posttoday
ผีบุญธรรมกาย

ผีบุญธรรมกาย

20 กุมภาพันธ์ 2560

โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง

โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง

มาช้าดีกว่าไม่มา ในที่สุดก็มาจนได้สำหรับการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการจัดการกับอลัชชี ธัมมชโย ไชยบูลย์ สุทธิผล การตรวจค้นวัดพระธรรมกายครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม หลังจากที่หยั่งเชิงมาสองครั้งเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. และ 13 ธ.ค. 2559

ถ้านับระยะเวลาจากการค้นครั้งแรกเป็นเวลาถึง 8 เดือน ก่อนหน้านี้เคยมีการเรียกร้องให้ใช้มาตรา 44 ในการจัดการกับอลัชชีไชยบูลย์ แต่ลุงตู่ก็นั่งยันยืนยันตลอดมาว่า ให้ใช้กระบวนการตามกฎหมายปกติ คงจะเพื่อไม่ให้ถูกตำหนิว่าใช้อำนาจพิเศษ จึงต้องใช้กระบวนการปกติไปก่อน เพื่อให้สังคมได้เห็นว่า ธรรมกายไม่ธรรมดา การต่อต้านของธรรมกายใช้ทั้งแง่มุมกฎหมาย ใช้ทั้งมวลชนเป็นโล่มนุษย์ ในการต่อต้านอำนาจรัฐ การใช้มาตรา 44 ในครั้งนี้ จึงเป็นความชอบธรรมลุงตู่ ที่อดทนยอมให้คนบ่นคนด่า ยอมถูกปรามาสว่าไม่มีน้ำยาทำอะไรกับเจ้าสำนักการบินได้ จนเมื่อถึงเวลาก็ใช้อำนาจพิเศษเข้าจัดการ เหมือนกับการรอให้สถานการณ์สุกงอมก่อนจึงปฏิวัติ

แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งก็อดคิดไม่ได้ว่า การรอระยะเวลาให้เนิ่นนานออกไป เป็นการเปิดโอกาสให้สมีไชยบูลย์มีโอกาสหลบหนีไปก่อน ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากสำหรับมหาเศรษฐีอย่างเจ้าลัทธิจานบินที่มีเงินเป็นหมื่นล้าน การหลบหนีออกจากประเทศจึงเป็นเรื่องง่ายดั่งพลิกฝ่ามือ

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ขอให้กำลังใจรัฐบาลในการปฏิบัติหน้าที่ สามารถบังคับใช้กฎหมายได้ทุกพื้นที่ของประเทศไทย

เท่าที่ติดตามในโลกออนไลน์ มีเสียงติติงการปฏิบัติการในครั้งนี้บ้าง เท่าที่ดูมี 2 ประเด็นที่น่าจะทำความเข้าใจ ประการแรก เป็นการท้วงติงของพวกโลกสวยว่า การใช้กำลังบุกวัดเป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิดในประเทศไทยเมืองพุทธ ประเด็นนี้ก็ต้องขอเรียนว่า ธรรมกายไม่ใช่พุทธ ธรรมกายเป็นลัทธิที่อาศัยพุทธทำมาหากิน เป็นกาฝากของพุทธ เมื่อธรรมกายไม่ใช่พุทธ วัดพระธรรมกายก็ไม่ใช่วัดพุทธ แม้เอกสารจะระบุว่าเป็นวัดพุทธก็ตาม

อีกประเด็นหนึ่งที่มีการท้วงติงกัน คือ จับคนคนเดียวต้องใช้เจ้าหน้าที่เป็นพันนายเลยหรือ ประเด็นนี้ อย่ามองแค่ผิวเผินว่าเป็นการจับคนคนเดียว การค้น 2 ครั้งแรกนั้น เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่แค่การจับคนคนเดียว แต่เป็นการรับมือกับคนไร้สมองอีกหลายพันคน ทั้งห่มเหลืองห่มขาว

มีปัญหามากมายที่เกิดจากคนคนเดียวที่ทำให้ประเทศเสียหาย ต้องใช้กำลังคนจำนวนมากในการแก้ปัญหา กรณีสัมภเวสี นักโทษหนีคดี นั่นก็คนคนเดียว จนเวลาผ่านมากว่า 10 ปีแล้ว ก็ยังแก้ปัญหาจากคนคนเดียวนี้ไม่ได้ สิ้นเปลืองกำลังคน สิ้นเปลืองงบประมาณไปเท่าไร

อีกกรณีหนึ่งที่เป็นตำนานการปราบคนคนเดียว คือ กรณีกบฏผีบุญศิลา วงศ์สิน เมื่อปี 2502 ในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี

ผีบุญเป็นคำที่ใช้เรียกจอมลวงโลกที่อ้างตัวเป็นผู้วิเศษ เป็นผู้มีบารมีเหนือบุคคลธรรมดา โดยจะอ้างหลักในทางพุทธศาสนาเพื่อหลอกลวงชาวบ้าน ซึ่งมีความเชื่อในพุทธศาสนาเป็นพื้นเดิมอยู่แล้ว

ศิลา วงศ์สิน ได้ร่ำเรียนทางไสยศาสตร์ อ้างตนเป็นผู้วิเศษ เริ่มต้นจากการรักษาคนป่วยโดยใช้เวทมนตร์คาถา มีผู้คนเลื่อมใสเป็นจำนวนมาก จนตั้งตนเป็นผู้วิเศษอ้างว่าเป็นพระศรีอริยเมตไตรย ที่จะมาปลดปล่อยชาวบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข

ศิลา ตั้งสำนักอยู่ที่อุบลราชธานี ได้ชักชวนสาวกประมาณ 150 คน พากันเดินทางจาก จ.อุบลราชธานี ไปตั้งอาณาจักรหมู่บ้านละหอกมะขามป้อม ต.สารภี อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งปัจจุบันคือ หมู่บ้านใหม่ไทยเจริญ อ.หนองบุนนาก ในขณะนั้นมีสภาพเป็นหมู่บ้านป่า ห่างตัวอำเภอราว 27 กิโลเมตร ศิลาได้แผ้วถางป่าตั้งบ้านเรือนโดยไม่ยอมจดทะเบียนสำมะโนครัวกับผู้ใหญ่บ้าน ตั้งตนเป็นอิสระ ศิลามีเงินทองใช้จ่ายจากการชักชวนให้สาวกขายบ้านขายที่ดิน เอาเงินมาใช้จ่ายในอาณาจักรอิสระของตัวเอง โดยโฆษณาชวนเชื่อว่าจะมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย

ตำราเดียวกันกับไชยบูลย์

ความยิ่งใหญ่ของผีบุญศิลา มีผู้รายงานให้นายอำเภอทราบ ในเบื้องต้นนายอำเภอได้นำกำลังไปประมาณ 8-9 คน มีอาวุธครบมือ นายอำเภอเข้าไปเจรจากับผีบุญศิลา ให้ยอมรับกติกาของบ้านเมือง แต่นายอำเภอประเมินผีบุญต่ำไป จึงไม่มีโอกาสได้เดินกลับออกมา นายอำเภอกับพวก 5 คน ถูกฆ่าตาย

การตั้งรัฐอิสระเป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลกลางทุกประเทศยอมไม่ได้ ยิ่งเหิมเกริมถึงขนาดฆ่าเจ้าหน้าที่ปกครองระดับนายอำเภอเสียชีวิตด้วยแล้ว ยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ บังเอิญเรื่องนี้เกิดในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ซึ่งมีอำนาจพิเศษมาตรา 17 อยู่ในมือ ได้สั่งการให้กวาดล้างผีบุญศิลา เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังหลายร้อยนาย มีอาวุธครบมือทั้งอาวุธเบาและอาวุธหนักเข้าไปปราบปราม

ครั้งนั้นกำลังเจ้าหน้าที่มีมากกว่าผีบุญและสาวก

ผลการกวาดล้าง สามารถทำลายอาณาจักรอิสระได้ แต่ผีบุญศิลาได้หลบหนีไปก่อน แต่ในที่สุดถูกจับได้ที่ชายแดนอุบลฯ ในขณะที่กำลังจะข้ามไปฝั่งลาว เจ้าหน้าที่นำตัวมาพบจอมพลสฤษดิ์ที่กรุงเทพฯ

จอมพลสฤษดิ์ ได้เดินทางมาสอบสวนด้วยตัวเอง และนี่คือส่วนหนึ่งของการสอบสวน

“เขาว่ามึงทำตัวเป็นผู้วิเศษ?” ท่านจอมพลตะคอกถาม

“ชาวบ้านพูดกันไปเองครับท่าน” ศิลาตอบ

“ตำรวจเขาแจ้งไปว่า มึงโอ้อวดเป็นผู้วิเศษนี่หว่า ไหนมึงลองอมกระโถนให้หายไปซิ ถ้าทำได้กูจะปล่อยมึง”

พูดจบท่านจอมพลเอาตีนเขี่ยกระโถนใต้โต๊ะ กระเด็นไปตรงหน้าผีบุญ

“กระผมทำไม่ได้ครับท่าน เมตตากระผมด้วยครับท่าน” ผีบุญศิลาอ้อนวอน แต่จอมพลสฤษดิ์ตอบด้วยเสียงหนักๆ ว่า

“มึงฆ่าคน ก่อการกบฏ แล้วมึงจะให้กูปล่อยอีกรึ”

หลังจากนั้น ด้วยอำนาจตามมาตรา 17 ศิลา วงศ์สิน จึงถูกสั่งประหารชีวิต ด้วยการยิงเป้า เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2502 ที่ จ.นครราชสีมา 

เป็นอันปิดตำนานผีบุญศิลา วงศ์สิน อันลือลั่น

ความแตกต่างของผีบุญศิลากับผีบุญไชยบูลย์ คือ ผีบุญศิลาต่อต้านอำนาจรัฐ แต่ผีบุญไชยบูลย์เข้าไปครอบงำอำนาจรัฐ จึงได้มีวาทกรรมจากบรรดาสาวกว่า จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเมื่อประเทศมีประชาธิปไตย ผีบุญไชยบูลย์รู้ดีว่า นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งส่วนใหญ่เป็นเหมือนเปรตที่หิวโหย ซึ่งเข้าทางผีบุญไชยบูลย์ที่มีเงินทองมหาศาล มีสาวกจำนวนมากที่มีแต่ศรัทธาแต่ขาดปัญญา 

ไชยบูลย์ ผีบุญธรรมกายในวันนี้ จึงทรงพลังกว่า และยังไม่รู้ว่ามาตรา 44 จะจัดการได้หรือไม่

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก