาคุณธรรมยังติดอุปสรรคด้านการขาดแคลนบุคลากรในการทำหน้าที่ตรวจสอบข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) และระบบโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (CoST) อยู่อีกมาก ดังนั้นจะต้องเร่งผลิตบุคลากรในภาคดังกล่าวให้มากขึ้นเพื่อรองรับการตรวจสอบโครงการต่างๆ ในอนาคต” พิชิต ระบุ

ทั้งนี้ ระหว่างรอ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่บังคับใช้ การเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ ยังต้องเพิ่มความเข้มงวดทั้งในเรื่องข้อตกลงคุณธรรม และระบบโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ แม้จะถือเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น แต่พูดได้ยากว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ทำให้ขั้นตอน กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และเบิกจ่ายงบประมาณมีความล่าช้ากว่าปกติเพิ่มขึ้น

เพราะฉะนั้น ความหวังของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตั้งเป้าให้เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวให้ได้ 3.5-4.0% โดยตั้งเป้าให้การลงทุนภาครัฐขยายตัวถึง 14% สูงกว่าปี 2559 ที่ขยายตัว 9.9% พร้อมกับเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนในปี 2560 โดยเฉพาะงบลงทุนรัฐวิสาหกิจที่ตั้งเป้าเบิกจ่ายสูงถึง 95% จะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่นั้น ต้องมาลุ้นกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค